“พิธา” นำทัพพรรคก้าวไกล เปิดเวทีปราศรัยแนะนำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี ทั้ง 10 เขต ลั่น รัฐประหารต้องไม่เกิดขึ้นอีก ด้าน “ธนาธร” ชวนใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 14 พ.ค. 66 เพื่อมอบอนาคตที่ดีให้ลูกหลาน

เมื่อช่วงค่ำวันนี้ (24 มีนาคม 2566) พรรคก้าวไกล เปิดเวทีปราศรัยแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี ทั้ง 10 เขต ที่สวนเทศบาลเมืองแหลมฉบัง โดยมีทั้งแกนนำและผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล เข้าร่วมการปราศรัย อาทิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล, นางสาวเบญจา แสงจันทร์ กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล สัดส่วนภาคตะวันออก และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล

นายพิธา ให้สัมภาษณ์ว่า ในยามที่การเมืองเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวย้ายขั้วย้ายพรรค อยากให้ชาวชลบุรีมั่นใจว่ายังมีทางเลือกของพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์อยู่ คือพรรคก้าวไกล ซึ่งในปี 2562 ตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ ชาวชลบุรีให้ความไว้วางใจกว่า 2 แสนคะแนน ที่ต้องการการเมืองที่ปลอดระบบอุปถัมภ์ กำหนดอนาคตตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งบ้านใหญ่

...

อีกทั้ง 4 ปีที่ผ่านมา ส.ส.หนึ่งเดียวของพรรคก้าวไกลใน จ.ชลบุรี ที่ไม่ย้ายข้างไปไหนอย่าง นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ได้ทำหน้าที่อย่างเป็นที่ประจักษ์ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่ ทำให้ตนมีความมั่นใจว่าพรรคก้าวไกลมาถูกทาง ตอกย้ำความเชื่อว่าการเมืองแบบคนธรรมดามีความเป็นไปได้ ถ้ายังมียักษ์วัดโพธิ์กับยักษ์วัดแจ้งตีกันอยู่ ก็มีแจ็คผู้ฆ่ายักษ์อยู่ที่นี่พรรคก้าวไกล ส่วนกรณีที่อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลใน จ.ชลบุรี ย้ายพรรคกันไปหลายคนนั้น การคัดสรรผู้สมัครของพรรคก้าวไกลในครั้งนี้ มั่นใจว่าทั้ง 10 คนผ่านกระบวนการคัดสรรที่เข้มข้น และทำงานร่วมกันมาเป็นปีๆ เชื่อมั่นได้ว่าในรอบนี้จะไม่มีงูเห่าเกิดขึ้นแน่นอน

สำหรับภาพที่มีการนัดคุยนัดกินข้าวระหว่างขั้วต่างๆ ยิ่งแสดงให้เห็นว่ายังมีขั้วอำนาจที่ต้องการแช่แข็งประเทศไทย เป็นการเมืองแบบที่พรรคก้าวไกลไม่ได้ความสนใจ และทำให้เห็นว่ามาถูกทางแล้วในการปิดสวิตช์ 3 ป. เป็นนิมิตหมายที่ดีในการชวนประชาชนให้มาเลือกพรรคก้าวไกลให้ถล่มทลายมากขึ้น แต่ที่น่าผิดหวังคือการที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่าการรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้นถ้าไม่จำเป็น สำหรับตนแล้วการรัฐประหารต้องไม่เกิดขึ้นอีกไม่ว่าจะในกรณีใดทั้งสิ้น

“การรัฐประหารจะหมดไปหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคนไทยจะปรองดองกันหรือไม่ เพราะทุกสังคมมีความขัดแย้งกันอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ แต่เราต้องใช้กระบวนการรัฐสภาและประชาธิปไตยมาแก้ไขปัญหาต่างหาก การพูดแบบนี้จึงเป็นตรรกะที่วิบัติมาก”

สำหรับรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี พรรคก้าวไกล ทั้ง 10 เขต ประกอบด้วย

เขต 1 นายวรท ศิริรักษ์
เขต 2 นางสาววรรณิดา นพสิทธิ์
เขต 3 นายชวาล พลเมืองดี
เขต 4 นางสาวนภัสวรรณ มณีรัตน์โรจน์
เขต 5 นายอนุชิต คำมูลมาตย์
เขต 6 กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์
เขต 7 นายสหัสวัต คุ้มคง
เขต 8 นายจรัส คุ้มไข่น้ำ
เขต 9 นายยอดชาย พึ่งพร
เขต 10 นางสาวนิชนันท์ วังคะฮาต

