“วราวุธ” ลั่น ชาติไทยพัฒนา พร้อมเลือกตั้ง 2566 แล้ว เตรียมปราศรัยใหญ่เวทีแรกสุพรรณบุรี เอาฤกษ์เอาชัย ไม่แปลกใจข่าว “บิ๊กตู่” ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ

วันที่ 2 ก.พ. 2566 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการเลือกตั้ง 2566 ของพรรคชาติไทยพัฒนา ว่า วันนี้มีผู้แสดงความสนใจเข้ามาทำงานกับพรรคชาติไทยพัฒนาอยู่เรื่อยๆ จากที่เราพร้อมอยู่แล้วก็มีความพร้อมมากขึ้นในหลายพื้นที่ บางพื้นที่ก็ต้องเร่งการทำงาน ขอยืนยันว่าการจะเข้าสู่โหมดเลือกตั้งในครั้งนี้ พรรคชาติไทยพัฒนาพร้อม 100% ทั้งนโยบายและผู้สมัคร กลไกที่จะใช้ในการหาคะแนนทั้งคนทั้งพรรค อีกทั้งพรรคชาติไทยพัฒนาจะดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้เข้มข้นมากขึ้น หาตลาดที่ตรงกับนโยบายของพรรค เจาะให้ถูกตลาด เช่น เรื่องการเกษตร โครงสร้างพื้นฐานในเมืองใหญ่ พื้นที่สีเขียว เจาะให้ถูกกลุ่ม ถูกพื้นที่ ในแต่ละนโยบาย เป็นแนวทางสำคัญที่ขณะนี้ทางทีมงานยุทธศาสตร์ของพรรคชาติไทยพัฒนากำลังดำเนินการ

นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาพรรคชาติไทยพัฒนาดำเนินการตามกติกาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกของพรรคทั่วประเทศเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก่อนว่าจะเสนอใคร 1 คนหรือ 3 คน จากนั้นคณะกรรมการบริหารพรรคจะเป็นผู้พิจารณาและเคาะว่าจะเป็นใครกี่คน ซึ่งในวันอังคารที่ 7 ก.พ. นี้ จะได้ทราบกัน เนื่องจากพรรคชาติไทยพัฒนาจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในช่วงบ่ายเพื่อพิจารณาชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค

นอกจากนี้ พรรคชาติไทยพัฒนายังได้เตรียมเปิดปราศรัยใหญ่ในวันที่ 10 ก.พ. 2566 เวลา 16.00 น. ที่บริเวณลานหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี และอยู่เบื้องหลังของอนุสาวรีย์ นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนาจะเอาฤกษ์เอาชัยในการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่เวทีแรก เป็นการแสดงความพร้อมของพรรคและตอกย้ำความต่อเนื่องในการทำงานของพรรคชาติไทยพัฒนาในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีและอีกหลายจังหวัด ในการเตรียมลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง โดยในเวทีใหญ่วันดังกล่าวจะมีทั้งผู้บริหารพรรค ว่าที่ผู้สมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคชาติไทยพัฒนา นำนโยบายที่เกี่ยวข้องกับประชาชนไปนำเสนอว่าพรรคมีแนวคิดอย่างไรบ้าง

...

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีเสียงวิจารณ์ว่ายื้อยุบสภา เพราะรอความพร้อมของพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น นายวราวุธ ตอบว่า เป็นการวิเคราะห์ต่างๆ นานากันไป แต่ดูจากการที่กฎหมายที่เพิ่งประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษานั้น เป็นไปไม่ได้ที่เมื่อประกาศแล้ว กกต. จะเคาะเขตเลือกตั้งทันที เพราะ กกต. ต้องรอกฎหมายต่างๆ การจะกำหนดเขตเลือกตั้งจะต้องมีการรับฟังความเห็น ต้องมีการส่งข้อมูลจากต่างจังหวัดเข้ามา ซึ่งก็คงต้องใช้เวลา ทำ 3-5 วันคงไม่เสร็จ และจังหวัดทั่วประเทศหลายพื้นที่มีความละเอียดอ่อนในการแบ่งเขต มีการเพิ่มเขตขึ้นมาใหม่ถึง 50 เขต จาก 350 เป็น 400 เขต

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าทาง กกต. ต้องใช้เวลาในระยะหนึ่งในการเตรียมความพร้อม หากยุบสภาไปก่อนแล้วไม่มีเขตเลือกตั้งก็จะเกิดความโกลาหล เกิดความอีหลักอีเหลื่อ ไม่สามารถดำเนินการเลือกตั้งได้ก็จะยิ่งยุ่งกันไปใหญ่ หากยุบสภาตอนที่ กกต.ยังไม่พร้อม นี่จะเป็นข้ออ้างในการเลื่อน หรือทำให้การเลือกตั้งล่าช้าออกไปอีก เพราะหากกำหนดแล้วเลือกตั้งไม่ได้ก็จะคาราคาซังกันอีก ส่วนตัวไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องฝ่ายการเมือง เพราะจะเร็วหรือจะช้ามาถึงขั้นนี้แล้ว ความได้เปรียบเสียเปรียบคงไม่เกิดขึ้นภายในเพียง 1 เดือนนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงกรณีมีข่าวว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 นายวราวุธ เปิดเผยว่า “เป็นเรื่องของแต่ละพรรคการเมืองที่มีสิทธิ์ดำเนินการ เพราะในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ชื่อผมก็อาจจะอยู่ในปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 ดังนั้น คนที่เป็นแกนนำหลักของพรรคสมควรที่จะได้อยู่ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 อยู่แล้ว และจะได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างเต็มที่”.