เปิดปากกับภาคภูมิ พูดคุยกับผู้ก่อตั้ง "สายไหมต้องรอด" และ "กลุ่มเส้นด้าย" หลังจากการเปลี่ยนบทบาทจากจิตอาสา เดินหน้าสู่การลงสมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้ง 2566 เพื่อช่วยเหลือประชาชน

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 22 มีนาคม 2566 ในรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ได้พูดคุยกับ คุณเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และ คุณคริส โปตระนันท์ หัวหน้าพรรคเส้นด้าย ในประเด็นการเลือกตั้ง 2566

คุณคริส โปตระนันท์ หัวหน้าพรรคเส้นด้าย เผยว่า เราตั้งกลุ่มเส้นด้ายขึ้นมาในตอนนั้น เพื่อต่อสู้กับโควิด-19 แต่เมื่อทุกอย่างเบาลง เราก็พบว่าศัตรูที่สำคัญคือ ความเหลื่อมล้ำและระบบเส้นสาย ซึ่งหากทำแค่จิตอาสา จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงภาพใหญ่ไม่ได้ เพราะในวันนั้นแค่อยากจะส่งผู้ป่วยไปสู่จุดหมาย แต่พอลงมาทำงานก็พบว่าส่งให้ตายยังไง ระบบสาธารณสุขก็ไม่ดีขึ้น

จึงเอาประสบการณ์ต่างๆ มาปรับปรุง ปรับใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชน ทำระบบสาสาธารณสุขที่เห็นหัวประชาชน ลดภาระและความแออัดของโรงพยาบาล หรือเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงของหน่วยงานฉุกเฉิน ต้องมีพรรคการเมืองเข้าไปจัดการเรื่องต่างๆ แต่ไม่มีพรรคไหนพูด วันนี้เส้นด้ายจะเป็นพรรคแรกที่พูดเรื่องสาธารณสุข พูดเรื่องระบบสังคมที่คนเส้นสายได้เปรียบทุกอย่าง โดยที่ไม่ได้หวังว่าจะเป็นรัฐบาล แต่หวังจะเป็นตัวแทนของคนกลุ่มหนึ่ง ที่เห็นปัญหาแล้วเข้าไปพูดในสภา

...

ส่วนเหตุผลที่ออกตั้งพรรคเอง ไม่ผลักดันเรื่องนี้กับก้าวไกล เพราะพรรคก้าวไกลไม่ได้มีนโยบายให้ตนได้เสนอสิ่งเหล่านี้ จึงออกมาตั้งพรรคเอง เพื่อผลักดันวิธีการดังกล่าวกับคนที่มีความเห็นตรงกัน เพราะเราได้เจอกับประชาชนจริงๆ แล้วพบว่า เขาเข้มแข็งมาก ซึ่งพรรคการเมืองอื่นก็ไม่ตอบโจทย์ จึงจัดตั้งเอง

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ที่จะลงสมัคร ส.ส.ภูมิใจไทย เพราะเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว เราเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องโควิด-19 แล้วพบว่า มีปัญหาหนักมาก ก็ได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขก็ได้มาลงพื้นที่ตรวจสอบ และช่วยเหลือเรื่องต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน

พอหลังปัญหาโควิด-19 จบ ก็ลงไปช่วยแก้ปัญหาด้านสังคม พบว่าแม้จะช่วยเหลือกี่เคสก็ไม่จบ จึงต้องไปแก้โครงสร้างและกฎหมาย ซึ่งเอกภพและสายไหมต้องรอดไม่สามารถไปแก้ปัญหาดังกล่าวได้ จึงเข้ามาเป็น ส.ส.เพื่อจัดการปัญหาใหญ่คือกฎหมาย ให้กฎหมายมันเท่าเทียมกัน จึงลงสมัคร ส.ส. เพราะในสายไหมต้องรอด และเส้นด้าย เห็นภาพรวมของปัญหาทั้งหมดแล้ว และได้แก้ไขในระดับรากหญ้า ซึ่งก็ทำได้ดีขนาดนี้ ถ้าในวันข้างหน้า เราได้แก้ในระดับบน ระดับกฎหมาย ได้เป็น ส.ส. เชื่อว่าจะแก้ได้มากกว่านี้