ทางด้าน นายธนาธร ปราศรัยในช่วงหนึ่งว่า โครงสร้างสังคมไทยทุกวันนี้ไม่เป็นธรรม ทำให้คนไทยจำนวนมากที่ทำงานหนักมาทั้งชีวิตไม่สามารถมีชีวิตที่มั่นคงได้ นี่คือความจำเป็นที่ทำให้เราเสนอสร้างรัฐสวัสดิการมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ เพื่อทำให้คนกล้าเดินตามความฝัน ดึงศักยภาพของคนไทยทุกคนออกมา รองรับกับทุกความไม่แน่นอนในชีวิต ควบคู่กับการสร้างรัฐสวัสดิการ เราต้องสร้างอุตสาหกรรมขึ้นในประเทศให้ได้

อีกทั้งปัจจุบันเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนไป โลกกำลังเปลี่ยนไป เราต้องรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ลองนึกภาพว่าถ้าประเทศไทยมีรถเมล์ไฟฟ้าทั่วประเทศ เชื่อมโยงทุกชุมชน ทุกสถานที่ท่องเที่ยว ทำให้คนไทยเข้าถึงขนส่งสาธารณะที่สะอาดและประหยัด ผลิตรถเมล์ไฟฟ้าเอง สร้างอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยได้ คนไทยจะมีงานที่มั่นคง นี่ต่างหากคือวิธีแก้ปัญหาหนี้สิน เป็นวิธีสร้างอนาคต พาไทยไปแข่งขันกับโลก รวมถึงอุตสาหกรรมการจัดการขยะ สิ่งเหล่านี้ถ้าเราก้าวไปก่อนเพื่อน จะพบว่ามีโอกาสอีกมากที่เราจะดึงมูลค่าจากตลาดโลกเข้ามาแบ่งกันในไทย จะทำให้คนไทยร่ำรวย

ทั้งนี้ สิ่งที่พรรคก้าวไกลพูดไปทั้งหมดจะทำไม่ได้เลยถ้าการเมืองยังเป็นเช่นนี้ การจะพาไทยไปไกลกว่านี้ จำเป็นที่ประเทศต้องพร้อมเผชิญหน้ากับการปฏิรูปที่ยากๆ ที่สำคัญหลายเรื่อง ถ้ามีพรรคที่กล้าทำเรื่องยากๆ แบบนี้ ก็คงไม่มีอนาคตใหม่เกิดขึ้น แต่ที่มีอนาคตใหม่เกิดขึ้นมาก็เพราะเราไม่เห็นว่ามีพรรคไหนที่กล้าทำเรื่องยากๆ แต่เป็นเรื่องจำเป็นในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูประบบราชการ ปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

“ถ้าการเมืองกับปากท้องมันแยกออกจากกันได้ ถ้าการแก้ปัญหาปากท้องอย่างเดียวโดยไม่ต้องแก้ปัญหาการเมืองทำให้ชีวิตคนไทยดีได้จริง คนไทยคงจะรวยไปนานแล้ว แต่ที่คนไทยไม่รวยเพราะปัญหาการเมืองเป็นแบบนี้ และต้องบอกว่ารัฐสวัสดิการ การลงทุนด้านเทคโนโลยี การสร้างประเทศไทยที่ดีกว่านี้ จะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าไม่เริ่มต้นที่ระบบการเมืองที่ดี ประเทศนี้มีหลายอย่างที่ต้องได้รับการปฏิรูป แก้ปัญหาที่ต้นตอ เพราะการแก้แบบขอไปทีแก้ปัญหาของประเทศไทยไม่ได้ และหนึ่งในปัญหาที่ต้องพูดถึงวันนี้คือปัญหาของนักการเมือง ทุกวันนี้นักการเมืองจำนวนมากไม่เคยสำนึกผิดในการรับใช้เผด็จการ ในการเป็นนั่งร้านให้การสืบทอดอำนาจของเผด็จการ ที่ทำให้ประเทศไทยมาถึงจุดตกต่ำ”

พร้อมกันนี้ นายธนาธร ยังเชิญชวนให้ประชาชนมาเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 อนาคตของประเทศขึ้นอยู่กับการกากบาทบัตรเลือกตั้งของทุกคน พรรคก้าวไกลต้องการอำนาจไม่ใช่เอามารับใช้ตัวเอง แต่รับใช้ประชาชน ถ้าเราช่วยกันความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จริง หนึ่งในรูปธรรมที่จับต้องได้ที่สุดเป็นการลงทุนที่ใช้ต้นทุนต่ำที่สุด คือการเลือกตั้งโดยไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพล เลือกด้วยความหวัง ไม่ใช่ความกลัว ความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนคืออดีต คือปัจจุบัน แต่อย่าให้เป็นอนาคตของลูกหลาน.