“ชัชชาติ” ผู้ว่าฯ กทม. นำประชุมซักซ้อมแนวทางจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอย ย้ำ ประชาชนต้องเดินสะดวก ผู้ค้าต้องไม่กีดขวางทางเดิน ให้ใช้พื้นที่ฟุตปาทร่วมกันได้
วันที่ 25 ม.ค. 2566 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ประชุมซักซ้อมแนวทางการดำเนินการจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมกล่าวถึงนโยบายของกรุงเทพมหานครที่ให้ความสำคัญในการดูแลประชาชนคนเดินเท้าในการสัญจรได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ส่วนผู้ค้าที่ทำการค้าบนทางเท้าก็ต้องดูแลให้ความช่วยเหลือ มีการพูดคุยกันให้เข้าใจถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหา รวมถึงจัดหาพื้นที่สำหรับทำการค้าได้โดยไม่กีดขวางทางเดินเท้า เป็นระเบียบเรียบร้อย อาจเป็นพื้นที่ของเอกชนที่มีความเหมาะสม ที่ผ่านมาถือว่าทำได้ดี ทุกคนต่างเข้าใจในจุดมุ่งหมาย สามารถใช้พื้นที่ทางเท้าร่วมกันได้
ในที่ประชุมวันนี้ สำนักเทศกิจได้รายงานความคืบหน้าการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่-แผงลอยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันมีพื้นที่ทำการค้า 95 จุด ผู้ค้า 6,048 ราย เจ้าพนักงานจราจรให้ความเห็นชอบแล้ว 86 จุด ผู้ค้า 5,419 ราย
- ประกาศเป็นพื้นที่ทำการค้าแล้ว 55 จุด ผู้ค้า 3,817 ราย
- อยู่ระหว่างดำเนินการประกาศ 31 จุด ผู้ค้า 1,602 ราย
- เสนอทบทวนเจ้าพนักงานจราจร 9 จุด ผู้ค้า 629 ราย
- ผู้ค้านอกจุดผ่อนผัน 697 จุด ผู้ค้า 15,320 ราย
...
สำหรับแผนการจัดระเบียบผู้ค้าและปรับปรุงทางแผงค้าในพื้นที่ทำการค้านำร่อง 95 จุด แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่
- ระยะที่ 1 เดือนกันยายน-พฤศจิกายน 2565 จำนวน 16 จุด ดำเนินการแล้วเสร็จ 14 จุด อาทิ ซอยสังคโลก เขตดุสิต ซอนเสนารักษ์ เขตราชเทวี ซอยรางน้ำ เขตราชเทวี หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี เขตบางนา หน้าอาคารโรเล็กซ์ ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน หน้าตลาดพรานนก ถนนอิสรภาพ เขตบางกอกน้อย ไม่สามารถดำเนินการได้ 2 จุด บริเวณตลาดสำเหร่ทั้ง 2 ฝั่ง และตลาดดาวคะนองทั้ง 2 ฝั่ง เนื่องจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำหนดเป็นแนวพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ
- ระยะที่ 2 เดือนธันวาคม 2565-กุมภาพันธ์ 2566 จำนวน 29 จุด
- ระยะที่ 3 เดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2566 จำนวน 49 จุด
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีการชี้แจงแนวทางการดำเนินการผู้ค้าในจุดที่ได้รับอนุญาต ดังนี้
1. ทำการค้าด้วยตนเอง
2. ตั้งวางอยู่ภายในขอบเขตที่กำหนด
3. ร่มแผงค้า ร่มอุปกรณ์การค้า มีขนาดลักษณะตามที่กำหนด
4. ต้องไม่วางกองสินค้า แผงค้า รถเข็น ลังหรืออุปกรณ์ใส่สินค้าบนถนน
5. ไม่ขายสินค้าบนรถหรือบนถนน รวมทั้งไม่นำรถยนต์ รถจักรยานยนต์พ่วงข้างขึ้นไปจอดขายสินค้าบนทางเท้า
6. ดูแลรักษาความสะอาด ไม่เททิ้งขยะ น้ำล้างภาชนะลงในท่อระบายน้ำ
7. ไม่ตั้งวางแผงค้าในบริเวณที่ห้าม ในระยะ 10 เมตร จากป้ายและศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทาง จุดที่หยุดหรือจอดรถโดยสารสาธารณะ ในระยะ 10 เมตร จากทางขึ้นลงละพานลอยคนเดินข้าม บริเวณใต้สะพานลอยคนเดินข้าม ทางขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้า บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้า ช่องทางเข้าลิฟต์สำหรับผู้พิการ ในระยะ 3 เมตร ทั้ง 2 ด้าน ของทางเท้าบริเวณข้ามถนนที่มีทางม้าลาย ในระยะ 10 เมตร จากทางร่วมทางแยก ในระยะ 5 เมตร จากช่องทางเข้าออกอาคารที่ประชาชนใช้สอย ในระยะ 3 เมตร จากห้องสุขาสาธารณะ ในระยะ 3 เมตร จากจุดจ่ายน้ำดับเพลิง (ประปาหัวแดง) ในระยะ 1 เมตร จากบริเวณโดยรอบตู้โทรศัพท์ ตู้ไปรษณีย์
ส่วนแนวทางการดำเนินการผู้ค้านอกจุดที่ได้รับอนุญาต ย้ายเข้าไปขายของในพื้นที่เอกชน 14 จุด ผู้ค้า 160 ราย ยุบรวมจุดที่มีผู้ค้าจำนวนน้อยราย 18 จุด จัดระเบียบแนวทางหลักเกณฑ์ตามประกาศฯ ปี 2563
สำหรับแนวคิดในการปฏิบัติการจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอย มีดังนี้
1. ในทุกจุดไม่ให้มีการเพิ่มจำนวนผู้ค้า
2. ในพื้นที่จุดผ่อนผัน จัดระเบียบให้เรียบร้อย อาจมีการขอความร่วมมือจากเอกชนในการทำแผ่นกั้นเพื่อความเรียบร้อย
3. ยังไม่มีการเพิ่มจุดผ่อนผัน
4. ในพื้นที่นอกจุดผ่อนผัน ห้ามเพิ่มจำนวน ห้ามกีดขวางทางเดิน ไม่ให้สกปรกรกรุงรังโดยเด็ดขาด ในพื้นที่ที่กีดขวางทางเดินให้ดำเนินการชี้แจงให้ขยับเข้าไปขายในจุดที่พื้นที่เอกชนหรือในซอยย่อยที่ไม่เกะกะ กำหนดเส้นทางหลักที่เป็นเส้นทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของเมือง ในพื้นที่ซอยย่อยที่ย้ายเข้าไปแล้ว ต้องดูแลไม่ให้กีดขวางทางเดิน
5. ให้มีกรรมการชุดย่อยรายเขต เข้าช่วยดูแลรายละเอียดในแต่ละพื้นที่ของเขต
6. ให้มีกรรมการชุดใหญ่ ในการกำหนดเส้นทางหลัก แนวทางปฏิบัติที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
7. จัดหาพื้นที่ของเอกชน และ ภาครัฐในการจัดทำ Hawker Centers ให้เป็นรูปธรรม
8. เจรจากับเอกชน เพื่อหาพื้นที่ช่วยในการจัดระเบียบ