"ธนกร" รมต.ประจำสำนักนายกฯ แจงเหตุวุ่นวาย "บ้านโป่ง" หญิง ตะโกนด่าทอนายกฯ จนท. ปฏิบัติตามหลักสากล วอน กลุ่มเห็นต่างทำความเข้าใจ ทุกพรรคต้องลงได้ทุกพื้นที่ ถ้าไม่ชอบไปตัดสินกันวันเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 14 มี.ค. 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มเห็นต่างเคลื่อนไหว ระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ว่า เข้าใจว่า เวลา พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ไปตรวจราชการจะมีส่วนที่ได้ประโยชน์ เมื่อมีปัญหาของประชาชนเราก็ต้องไปแก้ไข ซึ่งการที่มีประชาชนบางส่วนมาเห็นต่างในระบอบประชาธิปไตยนั้นทำได้อยู่แล้ว แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย เพราะเราต้องยอมรับว่า มีคนมาร่วมงาน 4,000-5,000 คน แต่มีคน 3-4 คน มาแสดงความเห็นต่าง ต้องเข้าใจเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยว่า อาจมีการกระทบกระทั่งระหว่างประชาชนได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามหลักสากล และนายกฯ ก็เข้าใจอยู่แล้วและไม่ได้ทราบเรื่องมาก่อน และตนเชื่อว่า การลงพื้นที่หลังจากนี้ก็คงมีแบบนี้บ้าง ทั้งนี้ นายกฯ เข้าใจและต้องว่าไปตามกฎหมาย ทุกคนเป็นคนไทยทำอะไรก็ต้องอะลุ่มอล่วยกัน พูดจากันให้เข้าใจดีกว่า

เมื่อถามว่า ต้องกำชับเจ้าหน้าที่หรือไม่เพราะภาพที่ออกมาจะเห็นว่าผู้เห็นต่างถูกกระทำ นายธนกร กล่าวว่า เราต้องฟังคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย สิ่งที่ปฏิบัติเป็นไปตามหลักสากลหรือไม่อย่างไร ซึ่งตนมีมุมมองอีกมุมว่า ถ้าปล่อยให้บางส่วนมีการดำเนินการอย่างนั้นก็จะทำให้คนอีกส่วนใหญ่ไม่พอใจกันและเกิดการกระทบกระทั่งเหมือนในอดีตที่กลุ่มผู้ชุมนุมด้วยกันเอง กระทบกระทั่งกันและเกิดปัญหาวุ่นวายขึ้น ตนจึงเห็นว่าต้องทำความเข้าใจกันและเห็นใจทุกฝ่าย

...

เมื่อถามว่า จะทำให้ภาพลักษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์เสียไปด้วยหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า ตนว่ามันคนละส่วนคนละเรื่องกัน นายกฯ ไม่ได้เสียภาพลักษณ์ท่านอยู่แล้ว เพราะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน ทุกวันนี้ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ท่านอย่างเต็มที่แล้ว แต่ตนอยากฝากไว้ว่า การแสดงออกนั้นทำได้ภายใต้กฎหมาย แต่การใช้ถ้อยคำด่าทอนายกฯ ที่เป็นผู้นำประเทศตรงนี้ต้องดูด้วย เพราะคนชอบนายกฯ ก็มีจำนวนมาก ไม่ว่าพรรคไหนลงพื้นที่การเห็นต่างก็ต้องให้เกียรติกับทุกพรรค การที่ทุกพรรคลงพื้นที่ไปหาเสียงหรือไปตรวจราชการ คนที่เห็นต่างต้องเข้าใจ ไม่ปฏิบัติแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นใครเราแข่งกันที่นโยบาย ถ้าประชาชนไม่ชอบหรือเห็นว่า นโยบายไม่ดีก็ไปตัดสินกันที่วันเลือกตั้ง