“อนุทิน” บอก ชัดเจน “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” มีการเมืองเบื้องหลัง ยัน รู้ตัวด้วยว่ากลุ่มไหน บอก ไม่ให้ราคา รู้ต่างคนต่างทำหน้าที่ ไม่คิดเคลียร์ “พีระพันธุ์” บอกค่อยคุยหลังเลือกตั้ง ประชุม ครม.เจอหน้าก็ไม่อึดอัด อีกแค่ 2-3 อาทิตย์เอง
วันที่ 27 ก.พ. เมื่อเวลา 09.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ จะจองกฐินกระทรวงต่อไป คือ กระทรวงสาธารณสุข ว่า ยังไม่ทราบ แต่ทุกคนมีสิทธิ์พูดหรือทำอะไร ในฐานะประชาชนเราก็ต้องรับฟัง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินหรือไม่ว่า ทำไมนายชูวิทย์ ถึงพุ่งเป้ามาที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้ประเมิน เราก็ทํางานของเรา ทุกคนมีสิทธิที่จะทําอะไรตามที่กฎหมายเปิดทางให้ เมื่อถามว่า มองว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีอยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดา เพราะเป็นช่วงการเลือกตั้ง ถือเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งเหมือนกัน แต่ยืนยันว่า ไม่มีผลกระทบต่อคะแนนเสียงของพรรคภูมิใจไทย เพราะเรามีนโยบายที่ชัดเจน และผลงานชัดเจน ไม่เคยไปลอกเลียนผลงานของคนอื่นมา เรามีผลงานเป็นของตัวเอง ทำอะไรเรารู้ ประชาชนก็รู้ เมื่อถามว่า พอรู้หรือไม่ว่า กลุ่มการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง นายชูวิทย์ คือกลุ่มใด นายอนุทิน กล่าวว่า ทราบหมดแหล่ะ แต่ทําไมจะต้องมาพูดกัน เราก็ทำงานของเราไป และเรื่องนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น เพียงแต่เราไม่ทำแบบนี้
เมื่อถามว่า นายชูวิทย์ ประกาศจะสกัดไม่ให้พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล นายอนุทินหัวเราะ พร้อมกล่าวว่า "ไม่ให้ราคา" ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายชูวิทย์ ออกมาตอบโต้ หลังจากที่นายอนุทินแผ่เมตตาให้ ว่า “เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนายชูวิทย์เพิ่งจะโทรศัพท์มาหาผม มานัดกินข้าว ยังไม่ทันได้นัดกันเลย มาว่ากันซะแล้ว ไม่เป็นไร ธรรมดาของการเมือง รู้กันอยู่แล้ว นายชูวิทย์กับผมรู้จักกันมาหลายปี ลูกก็เป็นเพื่อนกัน เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องกลเกมทางการเมือง ก็ว่ากันไป ต่างคนต่างมีหน้าที่ ก็ทํากันไป แต่อย่าทําผิดกฎหมายก็แล้วกัน”
...
เมื่อถามว่า จะมีการโทรศัพท์เคลียร์ใจกับนายชูวิทย์ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่โทร แต่ก่อนหน้านี้เคยโทรไปครั้งหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพราะนายชูวิทย์บอกว่าให้มากินข้าวกัน ตนก็บอกว่า โอเคเดี๋ยวจะนัด แต่เมื่อโทรไป นายชูวิทย์ก็ไม่รับแล้ว และพอดีมีประเด็นเรื่องนี้ออกมา ก็ไม่ควรจะโทรแล้ว ความจริงเป็นคนรู้จักกันทั้งนั้น ให้กำลังใจกันมาโดยตลอด เคยคิดทำการเมืองใน กทม.ด้วยกัน แต่พรรคภูมิใจไทยในขณะนั้นคิดว่า ใน กทม. คงจะยาก ไม่เหมือนตอนนี้ แต่ตอนนี้เราก็ได้ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หัวหน้าทีม กทม. พรรคภูมิใจไทย มาช่วยพอดี นายชูวิทย์ ก็อาจจะโกรธที่ไม่ได้ไปชวน อย่างไรก็ตาม คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองเป็นการว่ากล่าวให้ร้าย เพื่อหวังผลอะไรบางอย่าง
เมื่อถามว่า จะมีการเคลียร์ใจกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ ว่า ทำไมถึงออกมารับเรื่องจากนายชูวิทย์ ด้วยตัวเอง นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องคุย คุยทำไม คุยไปก็ไม่มีประโยชน์ เลือกตั้งเสร็จใครมี ส.ส.เท่าไหร่ ตรงนี้ถึงจะเป็นตัวชี้ว่า ใครจะต้องคุยยังไงกับใคร มีเงื่อนไขอะไร ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์ของมัน แต่ละคนก็ต้องไปทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน พรรคภูมิใจไทย คิดอยู่แค่นี้ ใครจะทำอะไรก็แล้วแต่
เมื่อถามว่าบรรยากาศเป็นแบบนี้ จะมองหน้ากันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็มองกันอีกแค่ไม่เกิน 2-3 สัปดาห์ ไม่เป็นไรหรอก ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ ครม. ต้องแยกออกจากกัน และไม่ได้อึดอัดอะไร เพราะเราทํางาน การมาประชุม ครม.คือการมาทำงาน ต่างคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง ถ้าไม่ทำงาน คนก็จะหาว่าละเลย ละเว้นอีก เมื่อถามว่า จะไม่ส่งผลต่อการร่วมรัฐบาลในอนาคตใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการกระทำของแต่ละพรรค ความจริงก็ดีเหมือนกัน ก่อนเลือกตั้งคนจะได้ไปทำงานอย่างเต็มที่ ปลดแอก ปลดพันธนาการทั้งหลาย ทําให้เราเป็นตัวของเราเองอย่างเต็มที่ จะได้คิดอะไรของเราเอง โดยไม่ต้องมีความเกรงอกเกรงใจหรือวิตกกังวลอะไร เพราะบางที เราต้องนึกถึงตัวเราเอง มัวแต่ไปคิดถึงคนอื่นมากๆ ก็จะเป็นสิ่งที่ไม่ดีกับตัวเรา