“ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” ชี้แจง หลังถูกโยงอยู่เบื้องหลังพรรคการเมือง ลั่น ไม่เสียดายในสิ่งที่เคยเลือก แต่ขออยู่กับปัจจุบัน ทำงานที่รัก เผย หากไม่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ก็คงเลือกที่จะหยุดอยู่ดี
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 18 ม.ค. 2566 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กถึงกรณีที่มีบางสำนักข่าวเผยแพร่ว่าตนเองอยู่เบื้องหลังพรรคการเมืองนั้น พรรคการเมืองพรรคนี้ ว่า อย่าเชื่อทุกข่าวที่เสพ ขณะนี้ตนเองพักผ่อนและกำลังมีความสุขกับ Chapter ใหม่ในชีวิต ทำงานที่รัก คือการศึกษาและกีฬา ซึ่งที่ผ่านมาการเมืองก็คืองานที่รัก เพราะมีโอกาสได้พัฒนาพื้นที่และดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ได้มีโอกาสกำหนดนโยบายและพัฒนาการศึกษาในฐานะรัฐมนตรี มีส่วนในการกำหนดนโยบายเลือกตั้ง กลยุทธ์ในการหาเสียงในฐานะรองหัวหน้าพรรค แต่บทบาทหน้าที่ตรงนั้นได้จบลงแล้ว
นายณัฏฐพล ระบุต่อไปว่า ตนเองทำงานการเมืองมาเกือบ 20 ปี ได้ทำงานกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีความสามารถหลายท่าน ได้เรียนรู้งาน ลองผิดลองถูกจากการทำงานหลากหลายหน้าที่ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาค่าไม่ได้ ยังมั่นใจว่าการทำการเมืองอย่างมีอุดมการณ์และยึดถือผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง จะทำให้การพัฒนาประเทศไปถึงจุดสูงสุดที่สามารถทำได้
“วันนี้ผมหมดโอกาสทำงานการเมือง ซึ่งผมเคารพกติกาและกระบวนการยุติธรรม ถามว่าเสียดายไหม ตอบเลยว่า ไม่ เพราะเราเลือกทำในสิ่งที่เราเชื่อมั่นในวันนั้น และเราก็ต้องยอมรับผล (Consequence) ที่ตามมาในวันนี้”
...
ทั้งนี้ ตนเองเป็นคนที่อยู่กับปัจจุบัน และเชื่อมั่นในการทำวันนี้ให้ดีที่สุด สิ่งที่เสียไปคือการเลิกเล่นการเมือง กับสิ่งที่ได้มาวันนี้ คือเวลาที่ได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น ได้ทำการศึกษาและกีฬาที่เป็น Passion ที่จะมากกว่าทางการเมืองเสียอีก การพัฒนาการศึกษาและสร้างนักกีฬา ปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้เยาวชน เราก็ช่วยประเทศชาติในอีกบริบทหนึ่ง ถึงแม้จะไม่ได้ใหญ่เท่าการทำการเมือง แต่ทำได้ด้วยตัวเราเอง และภูมิใจในสิ่งที่ได้ทำในแต่ละวัน ที่สำคัญไม่ต้องปวดหัวกับหลายๆ ปัจจัยทางการเมืองด้วย
ส่วนเพื่อนๆ ที่เคยร่วมอุดมการณ์กันมา วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป การตัดสินใจเลือกเส้นทางการเมืองอาจแตกต่างกัน ตนเองเคารพในการตัดสินใจของเพื่อนทุกคน และก็ยังคงเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม และถึงแม้วันนี้จะไม่โดนตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่ก็คงเลือกที่จะหยุดอยู่ดี เพราะการเมืองที่ไม่ตรงกับอุดมการณ์ จึงขอเลือกพัฒนาการศึกษาและกีฬาในบริบทเล็กๆ ที่สามารถทำได้ วันข้างหน้าถ้ามีโอกาสทำการเมือง ทำให้ประเทศชาติ ตามสิ่งที่ยึดมั่น ค่อยว่ากัน
อย่างไรก็ตาม นายณัฏฐพล ยังได้ทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า “สำหรับผม ไม่ทำการเมืองไม่ตายหรอกครับ แต่ถ้าต้องทำอะไรที่ฝืนจากความเชื่อและอุดมการณ์ตัวเอง คงจะตายตาไม่หลับแน่นอน”