นพ.ชลน่าน นำทีมพรรคฝ่ายค้าน ยื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ปมซุกหุ้นกว่า 100 ล้าน

วันที่ 7 ก.พ. 2566 ที่อาคารรัฐสภา นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และ ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติ และพรรคเสรีรวมไทย แถลงข่าว ขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 170 (5) ประกอบมาตรา 187 โดยมีนายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับมอบ

ด้วยปรากฏข้อเท็จจริงว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ก่อนเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2562 และก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2562 มีอาชีพประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยมีตำแหน่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและมีอาชีพประกอบกิจการทำโรงโม่หิน ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทศิลาชัย บุรีรัมย์ (1991) จำกัด โดยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ต่อมาได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทเมื่อ วันที่ 9 เม.ย. 62 ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้ทำการโอนหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตัคชั่นให้กับนายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 61 จำนวน 119,500,500 บาท

...

แต่จากข้อมูลและพยานหลักฐานน่าเชื่อว่าการโอนหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตัคชั่น ให้กับนายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ ดังกล่าวเป็นนิติกรรมอำพรางหรือเป็นการแสดงเจตนาลวง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่กำหนดห้ามผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทคงไว้ ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทเกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ โดยแท้จริงแล้ว นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตัคชั่น จำนวน 119,500,000 บาท ดังกล่าวโดยไม่เปลี่ยนแปลง การโอนหุ้นส่วนของตนให้นายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ เป็นเพียงการให้ถือหุ้นแทนเท่านั้น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ยังคงเป็นเจ้าของและเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และมีอำนาจบริหารกิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่นในทางข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง การกระทำของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ดังกล่าวจึงเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 187 ประกอบมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543

จึงทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 170 (5) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้มีรายชื่อท้ายคำร้องนี้ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 เข้าชื่อร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้โปรดเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 170 (5) ประกอบมาตรา 187 ด้วยข้อเท็จจริงและเหตุผลตามที่ปรากฏย่อมทำให้เชื่อได้ว่าการโอนหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ระหว่าง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กับนายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ ไม่ได้เกิดขึ้นจริงแต่เป็นเพียงการทำนิติกรรมอำพรางหรือการแสดงเจตนาลวงของบุคคลทั้งสองเท่านั้น เมื่อนิติกรรมการโอนหุ้นดังกล่าวไม่มีผลทางกฎหมายสัญญาการโอนหุ้นฉบับลงวันที่ 26 ม.ค. 61 ดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ ดังนั้นหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่นจำนวนมูลค่า 119,499,000 บาท ยังเป็นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ มิใช่ของนายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ และถือได้ว่านายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ มีสถานะเป็นเพียงตัวแทนหรือนอมินีในการครอบครองดูแลหุ้น ผู้ถูกใช้ หรือผู้ถูกรับมอบหมายจากนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ดำเนินการแทนเท่านั้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 62 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถือเป็นการกระทำอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 187 ประกอบมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 จึงทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 170 (5) ประกอบมาตรา 187 ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. 62 ซึ่งเป็นวันที่ นายศักดิ์สยาม ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว จึงส่งเรื่องยังประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งคำร้องนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม สิ้นสุดลงหรือไม่

ด้าน นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.พรรคก้าวไกล กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการตรวจสอบการทำงานฝ่ายบริหาร ตามกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งแต่อย่างใด หรืออคติ

ขณะที่พล.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.พรรคประชาชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลทั้งหมดที่ปรากฏอยู่มีหลักฐานชัดเจน เป็นเรื่องของการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ ฝ่ายค้านจึงจำเป็นต้องทำหน้าที่ในการตรวจสอบเพื่อให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม.