“ณัฐชา” ตอบชัดจุดยืนก้าวไกล ถ้าเพื่อไทยพ่วง “บิ๊กป้อม” ไม่ขอจับขั้วด้วย 28 ม.ค.นี้ เตรียมโชว์ตัวผู้สมัคร ส.ส.กทม. 33 เขต โวคัดคุณสมบัติเข้ม อ้อนขอคะแนนหวังเป็นรัฐบาลพรรคเดียวในเลือกตั้ง 2566

วันที่ 25 ม.ค. 2566 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร ในฐานะรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ด้านกิจการภายในและการเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมการจัดทัพเลือกตั้งและการคัดผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และผู้สมัคร ส.ส.เขต พรรคก้าวไกล ว่า ผู้สมัคร ส.ส.เขต คัดแล้วเสร็จ 95% ส่วนบัญชีรายชื่อมีคนสนใจล้นหลาม ปิดรับสมัครแล้ว กำลังคัดเลือกอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของคณะกรรมการกลั่นกรอง โดยวันที่ 28 ม.ค. 2566 ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จะมีการประชุมใหญ่สามัญพรรคก้าวไกล จะมีการเปิดนโยบายที่จะใช้เป็นแคมเปญการเลือกตั้ง รวมถึงทยอยเปิดตัวผู้สมัคร แต่ละเขตและจังหวัด

ส่วนฐานที่มั่นของเราอย่าง กทม. มีผู้สมัครครบแล้วทั้ง 33 เขต และในวันนั้นจะเจอหน้าครบทั้ง 33 คน สำหรับภาคกลาง และเขต 1 ของทุกจังหวัด มีผู้แสดงความจำนงสมัครมากสุด กทม. และปริมณฑล 60 เขต มีผู้สมัครมามากกว่าเขตละ 3 คน ต้องผ่านกระบวนการคัดเลือก โดยคณะกรรมการคัดสรร ดูบันทึกวิดีโอที่ผู้สมัครส่งเข้ามาขั้นต้น หลังผ่านการคัดกรอง บุคคลนั้นๆ ต้องไปลงทำพื้นที่ร่วมกับคณะทำงานจังหวัด เมื่อผ่านเกณฑ์การทำงาน อุดมการณ์ วิสัยทัศน์ จะมีการส่งโปรไฟล์มาที่ส่วนกลางคัดสรรก่อนเข้าสู่กรรมการบริหารพรรคกรองในขั้นสุดท้ายก่อนประกาศ กระบวนการทั้งหมดทำทั้งผู้สมัครหน้าใหม่ หน้าเก่า ไม่มีการยึดว่าพื้นที่นี้เป็นของฉันแล้วจะอยู่ตลอดไป

นายณัฐชา กล่าวต่อไปว่า ส่วนผู้ประสงค์สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ มีเข้ามาถล่มทลายทุกสารทิศ ผู้ทำหน้าที่นั่งดูคลิปวิดีโอแนะนำตัวผู้สมัคร ใช้เวลาดูเป็นเดือนๆ เราคัดเหลือ 400 คน เรียกมาสัมภาษณ์อีกจนเหลือ 150 คน นำไปรวมกับฐานบัญชีรายชื่อเดิม ที่มีอยู่ 30-40 คน รวมแล้วกลายเป็นเหลือ 180 กว่าคน ส่งผู้ผ่านเกณฑ์จะกระจายไปทำงานในภูมิภาคต่างๆ เสร็จแล้วหลังจากยุบสภา จะประกาศลำดับบัญชีรายชื่อ 10-20 อันดับแรก และทยอยประกาศไปเรื่อยๆ ในหลายๆ เวทีมีการสอบถามกันเยอะมาก ว่าผู้สมัครพรรคก้าวไกลมีแนวโน้มเป็นงูเห่าอีกหรือไม่ บอกได้เลยว่าถ้าได้เห็นกระบวนรอบนี้จะไม่กล้าเป็นแม้กระทั่งงูเขียว วันที่ 28 ม.ค.นี้ จะได้เห็นหน้าแกนนำพรรคที่จะคอยเดินสายนำธงเรื่องของการเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต สื่อสารเเคมเปญการเปลี่ยนประเทศเปลี่ยนอนาคตได้ด้วยการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

...

ผู้สื่อข่าวถามว่านอกจากจุดยืนทางการเมืองที่หัวหน้าพรรคก้าวไกลประกาศไม่เอาพรรคทหารจำแลง พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐแล้ว ในส่วนพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยร่วมรัฐบาลกับพรรคทหารจำแลง พรรคก้าวไกลจะจับมือด้วยได้หรือไม่นั้น นายณัฐชา ตอบว่า วันที่ 28 ม.ค. เราจะพูดคุยเรื่องนี้ เพื่อเซตค่ามาตรฐานให้ประชาชนนำไปเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจเลือกตั้งครั้งหน้าว่า คนที่เป็นพรรคสืบทอดอำนาจมาตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตั้งพรรคพลังประชารัฐกันมา สุดท้ายแตกคอ เราไม่เอาทั้ง 2 ฝ่ายแน่นอน การประกาศเจตนารมณ์รอบนี้จะไม่ใช่แค่ลมปาก อยากให้ประชาชนจับตามองการประชุมสามัญของพรรค โดยจะพูดกันลึกไปถึงว่าถ้าจะเป็นรัฐบาลเราจะจับมือกับใครหรือไม่จับมือกับใคร

ส่วนคำถามหากพรรคเพื่อไทยหนีบเอา พล.อ.ประวิตร พ่วงมาด้วย มาจับมือกับพรรคก้าวไกลตั้งรัฐบาล เอาหรือไม่ นายนายณัฐชา ตอบว่า “แน่นอน สูตรรัฐบาลถ้ามีพ่วง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร เราไม่เอาด้วย สูตรตั้งรัฐบาลอย่างไรก็แล้วแต่มีลุงป้อม ลุงตู่ โผล่มาในสมการตรงจุดไหนก็แล้วแต่ เราไม่ร่วมด้วย ไม่อย่างนั้นประชาชนจะรู้สึกอย่างไรว่าพรรคการเมืองที่เขาเลือกและมอบความหวังให้ การเมืองในอดีตทำประชาชนเสียใจน้ำตาเป็นสายเลือด สุดท้ายพอถึงช่วงเลือกตั้งกระโดดไปอยู่พรรคใหม่ เปลี่ยนสีเสื้อพรรค สุดท้ายไปจับมือกับรัฐบาลที่ผมเห็นแล้วว่ามีหลายคนที่เป็นรัฐมนตรีทุกสมัย เป็นรัฐบาลทุกสมัยก็มี ดังนั้นประชาชนเห็นแล้วแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากการเมืองมันเป็นแบบนี้ แต่แคมเปญเราจะบอกว่าต้องเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่ตรงนี้ไปด้วยกัน ถ้าประชาชนเบื่อเหตุการณ์เหล่านี้ ขอให้เลือกเรามาให้เยอะๆ เราจะไม่ต้องจับมือกับใครและตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เลย”