“อภิสิทธิ์” ขึ้นเวทีปราศรัยช่วย “ชนินทร์” หาเสียงในพื้นที่บางพลัด ลั่น กรีดเลือดยังเป็นสีฟ้า แม้ไม่ลงสมัครเลือกตั้ง 2566 พร้อมขอบคุณประชาชนที่สนับสนุนมาอย่างยาวนาน

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 29 มี.ค. 2566 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ภาค กทม. พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาทันสมัย น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. ร่วมรณรงค์หาเสียงปราศรัยย่อยที่ใต้สะพานพระรามแปด เขตบางพลัด กทม. ช่วย นายชนินทร์ รุ่งแสง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางพลัด-เขตบางกอกน้อย ซึ่งเป็นครั้งแรก โดย นายอภิสิทธิ์ ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยสมาชิกของพรรคครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังลาออกจากการเป็น ส.ส. เว้นวรรคงานการเมือง ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมฟังจำนวนมาก

นายชนินทร์ กล่าวปราศรัยว่า ทำงานการเมืองมาตั้งแต่ปี 2537 เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และก้าวมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในนามพรรคประชาธิปัตย์ครั้งแรกในปี 2548 โดยนายอภิสิทธิ์เป็นผู้ชักนำตนมาอยู่พรรคนี้ และก้าวขึ้นเป็น ส.ส.สมัยแรก ตนจึงเชิญนายอภิสิทธิ์มาเปิดเวทีปราศรัยเอาฤกษ์เอาชัย นโยบายในการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อช่วยคนตัวเล็ก หรือเปรียบเป็นมดตัวเล็กๆ ที่จะเป็นพลังมด พรรคจะมีอาสาสมัครพารวยส่งเสริมการทำธุรกิจ ตนชูนโยบายโซนนิ่ง ไม่ให้ร้านค้าของกลุ่มทุนใหญ่เข้ามาเบียดบังคนในชุมชน ถ้าคนในชุมชนไม่ยอม การเลือกตั้งครั้งนี้ใช้บัตร 2 ใบ เลือกคนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบ ขอให้เลือกตนเป็นคนที่ใช่ เต็มที่กับงานในพื้นที่เต็มร้อย อีกทั้งตนเองเคียงข้างประชาชนบางพลัด-บางกอกน้อย มาร่วม 30 ปี วิกฤติโควิด-19 ก็ร่วมดูแลส่งต่อผู้ติดเชื้อ ถุงเติมสุขยังชีพ ช่วยบรรเทา ตนพร้อมที่จะดูแลพี่น้องประชาชน

...

ในเวลาต่อมา นายอภิสิทธิ์ ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีตอนหนึ่งว่า ขอบคุณชาวบางพลัดที่พูดเป็นเสียงเดียวว่าหล่อเหมือนเดิม บางคนบอกหล่อกว่าเดิม ตนมาเพราะความผูกพันกับพรรคประชาธิปัตย์ แม้ไม่ได้ลงเลือกตั้งในครั้งนี้ แต่มาด้วยความเต็มใจ และขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์มายาวนาน เพราะพรรคนี้อยู่มาก่อนพวกตนบนเวที พรรคประชาธิปัตย์สร้างนักการเมืองที่ทำประโยชน์ ตนอยู่พรรคประชาธิปัตย์เป็นคนมีมารยาท จะชวนนายชนินทร์มาอยู่ก็โทรศัพท์หา นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทยในยุคนั้น เพื่อขอให้ นายชนินทร์ มาอยู่ร่วมงานกับประชาธิปัตย์ นายสมัคร ก็ให้ บอกเอาเถอะๆ นั่นคือที่มา แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีใครเขาทำกันแบบนี้แล้วที่ย้ายพรรคกัน หรือกรณี น.ส.วทันยา ที่ย้ายมาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่เพิ่งย้ายมาตอนเลือกตั้ง แต่ย้ายมาก่อน มีจุดยืนชัดเจนว่ามาประชาธิปัตย์แน่แน่ว ส่วนตนแม้ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ยังสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์

“4 ปีที่ผ่านมามีคนชวนไปอยู่พรรคอื่น หรือไปตั้งพรรค ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะเวลาใครจะเข้ามาหาผม มีคนบอกว่าอย่าเสียเวลาเลย ไอ้มาร์คกรีดเลือดก็เป็นสีฟ้า แม้จะไม่ลงสมัครก็ไม่ไปไหน ยังจะสนับสนุนการทำงานของพรรค บอกได้ว่าสิ่งที่ทำให้พี่น้องมั่นใจในพรรคประชาธิปัตย์ได้ คือความเป็นระบบและความเป็นสถาบัน ดังนั้น ประชาธิปัตย์ก็ต้องระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา มีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างไร พรรคอื่นพูดแล้วดูหวือหวา ต่างจากประชาธิปัตย์ เพราะเราดูภาระงบฯ พูดแล้วต้องทำ อยู่กับสิ่งที่นำเสนอวันนี้ ผมมาวันนี้เพื่อให้พี่น้องมั่นใจ เลือกตั้งครั้งนี้มีบัตร 2 ใบ ส.ส. ขอให้เลือก นายชนินทร์ รุ่งแสง อีกใบเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณพี่น้องทุกคน”.