โฆษกรัฐบาลเผย รัฐบาลพร้อมดึงตลาดนักท่องเที่ยวเรือสำราญเพิ่มรายได้ พร้อมร่วมมือกับ Netflix จัดทำคู่มือการท่องเที่ยวไทย ส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และ Soft Power
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมสนับสนุนให้ภาคการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง เสริมแนวทางดึงตลาดนักท่องเที่ยวจากเรือสำราญ รวมถึงการร่วมมือกับแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิง Netflix จัดทำคู่มือการท่องเที่ยวไทย ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทย ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยและเศรษฐกิจ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า การท่องเที่ยวโดยเรือสำราญนับเป็นหนึ่งในรูปแบบของการเดินทางท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม มีแนวโน้มและอัตราการเติบโตในภาพรวมทั่วโลกก็เพิ่มขึ้น ซึ่งในฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมของทุกปี มีผู้โดยสารเที่ยวเรือสำราญเฉลี่ยต่อลำ 1,800-2,400 คน มักเดินทางมายังประเทศไทยในลักษณะของ One Day Trip โดยไม่พักค้างคืน ซึ่งนักท่องเที่ยวเรือสำราญจะมีอัตราการใช้จ่ายโดยเฉลี่ยสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป 4-10 เท่า โดยนิยมการท่องเที่ยวทางทะเล อาหารไทย สปา การแสดงทางวัฒนธรรม รวมถึงของฝาก ของขวัญ และของที่ระลึก ซึ่งไทยได้พัฒนาและยกระดับท่าเรือสำหรับการท่องเที่ยว ทำให้อัตราการเดินทางเข้าของเรือสำราญ รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวสูงขึ้น เชื่อมั่นว่าจะเพิ่มรายได้เข้าไทย โดยภาพรวมรายได้อุตสาหกรรมจากเรือสำราญในปี 2562 ก่อนเกิดโควิดระบาด สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยกว่า 4,840 ล้านบาทต่อปี
...
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากรัฐบาลจะส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ๆ รัฐบาลยังได้ผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และ Soft Power อีกด้วย โดยหน่วยงานของรัฐบาล ได้จับมือกับแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิง Netflix เพื่อจัดทำคู่มือการท่องเที่ยวไทย ในคอนเซปต์ “Uncover Thailand : A Creative Travel Guide” (https://thailandtravelmap.com/) โดยคู่มือการท่องเที่ยวนี้ จะพานักท่องเที่ยวไปเยือนสถานที่ถ่ายทำของภาพยนตร์และซีรีส์ทั้งของไทยและต่างชาติ ที่รับชมได้บน Netflix รวมถึงสิ่งที่น่าสนใจ และต่อยอดการท่องเที่ยวได้จากภาพยนตร์และซีรีส์ โดยเชื่อว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มความสนใจพิเศษ เช่น กลุ่มผู้ชื่นชอบภาพยนตร์ หรือ กลุ่มแฟนคลับนักแสดง รวมทั้งเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลการท่องเที่ยวและส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทย ควบคู่กับช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น
“นายกรัฐมนตรีพร้อมให้การส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ รวมถึงการผลักดัน Soft Power ให้เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคม รวมทั้งเชื่อว่าจะเป็นโอกาสเปิดช่องทางสำหรับธุรกิจใหม่ๆ ในประเทศไทย” นายอนุชา กล่าว.