นายกฯ ชื่นชมความก้าวหน้านวัตกรรมฮาลาล ชี้ต้องทำต่อไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล เพื่อประเทศชาติ ยันเจตนาดีไม่อยากทะเลาะกับใคร อมยิ้มหลังรองอธิการบดีจุฬาฯ ผิดคิวกล่าวต้อนรับ “นายกฯ ประวิตร”

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 ก.พ. 2566 ที่ห้องประชุม 201 ชั้น 2 ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รับฟังบรรยายและเยี่ยมชมศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ต้อนรับ

ทั้งนี้ ก่อนที่นายกฯ ขึ้นกล่าวมอบนโยบาย ศ.ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ขึ้นกล่าวต้อนรับว่า กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร ก่อนจะรีบขออภัยและระบุว่าตื่นเต้น ทำให้ผู้ที่มาร่วมงานภายในห้องต่างพากันอมยิ้ม รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์

ด้าน รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า มอตโตของนายกฯ ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ ตรงกับคำในศาสนาอิสลาม กอลูสะเมียะนาว่าอาเฏาะนา ที่แปลว่า เราได้รับทราบแล้วและเราได้ปฏิบัติแล้ว พอได้ยินคำนี้จากนายกฯ ว่านี่คือความโปรดปราน เพราะเราฟังอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องปฏิบัติด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นแนวคิดเดียวกัน รศ.ดร.วินัย ยังกล่าวอีกว่า ลูกเขยของตนเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตสวนหลวง พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งต้องขอบคุณนายกฯ เป็นอย่างยิ่งที่ให้ความไว้วางใจ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า วันนี้มีความสุขอีกวันที่ได้มาร่วมงาน ทุกคนที่นั่งแถวหน้ารู้จักกับตนมาตั้งแต่ปี 2557 ที่ตนเข้ามาบริหารประเทศ และจำได้ว่าได้มีการพูดคุยกันว่า จะเกิดการวิจัยพัฒนามากขึ้น วันนี้จึงได้เห็นถึงโอกาส ซึ่งเราเป็นประเทศที่ทำการเกษตรกรรมเป็นหลัก และต้องเพิ่มรายได้อุตสาหกรรมไปด้วย โดยมีเรื่องปศุสัตว์และอาหารแปรรูปต่างๆ ขอชื่นชมการทำงานในระบบการทำฮาลาล ซึ่งตนเคยเปิดดูยูทูบเห็นร้านอาหารต่างประเทศ เป็นร้านเฉพาะมีเป็นร้อยยี่ห้อ ก็อยากให้ของไทยเข้าไปอยู่ในนั้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่เราต้องขับเคลื่อนให้ได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ยังเจอปัญหาอยู่เยอะ ตนอยากพูดให้ประชาชนเข้าใจว่าเราทำอะไรไปแล้ว อะไรที่ทำได้ตนก็ทำและทำให้เสร็จ อะไรไม่เสร็จก็ต้องรับฟังความเห็นและอะไรทำใหม่และทำต่อ ตนคิดแบบนี้มาตลอดหลายปี หลายอย่างคืบหน้า หลายอย่างแม้จะมีอุปสรรคแต่ก็มีแนวทางแก้ไขปัญหา ขณะที่นโยบายรัฐบาลเน้นการวิจัยและพัฒนา เพราะการเพิ่มมูลค่าอาหาร สินค้าต่างๆ ของเรา วันนี้ผลิตแบบเดิมๆ ขายไม่ออกจึงมาเน้นในเรื่องวิจัยพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องการออกแบบ Packaging ที่เป็นแรงจูงใจให้คนนิยม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนชื่นใจและดีใจที่ได้มาเห็นความคืบหน้าด้วยตนเอง เห็นรอยยิ้มทุกคน ขอชื่นชม และคิดว่าเป็นสิ่งที่เราต้องทำต่อไป ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ต้องทำเพื่อประเทศชาติที่รักยิ่งของเรา นอกจากนี้ ตนไม่เคยเข้ามาศูนย์ที่นี่ มีคนบอกว่ายังเล็กไปหน่อย ตนก็ได้ยิน แต่ค่อยว่ากันวันหลัง ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม ดูแลอยู่แล้ว วันนี้ตนให้สัญญาไม่ได้ เข้าใจนะ เดี๋ยวหาว่ามีความผิดอีก วันนี้พูดอะไรก็ผิดไปหมด บางครั้งเราก็เจตนาดีที่จะพูด ที่จะสื่อสาร แต่บางครั้งก็ไม่ได้ ต้องระมัดระวังให้ตนด้วยนิดนึง แต่อะไรที่ควรจะทำก็จะต้องทำ ซึ่งเราพยายามทำหลายๆ เรื่องให้เศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งมีทั้ง 2 ส่วน คือ ระดับบนและระดับฐานราก จึงอยากฝากให้ทุกคนช่วยกันทำฐานรากให้เข้มแข็งด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนอาหารฮาลาลตนกินได้หมด ตนเป็นคนไทยและเป็นคนง่ายๆ ทานได้หมด ไม่ได้เลือกอยู่แล้ว ขณะเดียวกันวันนี้ตนต้องเตือนเรื่องการลงทุน การค้า และพาณิชย์ในโลกใหม่ น่าเป็นห่วงในเรื่องการกีดกันทางการค้าและสงครามต่างๆ ซึ่งตนได้ข้อมูลเรื่องการกีดกันการค้าด้วยคำว่า สิ่งแวดล้อม ดังนั้นการทำอะไรก็ตามต้องคำนึงสิ่งแวดล้อม เพราะอาจมีการตรวจสอบทั้งหมดและไปสู่เรื่องจะสั่งซื้อหรือจะไม่ซื้อ รวมทั้งกติกาและเรื่องภาษีอะไรต่างๆ ตนพยายามแก้ปัญหาเหล่านี้ให้มั่นคง ยั่งยืน วันนี้ต้องระมัดระวัง รักกันไม่แยกแยะ แบ่งพวกแบ่งฝ่ายอะไรทั้งสิ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ย้ำว่าต้องมีหลักคิด Active Learning ภรรยาเป็นอาจารย์ก็สอนตนทุกวัน ต้องคิดและสร้างกระบวนการคิดในสมองว่าจะเป็นอย่างไร และมีภูมิต้านทานในหัวเอาวิธีการที่ถูกต้องมาคิด ไม่ใช่คิดที่ผิดเป็นถูกไม่ได้ อะไรผิดก็คือผิด ขณะเดียวกันหลายอย่างที่ตนพูด ไม่ได้ว่าใคร วันนี้แตะอะไรไม่ได้ ไม่ได้ว่าใครสักที ไม่มีเจตนาทะเลาะกับใครทั้งสิ้น ทะเลาะกับตัวเองก็เหนื่อยพอแล้ว ทะเลาะกับตัวเองทั้งวัน ไอ้โน่นใช่ไอ้นี่ไม่ใช่ ร้อยอย่างก็ทำได้ 2-3 อย่างเท่าที่ทำได้ ตนต้องไตร่ตรองและต้องคิดให้รอบคอบในฐานะผู้นำประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า อาหารเป็นหนึ่งใน Soft Power หรืออำนาจละมุนของไทย ซึ่งมีหลายอย่างที่ต่างชาติกำลังมาลงทุน ถ้าเราไม่สนับสนุนก็ไม่เกิด แต่เราต้องให้ในกรอบที่ทำได้ วันนี้ยังเจอปัญหาเก่าๆ หลายอย่างต้องแก้ไขให้ได้ เพราะตนห่วงประเทศชาติและประชาชนทุกเรื่อง ไม่ใช่แค่รายใหญ่ รายเล็ก แต่ทั้งหมดคือประเทศไทย และมีอย่างเดียวโลกใบนี้เท่าเทียมเรื่องโอกาส ถ้าทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันโอกาสก็เพิ่ม ไม่ขัดแย้งกัน ทำประเทศเปลี่ยนไปยุคใหม่ในการพัฒนา โดยทำให้ถูกต้อง ไม่เอื้อประโยชน์ให้ใคร ขณะที่เงินที่มีอยู่ในปัจจุบันต้องแบ่งเป็น 2 ขา ซึ่งรายรับเพิ่มขึ้นไม่มาก จึงต้องผลิตเหล่านี้มาเพื่อเพิ่มรายได้มากขึ้น และมาดูแลกลุ่มผู้มีรายได้น้อยมากขึ้น วันนี้ใช้เงินตรงนี้เยอะพอสมควรอยู่แล้ว ถ้าจะทำอะไรใหม่ที่คนอยากได้ ถามว่าของเดิมไปไหน ยืนยันตนไม่ค้านกับใคร แต่บางครั้งเสนอมาใช้เงินเก้าแสนล้าน จะเอาเงินจากไหน ซึ่งจะให้ได้มากขึ้นถ้าทำรายได้ให้มากขึ้น

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายนายกฯ ฝากความห่วงใยถึงจุฬาราชมนตรี โดยระบุว่า มีความใกล้ชิดและคุ้นเคยกัน ซึ่งมีความเป็นห่วงในเรื่องสุขภาพ และด้านสาธารณสุขพร้อมดูแล

จากนั้น นายกฯ เยี่ยมชมนิทรรศการงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ฮาลาลและชมห้องปฏิบัติการวิจัย พร้อมร่วมถ่ายภาพเซลฟี่กับคณะผู้จัดงาน รวมถึง นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตสวนหลวง พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มาร่วมต้อนรับด้วย.