ส่วนเหตุผลที่ทำไมต้องเป็นภูมิใจไทย เพราะตนยืนยันว่า ต้องการเป็น ส.ส.ที่เขตบ้านตนคือ เขตสายไหม หากพรรคไหนให้ตนลงสายไหมได้ก็เอา พรรคภูมิใจไทยก็ติดต่อและเสนอให้ตนได้ทำหน้าที่ตรงนี้ จึงตัดสินใจรับเลือก อีกนโยบายของพรรคที่ตรงกับสิ่งที่ตนเองต้องการคือ ตอบโจทย์ตามที่ตนต้องการ

ซึ่งหากตนได้เป็น ส.ส.แล้วภายในระยะ 4 ปี แล้วในเขตสายไหมได้โรงพยาบาล ได้รถเมล์ แก้ปัญหาการจราจรรถติด ต่อจากนี้ก็ไม่เป็น เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่ต่อก็มาได้เลย เพราะได้แก้ปัญหาที่ต้องการแล้ว แต่ที่ลงวันนี้เพราะพรรคการเมืองที่มีอยู่มันยังไม่ตอบโจทย์ และยืนยันว่า อุดมการณ์ของตนยังเป็นประชาธิปไตย 100%

ขณะที่ คุณคริส โปตระนันท์ หัวหน้าพรรคเส้นด้าย ได้กล่าวชี้แจงประเด็น ทำจิตอาสาเพื่อตั้งพรรคและปูฐานเลือกตั้งว่า ในวันแรกไม่ได้คิดเลย เพราะในวันนั้นที่ลงเลือกตั้งกับพรรคอนาคตใหม่นั้น ตนไม่เคยมีตำแหน่งทางการเมือง แต่ได้อยู่กับคนในสลัม ได้ร้องไห้กับประชาชนในปัญหาเรื่องผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งในตอนนั้นไม่มีนักการเมืองไหนเข้ามาช่วยเลย

ฉะนั้น ในวันนี้ที่จิตอาสามาการเมืองเพื่อช่วยเหลือประชาชน ควรจะเป็นเรื่องที่ต้องปรบมือด้วยซ้ำ เพราะหาไม่ได้ในพรรคไหนเลย ซึ่งเส้นด้ายมา ก็จะเป็นโมเดลให้เห็นว่า คนธรรมดาก็สามารถมาลงสมัครเพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ พร้อมยืนยันชัดเจนว่า จะไม่ร่วมกับพรรคภูมิใจไทย เพราะไม่เห็นด้วยกับวิธีการจัดการเรื่องวัคซีนของ รมต.สาธารณสุข ที่ทำให้พี่น้องประชาชนเข้าสู่การรักษาไม่ได้เต็มที่ จนทำให้มีคนเสียชีวิตหลายคน

และไม่เห็นด้วยกับเรื่องกัญชาเสรี เพราะเป็นปัญหามาก หากเข้าไปในสภาแล้ว จะยื่นเรื่องให้ชัดเจนว่า ห้ามขายให้กับคนอายุต่ำกว่า 20 ปี และห้ามสูบนอกบ้าน และในขณะขับรถ อย่างไรก็ตาม หากใครชอบประเด็นที่ตนพูดวันนี้ ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในบัตรปาร์ตี้ลิสต์ เลือกพรรคเส้นด้ายได้เลย

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ได้กล่าวว่า ตอนที่อยู่กับพรรคภูมิใจไทย ก็ได้พูดคุยเรื่องระบบสาธารณสุข พบว่าประธานในเรื่องนี้คือ นายกรัฐมนตรี ส่วนเรื่องกัญชาเสรี ก็ไม่มีใครเห็นด้วยกับนโยบายนี้อยู่แล้ว พอได้คุยกับคนในพรรคก็พบว่า ไม่ใช่ปล่อยฟรีเสรีกัญชาทั้งหมด เพราะต้องการให้กัญชาเป็นเสรีทางการแพทย์เท่านั้น ส่วนเพื่อสันทนาการไม่ได้ปล่อยเสรี มีการบัญญัติกฎหมายชัดเจน แต่ยื่นเข้าสภาแล้วไม่ผ่าน.