“อิ๊งค์” แพทองธาร เคารพการตัดสินใจพ่อ (ทักษิณ) หากอยากกลับไทยแลกติดคุก ไม่ตอบพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี โยนให้พรรคเลือกคนดี เหมาะ และประชาชนไว้ใจ ขอบคุณ คนโหวตให้เป็นนายกฯ ของคนกรุงอันดับสอง
วันที่ 26 มี.ค.นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่าอยากกลับประเทศไทยแล้ว เพื่อมาอยู่กับครอบครัวและยอมแลกที่จะต้องติดคุกว่า ตนเองได้คุยกับพ่อตลอด โดยเฉพาะประโยคนี้ในครอบครัวก็คุยกันตลอดแต่ต้องเข้าใจว่าถ้าคดีต่างๆ ถูกดำเนินตามปกติไม่ใช่หลังการรัฐประหาร คงไม่เป็นแบบนี้ และเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมก็ถือเป็นเรื่องดี และส่วนตัวในฐานะลูกสาวก็เคารพการตัดสินใจของพ่อหากจะตัดสินใจกลับบ้านกลับประเทศไทย เพราะออกไปอยู่นอกประเทศนานแล้ว และขอเป็นกำลังใจให้พ่อ
ส่วนในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยมองว่าการออกมาเปิดใจของพ่อจะกระทบกับพรรคเพื่อไทยและการหาเสียงในช่วงเลือกตั้งหรือไม่นั้น ขอพูดจากใจตนเองว่า ไปเปลี่ยนความจริงไม่ได้ที่เป็นลูกของนายทักษิณและตนเองก็ไม่อยากจะเปลี่ยนเพราะฉะนั้นต้องนำทัพพรรคเพื่อไทยต่อไปในการหาเสียงเลือกตั้งไปยื่นนโยบายสู่ประชาชน
...
ส่วนสิ่งที่นายทักษิณพูดถ้าจะเกิดอะไรขึ้นหรือจะมีผลอย่างไรนั้น ก็อยากให้เป็นส่วนของท่าน เพราะพ่อก็พูดตลอดว่า การกลับมาประเทศไทยไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย และจะไม่มีการออกกฎหมายเพื่อเอื้อให้นำเอาพ่อกลับมา และก็พูดก่อนหน้ามาหลายเดือนแล้ว ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นอยู่ ส่วนจะกลับมาเมื่อไหร่นั้นก็ยังไม่ได้บอกเพราะ ถ้าหากบอกหรือรู้ก็คงหลุดปากพูดไปแล้ว แต่ทุกคนในครอบครัวมีความหวังกันตลอด
“ทำไมจะไม่อยากให้คุณพ่อกลับบ้าน ทำไมจะไม่อยากให้คุณตากลับมาเลี้ยงหลาน โดยเฉพาะตอนนี้อีกไม่ถึงสองเดือนก็จะคลอดแล้ว (หัวเราะ) แน่นอนมีความหวังแน่นอน”
ส่วนที่แกนนำในพรรคเพื่อไทยบางคน พูดบนเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งจะหวังใช้เรื่องนี้เป็นกระแสนำให้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า หากถามหัวหน้าพรรคหรือถามทุกคนก็จะบอกว่า คุณพ่อเป็นหนึ่งในแรงใจของทุกคนเพราะเป็นคนก่อตั้งพรรคตั้งแต่ไทยรักไทยแต่ตอนนี้ไม่เกี่ยวกัน
โดยนายแพทย์ชลน่าน กล่าวเสริมว่า ตัวชี้วัดที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์หรือไม่นั้นคือ ประชาชนแต่ข้อเท็จจริงที่เห็นตอนนี้คือมีคนอีกกลุ่มพยายามใช้สถานการณ์นี้เป็นเงื่อนไขในการกล่าวหาโจมตีพรรคเพื่อไทยเพื่อลดเครดิตเรื่องแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทยเมื่อมีโอกาส ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็ไม่ยอมเช่นกันหากจะใช้โอกาสนี้มาเล่นงานเรา
นางสาวแพทองธาร ยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวเรื่องที่พลเอกประยุทธ์เตือนพรรคเพื่อไทยที่จะแลนด์สไลด์ระวังจะแลนด์ออกนอกเลน โดยเจ้าตัวได้หัวเราะและบอกว่า “นายกฯ เป็นคนครีเอทีฟเนอะค่ะ ก็ตามที่ท่านให้ครีเอทีฟไป เราก็เดินหน้าหาเสียงไปไม่เกี่ยวกัน”
ส่วนที่พรรคเพื่อไทย ไม่ส่งชื่อตัวเองอยู่ในระบบบัญชีรายชื่อนั้น ก็ถือเป็นมติของพรรคเพราะในรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้ระบุไว้ว่า แคนดิเดตนายกฯ ไม่จำเป็นต้องอยู่ระบบบัญชีรายชื่อ และก็ย้ำมาตลอดว่า ไม่จำเป็นตนเองจะอยู่ตรงไหนก็ได้ แต่จะขอทำหน้าที่เพื่อประชาชนต่อไปเพราะประเทศชาติรอไม่ได้แล้วต้องการการเปลี่ยนแปลง
ส่วนที่นายทักษิณชมและเชื่อมั่นว่า หากตนเองได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้นั้น เพราะพ่อรู้จักตนตั้งแต่เด็กก็เป็นคนที่เด็ดเดี่ยว และบางทีก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า เหนื่อยซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นปัญหาของตัวเอง แต่ตอนท้องร่างกายเปลี่ยนทุกอาทิตย์อย่างวันนี้มาปราศรัยที่จังหวัดนครปฐมก็ไม่สบายแต่ยังไหวและหากเป็นลมกลางเวทีก็ให้ช่วยกันประคองคนละข้างสองข้าง (หัวเราะ)
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เมื่อก้าวเข้ามาการเมืองเต็มตัวจนมีความรู้สึกในอนาคตหลังการเลือกตั้งจะตัดสินใจเป็นนายกรัฐมนตรีเองหรือไม่นั้น นางสาวแพทองธาร กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า “ตอนนี้เรายังไม่อินอีกเหรอ เราท้อง 8 เดือนก็อินการเมืองมาก แต่อิ๊งค์ว่ามันเป็นเหมือน DNA ที่สืบมา สมัยที่พ่อเป็นนายกฯ เค้าอยากเปลี่ยนแปลงประเทศชาติบ้าง ซึ่งเราก็ได้รับกลิ่นอายนั้นที่รู้สึกได้ว่า อะไรที่ทำเพื่อประชาชนได้ก็เลยไม่ได้นึกถึงตัวเองก่อน จึงไม่ได้คิดว่าจะต้องได้เป็นนั่นเป็นนี่อะไรที่ทำได้เราก็ทำอันไหนเหมาะสมโอกาสประชาชนให้โอกาสพรรคให้อันนั้นเพื่อสิ่งสำคัญที่สุด
ส่วนจะตัดสินใจ นางสาวแพทองธาร ตอบว่า ย้ำว่า ตำแหน่งนี้ขอให้คนที่เหมาะสมและดีที่สุดเข้ามาทำเพื่อประชาชนและประชาชนก็เห็นด้วยจะดีกว่า
พร้อมขอบคุณคนกรุงเทพฯ ที่โหวตให้ตนเองมาเป็นอันดับสอง นายกฯ ที่คนกรุงเทพฯ อยากได้และพร้อมจะดึงกระแสจากคนรุ่นใหม่ให้เชื่อและวางใจพรรคเพื่อไทยเทคะแนนมาให้เรา