“รังสิมันต์ โรม” ขู่ ไม่จบแค่อภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 แน่ เตรียมยื่นเอาผิดกฎหมายต่ออีกเพียบ ขอให้เป็นเวทีที่ทั้ง 2 ฝ่ายพูดความจริง ลั่น ถ้าสภาล่มจะอภิปรายนอกสภาต่อ ไม่หวั่นไร้เอกสิทธิ์คุ้มครอง
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 15 ก.พ. 2566 นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมการอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า ในวันนี้พรรคก้าวไกลจะมีผู้อภิปรายจำนวน 5 คน มีเนื้อหาทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง ทุจริต การอภิปรายครั้งนี้แม้จะไม่มีการลงมติแต่ใกล้การเลือกตั้งใหญ่ 2566 เราจึงจะทำงานในระดับเดียวกับการเลือกตั้งใหญ่ มั่นใจว่าเรามีหลักฐานในการเอาผิดรัฐบาล และไม่จบแค่การซักฟอก แต่จะมีการดำเนินการตามกฎหมายอีกมาก
จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายรัฐบาลออกมาระบุ ถ้าการอภิปรายเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะมีการประท้วง รวมถึงมีการนับองค์ประชุม นายรังสิมันต์ ตอบว่า ไม่แน่ใจจะทำเช่นนั้นทำไม การที่ฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบได้ดีและเป็นประโยชน์กับประชาชน ซึ่งเมื่อเป็นประโยชน์กับประชาชนแล้วรัฐบาลไม่ต้องการให้เราทำหน้าที่นี้ ตกลงรัฐบาลต้องการอะไร ไม่ได้ต้องการให้ประชาชนรับรู้ข้อมูล รับรู้การทุจริตใช่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นรัฐบาลกำลังยอมรับว่าตัวเองมีบาดแผลเหวอะหวะเต็มตัวใช่หรือไม่ กลัวว่าประชาชนจะรู้เลยพยายามปิดบังฝ่ายค้าน
ทั้งนี้ อยากให้เป็นเวทีที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้พูด ไม่มีการปิดปากใคร และรัฐบาลจะได้มีโอกาสชี้แจง ประชาชนจะได้รับข้อมูล หากชี้แจงดีเขาก็จะเลือก แต่ถ้าชี้แจงไม่ดีประชาชนก็ไม่เลือก เช่นเดียวกันหากฝ่ายค้านทำหน้าที่ไม่ดีประชาชนก็ไม่เลือก ขออย่าให้เป็นเวทีปิดปาก แต่ให้เป็นเวทีพูดความจริง ส่วนที่มีคนปรามาสว่าฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลใหม่ แต่ทุกครั้งก็หน้าชากลับไปตลอด การปรามาสเป็นสิทธิ์ของเขา ห้ามไม่ได้ และขออย่ามาห้ามพวกตนแล้วกัน
...
สำหรับคำถามมีความกังวลเรื่องสภาล่มหรือไม่ นายรังสิมันต์ ระบุว่า เราจะพยายามทำให้ไม่ล่ม แต่ถ้าสุดท้ายมันล่ม ไม่สามารถยื้อกันได้จริงๆ เราเตรียมแผนสำรองไว้ โดยการนำเสนอเรื่องราวนอกสภา ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงการพูดนอกสภาไม่มีเอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครอง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด และเราห้ามคนฟ้องไม่ได้ แทรกแซงผู้พิพากษาในชั้นตุลาการไม่ได้ แต่สิ่งที่อยากให้สังคมเข้าใจคือไม่มีใครอยากให้ไปอภิปรายนอกสภา ทุกคนอยากทำหน้าที่ในสภา แต่หากสภาล่มแล้วต้องไปทำงานนอกสภาก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำหน้าที่ ส.ส. สุดท้ายถ้าจะถูกดำเนินคดี คือ การทำหน้าที่ของเรา แต่ไม่อยากเป็นเช่นนั้น.