“จรัส คุ้มไข่น้ำ” พร้อมชนบ้านใหญ่ชลบุรี เผยกระแส “ก้าวไกล” พุ่งแรง มั่นใจคนชลฯ มีทางเลือกใหม่-อยากเปลี่ยนแปลง ฝากถึงคนที่คิดว่าต้นตระกูลคือต้นทุนทางการเมือง ขอให้เข้าใจใหม่ อย่าดูแคลนประชาชน
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส.ชลบุรี เขต 6 พรรคก้าวไกล แสดงความเห็นกรณีการย้ายพรรคของนักการเมืองบ้านใหญ่ในจังหวัดชลบุรีในช่วงที่ผ่านมาว่า ไม่รู้สึกหวั่นใจ วันนี้ชลบุรีเปลี่ยนไปแล้ว ในฐานะ ส.ส.เขต ที่ทำงานใกล้ชิดประชาชน ทราบดีว่าวัฒนธรรมการเมืองบ้านใหญ่ มีผลน้อยลงเรื่อยๆ หรือแทบไม่มีผลเลยต่อการตัดสินใจเลือกผู้แทนของคนชลบุรี ประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นหากนักการเมืองคนใด หรือกลุ่มใดคิดว่าประชาชนยังผูกติดกับตระกูลการเมือง ก็เป็นความคิดที่ล้าหลังไม่ทันโลก การยึดติดกับบางตระกูลทางการเมืองนั้น นอกจากจะไม่นำความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงมาให้ประเทศและจังหวัดชลบุรี ยังเป็นการส่งต่อวัฒนธรรมแบบระบบอุปถัมภ์ที่ไม่เป็นผลดีต่อการสร้างประชาธิปไตยระยะยาว เพราะทำให้อำนาจกระจุกอยู่ที่คนบางกลุ่ม ผลประโยชน์ความเจริญไม่มาถึงประชาชน
“อยากฝากไปถึงคนที่คิดว่า ต้นตระกูลคือต้นทุนทางการเมือง ขอให้เข้าใจเสียใหม่ และอย่าดูแคลนประชาชน นี่คือการเลือกตั้งในปี 2566 ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร หูตากว้างขวาง พรรคใดทำเพื่อประชาชน พรรคใดทำเพื่อกุมอำนาจเพื่อต่อรองทางการเมือง พวกเขาทราบดี ดังนั้นในฐานะ ส.ส.เขตของจังหวัดชลบุรี พูดได้คำเดียวว่าพรรคก้าวไกลไม่หวาดหวั่นอะไรเลย จะบ้านใหญ่ บ้านไหน ไม่สู้บ้านที่ปลูกขึ้นมาจากเสานโยบายที่แข็งแรงที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหา ซึ่งบ้านใหญ่ไม่เคยแก้ได้” นายจรัส กล่าว
ส.ส.ชลบุรีเขต 6 พรรคก้าวไกล กล่าวอีกว่า ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ พรรคก้าวไกล จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี ทั้งจังหวัดอีกครั้ง ยืนยันเราไม่หวั่นใจกับตระกูลใหญ่ หรือพรรคไหนทั้งสิ้น เพราะคนที่ตัดสินใจเลือกคือประชาชน ไม่ใช่บรรพบุรุษต้นตระกูล และเชื่อว่าตลอด 4 ปีของพรรคก้าวไกล แสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นพรรคที่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนประชาชนจริงๆ และจะนำพาประเทศไปสู่ความเปลี่ยนแปลง
...
ขณะที่ นายวรท ศิริรักษ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 1 พรรคก้าวไกล กล่าวว่า การลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้มีหลายคนสอบถามเข้ามาว่าตนจะเอาอะไรไปสู้ เพราะเขต 1 ต้องสู้กับอดีต ส.ส. และรัฐมนตรี แต่ตนอยากบอกว่าการทำงานในพื้นที่ทุกวัน ทำให้มั่นใจว่าพี่น้องชลบุรีเขต 1 ต้องการความเปลี่ยนแปลง ต้องการตัวแทนของพวกเขาที่รับฟัง นำปัญหาของเขาไปผลักดัน อยากให้เสียงของพวกเขาดัง และนำไปสู่การพัฒนาให้ตรงจุด
“อีกอย่างที่คิดว่าน่าจะเป็นคำตอบได้ชัดเจนที่สุดว่าผมจะเอาอะไรไปสู้ คือผลงานของคนที่เคยได้รับโอกาสจากประชาชนมาก่อน แต่เข้าไปแล้วไม่สามารถทำอะไรที่จับต้องได้เลย ทำให้ผมเดินหน้าทำงานในพื้นที่ได้อย่างมั่นใจ และอยากลบคำสบประมาทว่าคนชลบุรีไม่กล้าเปลี่ยน การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นคำตอบว่าคนชลบุรีอยากเปลี่ยนมานานแล้ว” นายวรท กล่าว.