• หลังเลือกตั้ง หาก รทสช.ได้เป็นรัฐบาล ลั่น พร้อมปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรค ไม่ปรับ คิดแนวทางพัฒนาประเทศให้ตาย ก็ทำไม่ได้ เหตุกฎหมายไม่เปิดให้ทำ
  • เมิน ไม่สนใจ พรรคเพื่อไทย ย้ำ "แลนด์สไลด์" หาเสียง จะเป็นอุปสรรค ต่อ รทสช. เย้ย ก็แค่เป็นแนวทางประชาสัมพันธ์ ผมก็ประกาศ "แลนด์สไลด์" ได้ 
  • ยัน ไม่แปลกใจ! พรรคฝ่ายตรงข้ามโจมตี ปมใช้เวลา-ทรัพย์สินราชการ หาเสียง ถ้าเขาเห็นด้วยซิ ประหลาด! ชี้ เขาก็ต้องคิดในทางไม่ดีก่อน

"พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคร่วมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จากอดีตผู้พิพากษา อดีตแคนดิเดตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สู่การเป็นหัวหน้าพรรคเต็มตัว ในนาม "รวมไทยสร้างชาติ"

ตอนนี้ ชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รอประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น 

...

ล่าสุด ปี่กลองการเมืองเชิด เมื่อ "บิ๊กตู่" ได้ฤกษ์ ยุบสภา ต่อด้วย กกต.ประกาศกำหนดการเลือกตั้งแล้ว 3-7 เม.ย. เปิดรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบ่งเขต-ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์-ส่งรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขณะ 7 พ.ค. วันเลือกตั้งล่วงหน้า และ 14 พ.ค. วันเลือกตั้ง

"พีระพันธุ์" ช่วงนี้สังเกตให้ดี เปรียบเสมือน เป็นเงาตามตัวนายกฯ เนื่องจากต้องทำงานร่วมกันตลอด เหตุนายพีระพันธุ์ สวมหมวกเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในอีกสถานะหนึ่งก็เดินเกมเตรียมความพร้อมศึกเลือกตั้งให้บิ๊กตู่ เนื่องจากควบตำแหน่งหัวหน้าพรรคร่วมไทยสร้างชาติด้วย 

ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ถือเป็นนักกฎหมายมือฉมังอีกคนของรัฐบาลและยังเป็นมือกฎหมายของพรรครวมไทยสร้างชาติ ด้วย เป็นอย่างไรลองไปดู 

รทสช. พร้อมปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรค ไม่ปรับ คิดแนวทางให้ตาย ก็ทำไม่ได้ เหตุกฎหมายไม่เปิดให้ทำ

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ผมคิดว่า แนวทางคิดหลายเรื่อง บ้านเรามีหลายเรื่องที่ต้องปรับเยอะมาก เรื่องที่สำคัญ คือ การปรับปรุงกฎหมาย เพราะว่า กฎหมายคือเครื่องมือกำหนดกติกาของประเทศ ถ้าเราไม่ปรับกฎหมาย ต่อให้คุณคิดแนวทางเศรษฐกิจได้ดีแค่ไหนก็ทำไม่ได้ เพราะกฎหมายไม่เปิดโอกาสให้คุณทำแบบนั้น

"หรือ จะปรับแนวทางสิทธิประโยชน์ทางสังคมอะไรประชาชนในการประกอบอาชีพ ถ้ากฎหมายยังเป็นแบบเดิม คุณคิดแนวทางให้ตายก็ทำไม่ได้ ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าเราคิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรในสังคมบ้านเมืองเรา เราต้องมาดูว่า กฎหมายอะไรที่เป็นอุปสรรค ควรปรับปรุง การดำรงชีวิต การทำมาหากิน สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานสังคม"

หาก รทสช. คราวหน้าได้เป็นรัฐบาล สิ่งแรกที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจจะทำก่อน

หัวหน้า รทสช. กล่าวต่อว่า สิ่งแรก ต้องมีทุนให้ประชาชน 1. เรามีกองทุนฉุกเฉินประชาชน 2. หาทางแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ภาระหนี้สิน 3. เราจะต้องเน้นเศรษฐกิจฐานราก เพราะที่ผ่านมา เวลาเราดูจีดีพี รายได้ต่างๆ คนที่ได้จากตรงนั้นไม่ใช่ฐานราก เป็นบริษัทใหญ่ๆ แต่คนที่เป็นฐานราก วันนี้การเข้าถึงแหล่งเงินทุนยาก พอเข้าถึงแหล่งเงินทุน กระบวนการเหมือนแบงก์ปกติ กว่าจะผ่านยาก เมื่อเขามีภาระ เกิดทำธุรกิจแล้วช็อต ขีดความสามารถฟื้นตัวก็ยาก เพราะฉะนั้นเราต้องปลดเปลื้องยิ่งเหล่านี้ ให้กับธุรกิจ ผู้ประกอบการ หรือพวกสตาร์ทอัพ ต้องให้เขามีช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย เหมือนกับติดต่อแบงก์ ซึ่งเราต้องหาทางพื้นฟูแก้ไข อีกอัน คือ เรื่องฟื้นฟูกิจการ วันนี้เราเขียนกฎหมายฟื้นฟูกิจการ แต่เราไปกำหนดวงเงิน 10 ล้านบาท ซึ่งไปเอื้อกิจการใหญ่ๆ หมดเลย แล้วกิจการเล็กๆ ละ ซึ่งมีจำนวนมหาศาล แล้วคนเกี่ยวข้องเยอะ บริษัทใหญ่ๆ คนเป็นเจ้าของกี่ตระกูล บริษัทเล็กๆ ละคน กี่ครอบครัว เป็นเจ้าของกี่ครอบครัว กี่ตระกูล สิ่งเหล่านี้ผมว่าต้องหันมองปรับปรุงกฎหมายและหันมองคนตัวเล็กๆ ให้มากกว่าเดิม

จะเอารายได้เงินจากตรงไหนซัพพอร์ต

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า มันไม่เกี่ยวรายได้ มันเป็นเรื่องการวางระบบปรับปรุงกฎหมาย อย่างผมเคยเป็นกรรมการการบินไทยไปฟื้นฟูกิจการ เป็นหนี้เท่าไรครับ 4 แสนกว่าล้าน เป็นหนี้แสนกว่าล้าน ทำไมฟื้นฟูกิจการได้ แล้วทำไมบริษัทของคนธรรมดาๆ เป็นหนี้ไม่กี่ตังค์ เป็นหลักแสน หลักล้าน ฟื้นฟูไม่ได้ เจ๊ง นี่คือความเหลื่อมล้ำ อันนี้ไม่ต้องใช้เงินอะไรเลย แก้กฎหมายครับ

แบงก์เอง ก็ฮึดอัด เวลาออกกฎหมายแบบนี้ เพราะกระทบประโยชน์

หัวหน้าพรรค รทสช. กล่าวอีกว่า กระบวนการกฎหมายยืดยาด ผมเตรียมไว้แล้ว ผมเขียนเอง ตอนนี้เตรียมไว้แล้ว กฎหมายเกี่ยวกับข้าว ประเทศไทย ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังมาตลอด แต่ไม่เคยมีกฎหมายเกี่ยวกับข้าว เป็นไปได้ไหม นับต่อเนื่องจากอยุธยา มาถึงวันนี้เม่ากับ ประเทศไทยมีอายุ 600-700 ปี เป็นไปได้ไหม

เมื่อไม่กี่เดือน เรามีปัญหาเรื่องน้ำมัน ถกเถียงเรื่องค่าการกลั่น เรามีกฎหมาย 4 ฉบับ 3 กระทรวง แต่ทุกฉบับไม่มีฉบับไหนพูดเรื่องค่าการกลั่น ทำไมมีกฎหมายเกี่ยวกับพลังงาน 4 ฉบับ ทำไมไม่เป็นฉบับเดียว เวลาเกิดปัญหา ทำไมต้องกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ ทำไมไม่เขียนให้ชัดเจน ใครมีอำนาจเด็ดขาด แล้วเมื่อไหร่จะจบ ปัญหาเดียวคนเกี่ยวข้อง 3-4 แห่งกฎหมาย 3-4 ฉบับ นี่คือปัญหาบ้านเมืองเรา

เข้ามาใกล้ตัวหน่อยในกทม. บัตรเครดิต บัตรเครติดที่ใช้ประเทศไทยครั้งแรก 2502 บัตรแรก คือ บัตรไดเนอร์คลับ มาถึงปีนี้ 2566 กี่ปี 64 ปี เชื่อไหม ยังไม่มีกฎหมายบัตรเครดิต เป้นไปได้ไหมมันถึงโกงกันเลย เรียกดอกเบี้ยมั่วไปหมด แล้วทำไมไม่เคยมีใครคิดจะทำ ผมเสนอกฎหมายนี้ตั้งแต่เป็น ส.ส. สมัยแรก พอจะผ่านไม่ผ่านยุบสภา เป็นยังงี้ตลอด จึงเป็นอันหนึ่งที่ผมตั้งใจมาตลอด ผมในฐานะรวมไทยสร้างชาติ จะต้องเสนอ พ.ร.บ.บัตรเครติดในยุคนี้ให้ได้ ใช่มันเคยเข้าสภาแล้วแต่ก็ไม่ได้ ผมต้องเอาให้ได้

เลือกตั้ง "คละเบอร์" วางกลยุทธ์หาเสียงยังไง

"โอ๊ย เราก็เคยผ่านเลือกตั้งแบบนี้ มาแล้ว ไม่ใช่ของใหม่ เพียงประชาชน เรียกว่าตั้งใจหน่อย บางคนก็ทำสับสน มันก็อาจทำให้สับสนนิดหน่อย ประชาชนก็เคยผ่านแบบนี้มาแล้ว แต่ก็จะทำไงได้ กฎเกณฑ์มันมาอย่างนี้ พูดไปก็ไร้ประโยชน์ เครียดทำไม เดินหน้าแก้ปัญหาดีกว่า ทำยังไงไม่ให้มันสับสนดีกว่า ทำยังไงเลือกรวมไทยสร้างชาติเบอร์นี้ เลือกผู้สมัครรวมไทยสร้างชาติเบอร์นี้ เลือกประยุทธ์ จันทร์โอชา เบอร์นี้" หัวหน้า รทสช. กล่าว...

แบ่งเขตเลือกตั้ง รวมไทยสร้างชาติ มีปัญหาไหม

นายพีระพันธ์ ย้ำ คือ ทั้ง 2 อย่าง สำหรับพรรคไม่มีปัญหา เพราะว่าแนวทางผมเนี่ย ผมขี้เกียจนะ คุณบอกมีปัญหาก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา อำนาจอยู่ที่ กกต. เขาไม่แก้ให้คุณ แล้วยังไงไม่ยอมรับเหรอ ก็ต้องยอมรับสำหรับผมนะ มันเป็นอำนาจของเขา สำหรับผู้สมัครบางคนเขามีปัญหา คือ เขาฐานเสียงผู้สมัครบางคนเขาอยู่ตรงนี้ อยู่ดีๆ กกต. ก็แบ่งเขาเป็น 2 ซีก เขตซ้าย เขตขวา ก็ต้องยอมรับสภาพ เขาก็มีปัญหา ต้องเลือกจะไปทางไหน

รทสช. ให้ผู้สมัคร ส.ส. เป็นคนตัดสินใจเอง

ใช่ครับ ผมให้เขาตัดสินใจเองใน กทม. ผมก็ไม่เคยเห็น แบ่งย่อยแบบนี้ เขตนั้นแบ่งย่อยตรงนี้ เขตนี้เฉพาะย่อยตรงนั้น โอ้โหอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งตรงนี้ผมก็เลยให้เขาคนที่ยื่นความจำนง แล้วก็คนยื่นใหม่ เดี๋ยวให้กรรมการเคาะคนไหน เขาก็ต้องเป็นคนวินิจฉัยว่าเขาเหมาะพื้นที่ตรงไหน เขาโอเคไหม โอเคก็จบ ไม่โอเคก็ว่าอีกที ให้สิทธิ์เขา 

ลงพื้นที่แล้วแต่สถานการณ์ ความต้องการของพื้นที่ จำเป็น 2 คนก็ไป แล้วเราก็ต้องทราบโปรแกรมล่วงหน้า ไปไหนก็ต้องลาราชการ ก็หลัง 4 โมงครึ่ง

พรรคฝ่ายตรงข้ามเขาก็เอามาโจมตี ใช้เวลา ทรัพย์สินราชการ หาเสียง 

นายพีระพันธุ์ ระบุต่อว่า มันก็ไม่แปลกใจตรงไหน? เพราะพรรคฝ่ายตรงข้ามไม่เห็นด้วยกับผม ถ้าเห็นด้วยก็ไม่ใช่ฝ่ายตรงข้ามสิ มันเรื่องปกติ ไม่ประหลาดใจหรอกครับ ถ้าเขาเป็นพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามเรา เขาก็ต้องคิดในทางไม่ดีก่อน  

ถ้า รทสช. เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มองพรรคการเมืองมาร่วม 

ผมตอบไม่ได้หรอก แต่ว่าตามหลักการ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประโชยน์ประชาชนเท่านี้ แต่ต้องเป็นแบบผมคิดนะ ไม่ใช่เขาคิด ก็ไม่ต้องขยายหรอก 

เพื่อไทย ย้ำ "แลนด์สไลด์" ตลอด เป็นอุปสรรค ต่อ รทสช. ไหม 

นายพีระพันธุ์ ยืนยัน ผมไม่สนใจหรอกครับ ทุกพรรคก็ตั้งเป้ากันตลอดนี่ก็ตั้งเป้าแลนด์สไลด์ พรรคผมก็ตั้งเป้าเหมือนกัน เพียงแต่ทางนี้เอามาเป็นแนวทางประชาสัมพันธ์ ผมก็พูดได้ ผมอยู่การเมืองมา 30 ปี ผมเจอมาทุกรูปแบบแล้ว เมื่อก่อนก็มีการแบ่งเขตแบบนี้ โพลครั้งแรกออกมา ทีมผมตกยกทีม มาครึ่งทางทีมผมก็ตกยกทีม ท่านเลขาฯเรียกไปถามเลย ทำไมคะแนนตก ปรากฏว่า โพลครั้งสุดท้าย ทีมผมก็ตกยกทีมเหมือนเดิม แต่ผมมั่นใจไม่ตกยกทีม ผลออกมาผมชนะยกทีม ผมไม่สนใจหรอก โพลจะเป็นอย่างไร มันเป็นเรื่องทางวิชาการ แต่ก็ไม่ได้ไปดูถูกเขา 

เราทำเขาก็ทำ แต่ผมไม่ถือเป็นสรณะ บอกลูกทีมในพรรคว่า ที่สำคัญลงพื้นที่ ดูปฏิกริยาตอบรับชาวบ้านให้มีทางถึง ว่าชาวบ้านเขาเป็นยังไง การพูดคุยเป็นยังไง เพราะเราเจอโหวตเตอร์ตัวจริงให้มากที่สุด มากกว่าคนทำโพล 

ลงพื้นที่ ชาวบ้านตอบรับมากไหม รับ ประหลาดใจมาก! 

เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผมมีโอกาสตรวจราชการ มีกระแสตอบรับ พล.อ.ประยุทธ์ ผมบอกว่า ผมประหลาดใจ สำหรับผมนะ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมเคยไปลงพื้นที่ไปตรวจราชการกับท่าน จริงๆ ท่านพล.อ.ประยุทธ์ ท่านก็ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพเหมือนพวกผมที่อยู่กันมา ผมไม่เคยเห็นว่านักการเมืองอาชีพคนไหน ที่อยู่ในตำแหน่งนานขนาดนี้ ทำงานขนาดนี้ ถูกสื่อโจมตี ถูกฝั่งตรงข้ามโจมตี เท่ากับพล.อ.ประยุทธ์

หากเลือกตั้งครั้งนี้ เกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย?

"ไม่มีใครรู้อนาคต แต่เรารู้ได้อย่างหนึ่งว่า ถ้ารวมไทยสร้างชาติ ได้เป็นรัฐบาลไม่ว่าข้างน้อย ข้างมาก เราจะทำให้ดีที่สุดและทำให้ดีที่สุดสำหรับบ้านเมือง เพื่อประชาชน" นายพีระพันธุ์ กล่าวทิ้งท้าย...

จากนี้ ต้องจับตาดู ฝีมือ  "ตุ๋ย" พีระพันธุ์ จะนำ รทสช. ถึงฝั่งฝัน ส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เป็นนายกฯ และพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ 14 พ.ค. 2566 เลือกตั้งใหญ่ก็จะได้รู้!


ผู้เขียน:เดชจิวยี่

กราฟิก:Chonticha Pinijrob