รวมไทยสร้างชาติ ชี้แจงกรณีที่ทำการพรรค ยัน ไม่เกี่ยวข้องกับ ส.ว.ที่ถูกพูดถึงในการอภิปรายมาตรา 152 ย้ำ “บิ๊กตู่” และพรรค ไม่มีความเกี่ยวข้อง จ่อดำเนินการทางกฎหมาย
จากกรณีการอภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี หรือ การอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ในลักษณะกล่าวหาให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่า อาคารที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติเกี่ยวพันกับทุนสีเทาเนื่องจากเป็นอาคารที่เกี่ยวพันกับสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ท่านหนึ่ง ซึ่งผู้อภิปรายพยายามกล่าวหาว่า ส.ว.ท่านนั้นเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดและการกระทำที่ผิดกฎหมายนั้น
วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2566) พรรครวมไทยสร้างชาติ ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า จนปัจจุบันยังไม่เคยปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการตั้งข้อกล่าวหาหรือมีการแจ้งข้อหากับ ส.ว.ท่านนั้น นอกจากนี้ ส.ว.รายดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคและไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับพรรครวมไทยสร้างชาติ ดังนั้นการกระทำใดๆ ของ ส.ว.รายนี้ จึงไม่เกี่ยวข้องกับพรรครวมไทยสร้างชาติ และไม่ใช่การกระทำของพรรครวมไทยสร้างชาติทั้งทางตรงและทางอ้อม
สำหรับเรื่องการใช้อาคารสถานที่เป็นที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพราะเพิ่งจะมาเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติใช้อาคารสถานที่ดังกล่าวเป็นที่ทำการพรรคมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ได้มีตำแหน่งบริหารใดๆ ในพรรคที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกใช้อาคารสถานที่ใดเป็นที่ทำการพรรค
การที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) นำเรื่องดังกล่าวไปอภิปรายกล่าวหาผูกโยง ส.ว.ท่านนั้นกับพรรครวมไทยสร้างชาติและ พล.อ.ประยุทธ์ เพียงเพื่อสร้างเรื่องราวการอภิปรายให้เป็นไปตามความคิดความเข้าใจของตนเองว่า อาคารที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติและ พล.อ.ประยุทธ์ กับ ส.ว. ที่ผู้อภิปรายกล่าวหามีความเกี่ยวข้องกัน ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่เป็นการกระทำที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงตามคำอภิปรายของ ส.ส.ผู้นั้น จึงเป็นการกระทำที่เป็นการไม่รับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่และไม่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่ผู้เป็น ส.ส.ที่ดีจะพึงกระทำ
ทั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นเพียงผู้เช่าใช้อาคารสถานที่อันเป็นที่ทำการพรรคเท่านั้น ซึ่งโดยปกติทั่วไปผู้เช่ากับผู้ให้เช่าที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันหรือที่ไม่มีการกระทำใดที่กระทำร่วมกันจะต้องมีความรับผิดชอบ หรือร่วมรับผิดในการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นไม่ว่า ส.ว.ที่ถูกกล่าวหาจะเป็นผู้กระทำความผิดจริงหรือไม่ ก็ไม่เกี่ยวข้องกับพรรครวมไทยสร้างชาติที่เป็นเพียงผู้เช่าอาคารที่จะต้องมีความรับผิดหรือต้องตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาร่วมด้วย
ขณะเดียวกันในช่วงเวลาที่พรรครวมไทยสร้างชาติเช่าใช้อาคารดังกล่าวก็ไม่เคยปรากฏข่าวหรือข้อเท็จจริงใดๆ ในทางสาธารณะที่เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปตามข้อเท็จจริงที่ ส.ส.ผู้นั้นหยิบยกขึ้นมาใช้อภิปราย จึงเป็นไปไม่ได้ที่พรรครวมไทยสร้างชาติจะทราบล่วงหน้า หรือคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่า ส.ว.ที่เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในอาคารดังกล่าวจะถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำใดๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในเวลาต่อมาหรือในอนาคตได้
“การที่มี ส.ส.พยายามผูกโยงข้อเท็จจริงในการอภิปรายให้ประชาชนเข้าใจ หรือคิดว่าพรรครวมไทยสร้างชาติและ พล.อ.ประยุทธ์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำการอันเป็นความผิดต่อกฎหมายอย่างร้ายแรงนั้น จึงเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามจริยธรรมของนักการเมืองและตามกฎหมายอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติจะพิจารณาดำเนินการตามสิทธิ์และตามกฎหมายต่อไป”.
...