“โกวิทย์ พวงงาม” แถลงที่รัฐสภา ชี้แจงกรณีลาออกย้ายซบพรรครวมไทยสร้างชาติ ยอมรับ พลังท้องถิ่นไท ไม่มีเงินทุนส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง 2566 เผยความตั้งใจ หวังผลักดันนโยบายกระจายอำนาจให้ อปท.
วันที่ 10 มีนาคม 2566 นายโกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงข่าวที่อาคารรัฐสภา กรณีการลาออกจากสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไท ว่า ตนดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน 2565 เป็นต้นมา ได้เจอและเผชิญกับปัญหาในการบริหารจัดการพรรคหลายประการ เช่น ประธานที่ปรึกษาพรรค คือ นายชัชวาลล์ คงอุดม หรือ ชัช เตาปูน ลาออกจากพรรคไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ตามคำเชิญของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อให้มาช่วย
สำหรับเรื่องสำคัญที่เป็นปัญหาหลัก คือ พรรคไม่มีทุนหรือเงินพอที่จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือการบริหารจัดการเลือกตั้งที่จะต้องต่อสู้แข่งขันกันสูงกับพรรคอื่นๆ ได้ แม้ว่าการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังท้องถิ่นไทเมื่อปลายเดือนมกราคม 2566 จะมีมติยืนยันว่า จะไม่มีการยุบพรรคและจะคงความเป็นพรรคพลังท้องถิ่นไทไว้ แต่จะให้ความเป็นอิสระกับ ส.ส.ของพรรคและกรรมการบริหารพรรคที่จะตัดสินใจทางการเมืองของแต่ละคน ซึ่งช่วงหลังในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 มี ส.ส.ของพรรคส่วนหนึ่งไปสังกัดพรรคอื่นๆ บ้าง รวมทั้งไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ และกรรมการบริหารพรรคบางคนก็ลาออกไป ต้นเดือนมีนาคม 2566 ได้พบปะพูดคุยกับกรรมการบริหารพรรค และมีมติว่าพรรคพลังท้องถิ่นไทจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม 2566 ด้วยเหตุผลคือ ไม่มีทุนในการจัดส่งผู้สมัครและการบริหารจัดการเลือกตั้ง
...
นายโกวิทย์ ระบุต่อไปว่า จึงทำให้ตนเองตัดสินใจลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2566 และเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ด้วยการเชิญชวนของ นายชัชวาลล์ ในฐานะที่มีความผูกพันและเคยสนับสนุนให้ตนเป็น ส.ส.ในสมัยแรก ประกอบกับ นายพีระพันธุ์ เคยชักชวนไว้ตั้งแต่ต้น และเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2566 ได้เข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงถือโอกาสพูดคุยกับ นายพีระพันธุ์ ว่า ตั้งใจอยากจะผลักดันนโยบายเรื่องการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อาทิ
1. การเพิ่มเงินอุดหนุนให้แก่ อปท. เป็นสัดส่วนร้อยละ 35 ในปีงบประมาณ 2567
2. ปรับปรุงกฎหมายเพิ่มหน้าที่และอำนาจให้แก่ท้องถิ่น และตัดตอนลดความซ้ำซ้อนหน้าที่และอำนาจระหว่างส่วนราชการกับท้องถิ่น
3. เร่งรัดจัดให้มี อปท.รูปแบบพิเศษ ในพื้นที่เมืองที่มีศักยภาพ เช่น เมืองท่องเที่ยว เมืองชายแดน เมืองที่เป็นเกาะ
4. เร่งรัดปรับปรุงระเบียบบริหารราชการบุคคลของข้าราชการท้องถิ่นและพนักงานท้องถิ่น ให้มีศักดิ์ศรีเทียบเท่าข้าราชการ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเหมือนข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)
5. ให้พิจารณาจังหวัดที่มีศักยภาพด้านรายได้และความพร้อมยกฐานะเป็นตัวอย่างจังหวัดจัดการตนเอง
6. เสนอให้มีการจัดตั้งสภาพลเมืองในแต่ละท้องถิ่นเพื่อให้มีส่วนร่วมในการจัดการชุมชนท้องถิ่นของตนเอง
ทางด้านนโยบายด้านการศึกษา ได้ขอเสนอให้เร่งรัดส่งเสริมคุณภาพของคนในชาติกับการเร่งสร้างพลเมืองของชาติโดยการส่งเสริมการศึกษาการเรียนรู้แก่คนทุกเพศทุกวัยอย่างเท่าเทียมกัน การอุดหนุนอาหารกลางวันกับเด็กก่อนวัยเรียนและระดับประถมศึกษา ทั้งในโรงเรียนของรัฐและโรงเรียนเอกชนอย่างเท่าเทียม การจัดให้มีกองทุนอาชีพในวัยเรียนกับนักเรียน นักศึกษา การปรับทิศทางมหาวิทยาลัยให้ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศและเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนท้องถิ่นสำหรับคนทุกเพศทุกช่วงวัย การปรับรื้อโครงสร้างระบบราชการให้กะทัดรัดตอบโจทย์กับการปฏิรูปประเทศและมีความเป็นธรรมต่อไป.