“ณัฐวุฒิ” เย้ย ขุนพลรวมไทยสร้างชาติรายล้อม “ประยุทธ์” มีแต่หน้าเก่า มองไม่เห็นอนาคต เปรียบ “เหล้าเก่าในขวดแตก” จี้ “ประยุทธ์” พูดให้ชัดอยู่ต่อ 2 ปี หรือรอ ส.ว.ล้างไพ่กฎหมายวาระ 8 ปี สืบอำนาจต่อ ซัด ส.ส.ห่วงแต่ย้ายพรรค ทิ้งงานทำสภาเละ เชื่อประชาชนรู้ทัน แรงดึงดูด-แลกกล้วย

วันที่ 12 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวถึงการเปิดตัว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ถือว่าไม่มีอะไรใหม่ หรือหวือหวา ซึ่งตอนแรกตนเข้าใจว่าจะเป็น “เหล้าเก่าในขวดใหม่” แต่สุดท้ายเป็น “เหล้าเก่าในขวดแตก” เพราะรวมเอาคนเก่าหน้าเดิมจากพรรคอื่นมาอยู่ด้วยกัน ซึ่งแต่ละคนก็ไม่ได้เป็นที่ยอมรับในสังคม ไม่มีอะไรเด่น ไม่มีอนาคต มีแต่อดีต และเชื่อว่า “พลเอกประยุทธ์ ก็คงเป็นได้แค่อดีตนายกรัฐมนตรีเหมือนกัน”

นายณัฐวุฒิ ยังมองการกลับมาของ พลเอกประยุทธ์ เพียงแค่ต้องการสืบอำนาจต่อเท่านั้น อีกทั้งเหมือนเป็นการสับไพ่รอ เพราะมีขุมกำลัง 250 ส.ว. รอช่วยดันอยู่ ทั้งนี้ ยังมีรายงานของกรรมาธิการพัฒนาการเมืองวุฒิสภา ที่มีการศึกษาผลกระทบการใช้อำนาจของรัฐธรรมนูญปี 60 ซึ่งได้ข้อสรุป คือ วาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ที่ยังถกเถียงเป็นปัญหา ซึ่งฝ่ายประชาธิปไตยคาดการณ์ว่า การหยิบเอาปัญหานี้มาศึกษา เพื่อเตรียมแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราดังกล่าวล้างระบบวาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ทำให้ พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อได้ไม่ใช่แค่ 2 ปี ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เห็นได้ชัดว่า เป็นกระบวนการสับขาหลอก เพื่อให้พลเอกประยุทธ์มีที่ยืน โดยไม่สนเสียงของประชาชน “ขอเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์พูดให้ชัด ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกแค่ 2 ปีเท่านั้น”

...

เมื่อถามถึงการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย จะเปิดก่อนยุบสภาหรือไม่ นายณัฐวุฒิ บอกว่า จะเปิดก่อนหรือหลังก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะมีความพร้อมอยู่แล้ว ซึ่งเปิดหลังยุบสภาก็มองว่าไม่ช้าไป

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีการประชุมสภาที่ล่มบ่อยครั้งว่า ไม่ได้เรียกว่าล่ม แต่เรียกว่า เละมากกว่า ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะ ส.ส.แห่ลาออก เพื่อไปอยู่กับพรรคใหม่ โดยไม่สนใจหน้าที่ที่ประชาชนไว้วางใจให้มาทำงานในสภา โดยเฉพาะพรรคที่อ้างว่ามีแรงดึงดูด เป็นพรรคพลวัต ซึ่งจะพูดแบบไหนก็ได้แต่ประชาชนเขารู้การแจกกล้วย หรือยื่นข้อเสนอเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ ไม่ใช่วิถีการต่อสู้แบบประชาธิปไตย “พวกท่านคงจะได้สัมผัสตอนเลือกตั้งว่าเงินคงไม่มากกว่าเกียรติของประชาชน คนเอาเงินแต่คงไม่มีคะแนนให้ เพราะพวกเขาต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไป”