ทีม ปชป.กทม.ควง “เจิมมาศ จึงเลิศศิริ” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ลุย ตลาดน้อย ชู อัตลักษณ์เด่น นโยบายกองทุนสร้างงานชุมชน 1 ล้านบาท ต่อชุมชน ทั่ว กทม.ฟื้นเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ได้ 

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 ก.พ. 2566 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแลพื้นที่ กทม. พร้อมด้วยนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. น.ส.วทันยา บุนนาค หรือมาดามเดียร์ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง และนางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตพระนคร สัมพันธวงศ์ ป้อมปราบศัตรูพ่าย ร่วมลงพื้นที่พบปะประชาชนและรับฟังปัญหาย่านตลาดน้อย โดยนางเจิมมาศ กล่าวว่า การลงพื้นที่ตลาดน้อยวันนี้ มีสถานที่สำคัญหลายจุด ที่เป็นสถานที่เก่าแก่โบราณ ที่มีอะไรซ่อนอยู่หลายจุด ที่หลายคนไม่เคยเห็น เช่น สถาปัตยกรรมจีนโบราณ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 และสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีนักท่องเที่ยวกลับมา จึงมาเยี่ยมเยียนและเชิญชวนทุกคนเข้ามาท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจย่านตลาดน้อย

...

ขณะที่นายสุวัชชวีร์ กล่าวว่า เศรษฐกิจชุมชนใน กทม. เฉาลงทุกพื้นที่ ร้านค้าทุกร้านยอดขายหายลงไปครึ่งหนึ่ง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ กองทุนสร้างงานชุมชน หนึ่งล้านบาท ต่อชุมชน ทั่ว กทม. เชื่อว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนได้ ซึ่งเงินจำนวนนี้เป็นเงินให้เปล่า ที่จะนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจขณะเดียวกันก็ยังสามารถนำไปดูแลเด็กผู้สูงอายุเรื่องการจัดการขยะ หรือระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ในชุมชนได้ด้วย ซึ่งเป็นนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญและเชื่อว่าจะได้ผล พร้อมมั่นใจว่าจะเป็นนโยบายที่เอาชนะใจคนกรุงเทพมหานครได้ และพรรคประชาธิปัตย์ขอเป็นหัวหอกในการทำนโยบายเรื่องเศรษฐกิจชุมชน

ด้าน น.ส.วทันยา กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในชุมชนตลาดน้อย เป็นโมเดล ที่แสดงให้เห็นว่า ในประเทศไทยทั้งหมดแต่ละพื้นที่ย่อมมีเสน่ห์ที่ซ้อนอยู่ หากเราสามารถนำอัตลักษณ์และเสน่ห์เหล่านั้นออกมา เหมือนชุมชนตลาดน้อย ก็จะสามารถดึงนักท่องเที่ยว สร้างเม็ดเงิน จากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติได้ ตรงกับนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญ และจะนำเสนอในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างแน่นอน