“ศรีสุวรรณ” ยื่นสอบ “ศุภชัย โพธิ์สุ” ตั้งบุคคลมีประวัติถูกจำคุกเป็นผู้ช่วยเลขาฯ 2 ครั้ง รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งรวม 1.17 ล้าน ชี้ มีลักษณะต้องห้ามดำรงตำแหน่งข้าราชการฝ่ายการเมือง

วันที่ 6 ก.พ. 2566 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางไปที่อาคารรัฐสภา ยื่นหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ผ่าน น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้วินิจฉัยและลงโทษ กรณี นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 แต่งตั้งบุคคลมีประวัติถูกจำคุกคดีอาญาฐานปล้นทรัพย์ มีอาวุธ มาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ถึง 2 ครั้ง เข้าข่ายผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เมื่อตรวจสอบประวัติเชิงลึกพบว่า บุคคลดังกล่าวมีประวัติทำผิดอาญาหลายครั้ง เปลี่ยนชื่อ นามสกุล หลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบอย่างน้อย 3 ครั้ง ล่าสุดเปลี่ยนชื่อเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2559 ก่อนถูกแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการรองประธานสภาฯ คนที่ 2 เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2562 และขอลาออกไปวันที่ 1 ส.ค. 2563 แต่ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการรองประธานสภาฯ คนที่ 2 อีกครั้ง เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2564 และลาออกวันที่ 1 ม.ค. 2565 รวมเวลาที่อยู่ในตำแหน่ง 2 ปี 3 เดือน ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งรวม 1,174,230 บาท

พร้อมยกพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. 2554 มาตรา 92 วรรค 3 ที่ระบุว่า ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม เคยได้รับโทษจำคุก มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก การแต่งตั้งบุคคลมีลักษณะต้องห้ามมาดำรงตำแหน่งข้าราชการฝ่ายการเมือง รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมและมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง.