เสวนาเพื่อไทย จี้ ประยุทธ์ ให้รู้จักพอ ประเทศต้องไปต่อ "ชูศักดิ์" ปูด ส.ว.นั่งร้านจะลง ส.ส. เตรียมเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ปลดล็อกคุณสมบัติให้ตัวเอง ชี้หาก ส.ว.ทำแบบนี้จริง คงสุดยอดโกลาหล ซัดปฏิรูปการเมืองล้มเหลว
วันที่ 17 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานเสวนา “ประเทศไทยต้องไปต่อ แต่ประยุทธ์ต้องพอเถอะ” จัดขึ้นที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ได้ประกาศว่าประเทศไทยต้องไปต่อ ขณะเดียวกันยังสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) หวังส่งสัญญาณหมายถึงเมื่อพลเอกประยุทธ์ไปต่อ ประเทศไทยจะขาดตัวเองไม่ได้ ทั้งที่จะได้ ส.ส. ถึง 30 คนหรือไม่ แต่พลเอกประยุทธ์ควรหยุด เนื่องจาก
1. ที่มาของพลเอกประยุทธ์ มาจากการยึดอำนาจการปกครองประเทศจากรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งคนที่ยึดอำนาจการปกครองถือเป็นกบฎตามกฎหมาย เมื่อยึดอำนาจเสร็จจึงนิรโทษกรรมตัวเองให้การยึดอำนาจไม่เป็นความผิด ลงโทษไม่ได้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การยึดอำนาจเป็นความผิดไม่มีอายุความ ห้ามให้มีการยึดอำนาจและผิดต่อประเพณีการปกครองของประเทศ
...
2. การแต่งตั้งตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี และพยายามแต่งตั้งองคาพยพในการเสนอกฎหมาย เช่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งเป็นสภาเดียว เมื่อออกกฎหมายจะอิงกับมาตรา 44 ซึ่งลิดรอนสิทธิเสรีภาพพี่น้องประชาชน รวมทั้งการตั้งสภาปฏิรูปประเทศ ซึ่งจนถึงปัจจุบันนี้การปฏิรูปประเทศยังไปไม่ถึงไหน เมื่อให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มาทำเรื่องปฏิรูปกลับไม่มีความคืบหน้า อย่าง พ.ร.บ.การศึกษา ซึ่งเป็นหนึ่งในการปฏิรูปประเทศ ยังค้างในสภา ทั้งที่การปฏิรูปการเมือง เขียนไว้ในท้ายรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำให้เร่งทำให้สำเร็จ แต่การดำเนินการสวนทางกับความเป็น
นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เพื่อไม่ให้ ส.ว.โหวตนายกรัฐมนตรี แต่ ส.ว.บอกจะแก้มาตรา 158 เรื่องการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี แต่ตนรู้ลึกกว่านั้น เพราะทราบมาว่า ส.ว.จะเสนอให้ปลดล็อกแก้ไขคุณสมบัติ ส.ว.ด้วย จากเดิมหาก ส.ว.จะสมัครเป็น ส.ส.ต้องพ้นจากตำแหน่งมาเกินกว่า 2 ปี เป็นไม่มีกำหนด ซึ่งหาก ส.ว.ทำแบบนี้จริง คงสุดยอดโกลาหล
การเมืองจะยิ่งเลวลง ไม่ใช่เจริญขึ้น บางคนเป็น ส.ส.พรรคนี้ แต่ไปโหวตให้อีกพรรคหนึ่ง ที่นั่งในสภาอยู่ตรงไหนไม่รู้ แล้วมาโหวตให้รัฐบาล เห็นได้ชัดว่า ปฏิรูปการเมืองล้มเหลว ปฏิรูประบบราชการล้มเหลว เราไม่เคยเห็นมาก่อนเลยว่า วันดีคืนดี จะได้เห็นเงินจำนวนมากในห้องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่น่าแปลกประหลาด น่าสังเวชใจที่ประเทศไทยมาถึงจุดนี้คือ เห็นภาพนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ยืนเข้าแถว ถือพวงมาลัยใส่พาน ให้รัฐมนตรี ถามว่าการเมืองในประเทศไทยขณะนี้เป็นแบบนี้หรือ ระบบราชการประเทศไทยเป็นขนาดนี้เลยหรือ หากไปสืบสาวราวเรื่อง การกระทำดังกล่าวอาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ เพราะก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของข้าราชการประจำหรือไม่ หากพลเอกประยุทธ์ยังกระชากลากถูประเทศไปแบบนี้ แล้วคิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ ต้องไปต่อ ประเทศจะยิ่งดิ่งลง และท้ายที่สุดจะตกต่ำที่สุดในเอเชีย
“การที่พลเอกประยุทธ์ ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจตัวเอง อยู่ๆ สะดุดขาตัวเอง จะแก้ไขให้การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเกิน 8 ปี ถ้าเป็นผมคงอยู่ไม่ได้ เพราะการที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6 ต่อ 3 ให้การดำรงนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ ยังไม่ครบวาระ 8 ปีก็จริง แต่ตุลาการ อีก 3 เสียง บอกว่า พลเอกประยุทธ์ขาดคุณสมบัติแล้ว เพราะดำรงตำแหน่งมา 8 ปี การที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ บอกว่าไม่ขาดคุณสมบัติ เสียงต้องเอกฉันท์ สะอาด ปราศจากราคีทั้งหลายทั้งปวง” นายชูศักดิ์ กล่าว