“ชูวิทย์” ฟิวส์ขาด หลัง จนท.สธ.บุกตรวจร้านกัญชาในโรงแรม ยัน ไม่เคยยกหูโทรหา ”อนุทิน” ปูด เสนอเงินให้ 50 ล้าน ช่วยดัน "ภูมิใจไทย"ใน กทม.ลั่น ไม่กลัวตายบุกไป สธ.แน่
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข เข้าตรวจค้น ร้านจำหน่ายกัญชา (ร้านกัญชาชูวีดบาร์ Chuweed Bar) ที่เช่าพื้นภายในโรงแรมเดอะเดวิส บางกอก ซ.สุขุมวิท 24 ซึ่งเป็นโรงแรมของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โดยทันทีที่นายชูวิทย์ ทราบข่าว ได้เดินเข้ามาสอบถามว่า ที่มาตรวจวันนี้ในร้านมีอะไรผิดกฎหมาย โดยยืนยันว่า ร้านที่เช่าพื้นที่ได้รับใบอนุญาตให้เปิดตามกฎหมาย และถามเจ้าหน้าที่ว่า นายอนุทินสั่งให้มาตรวจสอบหรือไม่ และจะบอกให้ว่า คนอยู่เบื้องหลังอนุทิน คือ เนวิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตอบกลับว่าไม่มีความเห็นเรื่องนี้ มาเพราะทำตามหน้าที่
จากนั้น นายชูวิทย์ ได้เปิดภาพหน้าอนุทินและหน้านายเนวิน ว่า เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังหรือไม่ และปลูกกัญชาที่บุรีรัมย์เป็นแสนไร่ คนที่ได้ผลประโยชน์ไม่ใช่ใคร แต่คือคนในรูป
จากนั้น นายชูวิทย์ ออกอาการหัวเสียเดินไปกวาดสินค้ากัญชาต่างๆ ที่วางบนเคาน์เตอร์ปัดลงกับพื้นแล้วเหยียบโชว์ด้วยความโกรธว่า โดนกลั่นแกล้ง หลังเปิดโปงการคอร์รัปชัน เรื่องรถไฟสายสีส้ม และพอพูดถึงเรื่องกัญชา ได้ส่งคนมาตรวจสอบร้านทันที พร้อมยืนยันว่า จะเรื่องโทษของกัญชาต่อไป และหากจะหาเรื่องเพื่อมาปิดโรงแรมก็ทำไป ส่วนใครที่ได้ผลประโยชน์จากรถไฟฟ้าสายสีส้ม ก็ขอให้ฉิบหายไป จากนั้นได้ถุยน้ำลายใส่รูปภาพอนุทิน และเนวิน
นายชูวิทย์ ย้ำว่า ไม่เคยกลัวทุกเรื่องที่ตนเองออกมาเปิดเผยล้วนเป็นเรื่องจริง เพียงแต่ไม่มีใครกล้ามาเปิดหน้า ชีวิตผ่านคุกตะรางมาแล้วหลายรอบไม่กลัวชนกับใคร ยืนยันไม่ได้รับใบสั่งจากใครให้มาถล่มพรรคภูมิใจไทย ขออย่าโยงกับเรื่องการเมืองการเลือกตั้ง เพราะสิ่งที่ทำ คือ การทักท้วงผลกระทบ โทษของกัญชาที่มอมเมาเยาวชน แต่พรรคภูมิใจไทย กลับพูดถึงประโยชน์ ถ้ามีประโยชน์จริงทำไม พ.ร.บ.ถึงตีตกจากสภาเป็นแค่กฎกระทรวง
...
นายชูวิทย์ ยังท้านายอนุทิน จะเปิดโปงเรื่องไหนให้ทำเลย เพราะตนไม่ได้มีผลประโยชน์กับใคร และชี้แจงว่าร้านดังกล่าวเพิ่งมาเช่าเมื่อเดือนตุลาคม 2565 ประมาณ 4 เดือน ไม่เคยมีเจ้าหน้าที่มาตรวจก็เพิ่งมีวันนี้ที่นายอนุทินให้สัมภาษณ์ตอนเช้า พอบ่ายก็ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจทันที หรือนายอนุทินถนัดใช้อำนาจการเมืองกลั่นแกล้งคนอื่น
ส่วนที่นายอนุทินบอกว่า ตนเองโทรหาเพื่อนัดทานข้าวนั้น ยืนยันไม่เคยโทรหามีแต่นายอนุทินโทรมานัดทานข้าว เพื่อให้ช่วยสนับสนุนคะแนนเสียงในกรุงเทพฯ พร้อมกับเสนอเงินให้อีก 50 ล้าน แต่ตนไม่ได้รับปากไป แต่นายอนุทินกลับไปบิดเบือนบอกสื่อว่า ผมโทรไปหา
นายชูวิทย์ ยังฝากทิ้งท้ายว่า หากยังใช้อำนาจกลั่นแกล้งประชาชน และคนที่เห็นต่าง แต่มาขู่คนอย่างชูวิทย์ไม่ได้ ยืนยันจะไม่หยุดเปิดโปงเรื่องคอร์รัปชัน และกัญชาเป็นซีรีส์ต่อไป ย้ำ ตนเองไม่กลัวตายชีวิตทุกวันเหมือนแขวนบนเส้นด้าย สักวันตนเองก็ลงโลง จากนั้น นายชูวิทย์เดินไปเล่นเปียโนฝากถึงนายอนุทินให้รู้ผ่อนคลาย อย่าหมกมุ่นแต่กับการเมือง
ขณะที่นายโบ้ เจ้าของร้านคาเฟ่ กัญชาที่เข้ามาเช่าพื้นที่ของนายชูวิทย์ ระบุว่า ตนเองเข้ามาขอเช่าพื้นที่เพื่อเปิดร้านคาเฟ่กัญชา โดยเช่าเดือนละ 1 แสนบาท ซึ่งร้านตนเองมีการขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย และก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบมาก่อน มีวันนี้ที่เข้ามาตรวจโดยเข้ามาขอดูใบอนุญาตกับตนเอง ซึ่งก็ได้แสดงไปแต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้แจ้งอะไรก่อนจะกลับไป ยืนยันว่า ร้านดังกล่าวเป็นร้านของตนเองไม่ใช่ของนายชูวิทย์ มีสัญญาเช่าถูกต้องหมด ส่วนที่นายชูวิทย์บอกว่า มีเด็ก เยาวชน เข้ามาใช้บริการ ยืนยันว่าถ้าตนเองอยู่ที่ร้านจะไม่อนุญาตให้เด็กใช้บริการ ตามกฎของกระทรวง แต่ถ้าวันที่ตนเองไม่ได้เข้าร้านตนเองไม่สามารถตอบได้ แต่ยืนยันว่า สามารถตรวจสอบได้หากผิดก็พร้อมจะปิดร้านทันที