“อมรัตน์” ลุกประท้วงประธานไม่ควบคุมให้ “พล.อ.ประยุทธ์” ตอบในสภาฯ หลังบอกจะไปตอบในโซเชียล เหน็บ ไม่เคยเปิดคอมเมนต์ ด้าน “จุลพันธ์” แนะนายกฯ อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว
เมื่อเวลา 19.10 น. วันที่ 15 ก.พ. 2566 ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงในการอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี หรือ การอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ก็ลุกขึ้นกล่าวในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า นี่เป็นกลไกของสภาฯ ในการตรวจสอบ ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 152 ให้ซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญหา แต่นายกรัฐมนตรีกลับพูดว่า “แล้วพวกท่านทำอะไร” ซึ่งพวกเราเป็นฝ่ายค้าน มีหน้าที่ตรวจสอบ หน้าที่ 8 ปีที่ผ่านมาเป็นของคณะรัฐมนตรี (ครม.) อยากให้รับทราบบทบาทที่ชัดเจน
นายจุลพันธ์ ระบุต่อไปว่า นายกรัฐมนตรีตอบคำถามใน 2 ครั้งที่ผ่านมาว่าทำหมดแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเราพยายามจะนำเสนอไปยัง ครม. ถ้าทำตัวน้ำเต็มแก้วเช่นนี้ ปัญหาที่เสนอจะไม่ได้รับการตอบสนองแก้ไขให้พี่น้องประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ พยายามยกอ้างในรางวัลต่างๆ แต่ถ้าไม่สามารถมองเห็นถึงปัญหาและแก้ไขได้ ประชาชนยังเดือดร้อนเช่นนี้ แสดงว่าสิ่งที่ทำมายังไม่ประสบความสำเร็จ
ทั้งนี้ ดีใจที่นายกรัฐมนตรีรับฟัง แต่อาจจะยังไม่เข้าใจในนโยบายดีๆ หลายอย่างของพรรคฝ่ายค้าน แล้วมาฟันธงเรื่องงบประมาณ ทำได้หรือไม่ได้ อาจจะไม่ได้เข้าใจถ่องแท้ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้น เป็นสิ่งดีที่นายกรัฐมนตรีเริ่มเรียนรู้ ขณะเดียวกัน นายจุลพันธ์ ได้กล่าวขอโทษเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ได้พูดไปว่า “บัตรคนจน” เนื่องจากเห็นว่ามีการเปลี่ยนชื่อพูดกันว่า “บัตรลุงตู่” จึงคิดว่าจะใช้ชื่อไหนก็ได้ และชาวบ้านเรียกกันบัตรคนจน ขอให้ต่อจากนี้นายกรัฐมนตรีใช้คำว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อย่าไปเปลี่ยนเป็นชื่อตัวเอง ดูจะไม่ถูกต้องและอาจขัดรัฐธรรมนูญเรื่องการใช้งบประมาณของรัฐไปหาเสียง
...
ต่อมา นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ลุกขึ้นประท้วง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการควบคุมการประชุม ว่า “เมื่อสักครู่นี้มีการถามและอภิปรายไม่ไว้วางใจในที่ประชุมแห่งนี้ แล้วนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะไปตอบในโลกโซเชียล มันจะทำได้อย่างไรคะท่านประธาน ทำไมไม่ควบคุมให้ท่านนายกฯ ตอบในที่ประชุมสภาฯ แห่งนี้ และการไปตอบในโซเชียลท่านก็ไม่เคยเปิดช่องคอมเมนต์เลยนะคะ แล้วพอไปตอบแล้วท่านจะมาคอมเมนต์ตอบว่าอย่างไรบ้างคะท่านประธาน แล้วท่านทำไมไม่ควบคุมตักเตือนนายกรัฐมนตรีว่าทำไมไม่ให้เกียรติที่ประชุมแห่งนี้ ตอบคำถามที่ถามในสภาฯ แห่งนี้ จะหนีไปไหนคะ จะหนีไปตอบในโลกโซเชียล อันนี้คือการโกหกชัดๆ ค่ะ ท่านไม่เคยเปิดช่องคอมเมนต์เลยค่ะ”
ทางด้าน นายชวน กล่าวว่า ใครจะตอบที่ใดเป็นสิทธิ์แต่ละคน แต่หน้าที่เราในนี้คือปฏิบัติไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 วันนี้ไม่ใช่เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เป็นการเปิดอภิปรายตามมาตรา 152 ซึ่งตนดีใจที่ตั้งแต่เริ่มต้น ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ได้ย้ำถึงแนวของมาตราดังกล่าว และอภิปรายกันมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ถึงจะมีประท้วงบ้างแต่โดยทั่วไปไม่มีการใช้ถ้อยคำที่หยาบคาย หรือประธานตักเตือนก็รับฟัง พร้อมย้ำถึงฝ่ายรัฐบาลว่ามีเวลาจำกัดในการชี้แจง หากครบกำหนดเวลาจะไม่สามารถชดเชยให้ได้ จากนั้นต่อด้วยการอภิปรายของ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ในเวลา 19.15 น.