วุฒิสมาชิกด้านสื่อสารมวลชนชี้ พ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมสื่อฯ มีจุดสำคัญคือการแยกสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนออกจากสื่อบุคคล เพื่อชี้ชัดนักวิชาชีพสื่อสารมวลชนออกจากบุคคลที่ใช้การสื่อสารเท่านั้น ลั่นสื่อแท้ไม่ต้องกลัว กฎหมายออกมาเพื่อคุ้มครอง
เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิพนธ์ นาคสมภพ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และประธานอนุกรรมาธิการสิทธิเสรีภาพสื่อสารมวลชนและสื่อสาธารณะ วุฒิสภา กล่าวว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. ... ที่คณะรัฐมนตรีเสนอนี้ ใช้เวลามาตั้งแต่รัฐธรรมนูญพุทธศักราช 2550 จนถึงวันนี้ ใช้เวลา 15 ปี และเชื่อว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะแยกสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนออกจากสิทธิเสรีภาพการสื่อสารของบุคคล ด้วยคำว่าจริยธรรมนักวิชาชีพและมาตรฐานสื่อมวลชน
"แล้วคนที่เป็นสื่อมวลชนโดยสุจริตจะกลัวอะไรครับ สื่อที่ผิดจริยธรรมต่างหากที่ต้องกลัว เพราะพระราชบัญญัติฉบับนี้ กำหนดโทษได้อย่างมาก คือ การภาคทัณฑ์ การประณาม เพื่อให้รู้ว่าบุคคลที่อ้างตัวเป็นสื่อนั้นไม่ใช่นักวิชาชีพสื่อสารมวลชน ไม่มีการลงโทษด้วยวิธีอื่น ไม่มีจำคุก ไม่มีปรับ" นายนิพนธ์ กล่าว และว่า บุคคลที่ต้องการสื่อสารมีสิทธิเสรีภาพสื่อสารกันได้ ใช้สื่อใหม่ได้ แต่เป็นการสื่อสารแบบบุคคลที่จะอยู่ข้างไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องพูดให้ครบถ้วนทุกด้าน ไม่จำเป็นต้องมีจริยธรรมแบบสื่อนะครับ แต่ก็ไม่สามารถรับการคุ้มครองตามกฎหมายแบบสื่อได้
นายนิพนธ์ กล่าวต่อว่า เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะเป็นฉบับที่แยกสิทธิเสรีภาพของนักวิชาชีพสื่อมวลชนที่มีจริยธรรมออกจากสิทธิการสื่อสารแบบบุคคล แต่ควรจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของสื่อมวลชน เพื่อประกอบการทบทวนปรับปรุงแก้ไขบางมาตรา สำหรับมาตรฐานและจริยธรรมสื่อสารมวลชน ตามมาตรา 30 ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มีอยู่ทั้งหมด 7 ข้อ โดยสาระสำคัญคือ การเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะตามข้อเท็จจริงด้วยความถูกต้อง ครบถ้วน รอบด้าน และเป็นธรรม รวมทั้งการให้ความเป็นธรรมซึ่งได้รับผลกระทบจากการเสนอข่าวแสดงความคิดเห็น