ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อัด รัฐบาลบิ๊กตู่ ยิ่งบริหาร คนไทยยิ่งจน และเสียโอกาส ก่อหนี้มากกว่ารัฐบาลอื่นๆ หลายเท่า ค่าแรงถูกแช่แข็งมา 8 ปี ปราบโกงล้มเหลว แนะยุติบทบาท มาศึกษานโยบายจากพรรค
เมื่อ 15.13 น. วันที่ 15 ก.พ. 2566 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวอภิปรายในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152 ที่ อาคารรัฐสภา เกียกกาย ถึงเรื่องเศรษฐกิจว่า การบริหารแรงงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยิ่งทำยิ่งจน หนี้สินท่วมหัวคนไทย เสียโอกาส อีกทั้งปีที่ผ่านมาอัตราเงินเฟ้อไทยพุ่งสูงในรอบ 24 ปี ทำคนไทยชักหน้าไม่ถึงหลัง รายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย คนไทยจนลง
ขณะที่ 6 ปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเกือบ 2 เท่าในทุกๆ ตัว และการปรับลดภาษีสรรพสามิตของรัฐบาลประโยชน์กับไม่ได้ตกถึงประชาชน ทำให้เกิดผลที่ตามมา ราคาพลังงานพุ่ง เพิ่มค่าไฟ และราคาอาหารแพงขึ้น และยังเป็นรัฐบาลที่ก่อหนี้มากกว่ารัฐบาลอื่นๆ หลายเท่า มีหนี้สินเฉลี่ย 5 แสนบาทต่อครัวเรือน ค่าแรงขั้นต่ำถูกแช่แข็ง มา 8 ปี
...
นอกจากนี้ ภายในปีเดียว ไทยเสียดุลการค้าไปแล้ว 6.5 แสนล้านบาทในปีนี้ สาเหตุมาจากการทำรัฐประหาร ทำให้การเจรจาระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ต้องถูกเบรคไป เกิดความเหลื่อมล้ำทวีคูณ คนไทย 1 ใน 3 ของ 20 ล้านคน มีรายได้ไม่ถึง 1 แสนบาทต่อปี ถือว่าเกิดความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลก เกิดการทุจริตวงกว้าง การปราบคอร์รัปชันล้มเหลว ช่วยกันโกงแบบมีระบบ
ส่วนอันดับความโปร่งใส ไทยยังอยู่ที่ 101 แต่สมัยรัฐบาลทักษิณ อยู่ที่อันดับที่ 59 ถือได้ว่าระบบการตรวจสอบเน่าเฟะ จึงขอคาดเดาว่าเวลาที่รัฐบาลเหลืออยู่ในเดือนเศษๆ จะมีการเติมเงินบัตรคนจน อุดหนุนพลังงาน เพื่อหวังเสียงของประชาชน เนื่องจากใกล้เลือกตั้งอย่างแน่นอน
นายจุลพันธ์ จึงขอเสนอแนะให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยุติบทบาท เพราะสร้างความเสียหายให้ไทย หยั่งรากลึกถึงระบบโครงสร้าง ไม่มีความรู้ เพียงแต่พยายามสืบทอดอำนาจ ขอให้ไปเรียนรู้นโยบายจากพรรคเพื่อไทยที่ทำได้จริง.
ภาพ : วัชรชัย คล้ายพงษ์