“ธรรมนัส” ยัน พปชร.ไม่แตก หลัง "นฤมล" สละสิทธิ์ปาร์ตี้ลิสต์ ยํ้ายังไม่ได้ลาออก มั่นใจกวาดยกพิจิตร มอง “ทักษิณ” กลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องดี ยก “บิ๊กป้อม” เป็นหัวหน้าที่ดีที่สุด
วันที่ 25 มี.ค. 2566 ที่วิทยาลัยเทคนิคพิจิตร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดทํารายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ มีความชัดเจนแล้วหรือยัง ว่า ขณะนี้บัญชีรายชื่อผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.แล้ว ซึ่งในวันที่ 28 มี.ค. จะมีการทบทวนอีกครั้ง บ่ายวันที่ 28 มี.ค. ที่จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค ทุกอย่างจะจบในวันนั้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ประกาศสละสิทธิ์ไม่ขอรับการเสนอชื่อเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ แต่ขอเสียสละให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าไปบ้าง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก็มีคนรุ่นใหม่อย่าง นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรค เข้ามา
เมื่อถามว่า ตอนที่ นางนฤมล สละสิทธิ์ ได้แจ้งหัวหน้าพรรคหรือพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นางนฤมลไม่ได้ลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ แต่แค่สละสิทธิ์เพราะเห็นว่าจะมีคนรุ่นใหม่ขึ้นมา และความจริงเรื่องนี้ก็คุยกันมานานแล้ว เพียงแต่ไม่ได้เป็นข่าว ยืนยันว่าไม่มีประเด็นความแตกแยก และตอนนี้นางนฤมลก็ยังอยู่กับพรรคเหมือนเดิม ในส่วนตําแหน่งเหรัญญิกพรรค ที่นางนฤมลบอกว่าตอนนี้ยังอยู่ แต่ไม่ได้พูดถึงอนาคตว่าจะลาออกหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ปีที่แล้วตนยังอยู่พรรคเศรษฐกิจไทยอยู่เลย ปีนี้มาอยู่พรรคพลังประชารัฐแล้ว ก็ยังงงตัวเองอยู่เหมือนกัน 6 เดือน เปลี่ยน 3 พรรค
...
ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าว ถึงความคาดหวังผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ในภาคเหนือ ว่า เมื่อปี 2562 จ.พิจิตร เราก็ได้ยกจังหวัด ซึ่งในขณะนั้นตนดูแล จ.พิจิตร โดยตรง เพราะฉะนั้นครั้งนี้คงไม่ต่างกัน มั่นใจว่าจะได้ยกจังหวัดทั้ง 3 เขต ส่วนการป้องกันแลนด์สไลด์นั้น ต้องบอกว่า จ.พิจิตร เป็นการแข่งขันกันระหว่างพรรคพลังประชารัฐพรรคภูมิใจไทย และเพื่อไทย ซึ่งขับเคี่ยวกันอยู่
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อประเทศญี่ปุ่น ว่ายินดีที่จะกลับมารับโทษที่ประเทศไทยแล้ว ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนได้ยินเรื่องนี้มานานพอสมควร ซึ่งหากนายทักษิณกลับมาแล้วเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฏหมาย ก็เป็นเรื่องที่ดี บ้านเมืองจะได้เดินหน้าต่อไปตามนโยบายของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ที่ต้องการก้าวข้ามความขัดแย้ง
เมื่อถามว่า ถือเป็นการหาเสียงหรือจิตวิทยาทางการเมืองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของนายทักษิณ แต่โดยกฎหมายแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
เมื่อถามว่า การพูดของนายทักษิณแบบนี้ จะเป็นการช่วยเสริมแลนด์สไลด์ของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นคนละประเด็นกัน ระหว่างเรื่องของกฎหมายกับการหาเสียง เมื่อถามว่า การออกมาพูดของนายทักษิณ ถูกมองว่าทําให้ข่วยเพิ่มคะแนนนิยม ให้กับพรรคเพื่อไทยมากขึ้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนกลับมองว่า คนไทยมีความรู้ทางด้านกฎหมาย แม้จะพูดให้ดูดีอย่างไร แต่คนไทยก็รู้อยู่แล้วว่าต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนของการจับมือกับพรรคพลังประชารัฐหลังการเลือกตั้ง ยังมีความเป็นไปได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ตนได้คุยกับหัวหน้าพรรคนานพอสมควร และมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะคุยในเรื่องดังกล่าว ตอนนี้ขอมุ่งเรื่องการหาเสียงก่อน เพื่อให้ลูกพรรคมีชัยชนะให้มากที่สุด เรื่องการจับมือตนว่าเป็นเรื่องอีกไกล
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยก็เดินสายกินข้าวกับพรรคต่างๆ ก็เป็นการส่งสัญญาณจับมือกันอยู่แล้ว ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คงไม่ใช่ ส่วนตัวมองว่าตอนนี้กระแสของ พล.อ.ประวิตร กําลังขึ้น และตนในฐานะที่อยู่ในการเมืองมานานพอสมควร รวมถึงเป็นผู้สมัครเองด้วย รู้จักกันทั้งนั้น ดังนั้นตนรู้ดีว่าผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐไม่ว่าจะเป็นเกรดใดก็ตาม มีโอกาสที่จะเข้ามานั่งในสภาทั้งนั้น
เมื่อถามว่า แสดงว่าผลโพลที่ออกมา ไม่ได้มีผลอะไรกับพรรคใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าโพลที่เราทำ เราใช้สำนักโพลที่มีมาตรฐาน เราไม่ได้ส่งตัวอย่างแค่ 1-2 พันคน แต่ใช่หลักหมื่นคน
เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นแกนนำคนสำคัญของพรรค มีความมั่นใจที่จะดัน พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ได้ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ชีวิตผมอยู่มาหลายพรรค ไม่มีหัวหน้าพรรคคนไหนที่ดีเท่าพล.อ.ประวิตร ไม่ต้องดูอะไรมาก พล.อ.ประวิตร มีแต่คนมาขอทานข้าวด้วย