นายกฯ ส่งวิปคุยสภาเคาะวันอภิปราย ไม่สนใครจะเป็นองครักษ์หลังซบรวมไทยสร้างชาติ ขอ ส.ส.ทำหน้าที่ยึดบ้านเมืองเป็นหลัก อุบยุบสภา ยันไม่ต้องเคลียร์ใจ “ประวิตร” โยนประชาชนชี้ชะตาเลือกตั้ง 2566

เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 11 ม.ค. 2566 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล เรื่องที่มีการกำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติของฝ่ายค้าน ว่า เป็นเรื่องของการหารือร่วมกัน สุดแล้วแต่ทางสภาผู้แทนราษฎรจะว่าอย่างไร ขึ้นอยู่กับวิปรัฐบาลที่จะไปหารือกัน

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่าเบื้องต้นเป็นช่วงต้นเดือน ก.พ.ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีถามกลับว่า เมื่อวานเขาว่าอย่างไร สื่อได้เสนอข่าวไปแล้วไม่ใช่หรือ ขณะที่เมื่อถามต่อไปว่าให้เวลาฝ่ายค้านกี่วัน นายกรัฐมนตรีเผยว่า ไม่ใช่ตนให้หรือไม่ให้ ขึ้นอยู่กับสภาฯ จะตกลงกันอย่างไร ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะกี่วัน

“แต่ผมคิดว่าวันเวลานี้อย่าให้มันมากนักเลย ไม่ใช่การต่อสู้กันทางการเมือง มันไม่ใช่ บ้านเมืองกำลังมีปัญหา ฉะนั้นทุกปัญหาต้องดูว่าได้แก้ไขอะไรไปแล้วบ้าง ถ้าพูดกันแต่เรื่องที่ไม่ดีมากๆ นัก ทุกอย่างมันก็รวนไปหมด หาสิ่งดีๆ กันให้เจอบ้างสิ มีเยอะแยะไป”

ส่วนคำถามว่า นายกรัฐมนตรีจะตอบเองทุกคำถามในการอภิปรายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า เรื่องของตน เป็นการตัดสินใจในสภาฯ อย่าถามคำถามล็อกๆ แบบนี้ ตอบไม่ได้หรอก ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะตอบหรือไม่ตอบ และจะตอบอย่างไร หลายอย่างเป็นสิ่งที่กล่าวมาหลายปีแล้ว ทุกครั้งที่มีการอภิปรายก็จะเป็นอย่างนี้ และเวลาพูดก็ไม่ฟัง

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า กังวลหรือไม่ที่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ได้ย้อนถามว่าจะกังวลเรื่องอะไร เมื่อถามย้ำว่า อาจจะไม่มีองครักษ์พิทักษ์เหมือนแต่ก่อน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว ตนเองทำประโยชน์เพื่อคนส่วนรวม ใครจะพิทักษ์ไม่พิทักษ์ก็ตามใจก็แล้วแต่ ถือว่าเป็นบทบาทและหน้าที่ของ ส.ส.ทุกคน ต้องช่วยกันเอาบ้านเมืองเป็นหลักไว้ก่อนก็แล้วกัน เมื่อถามอีกว่านายกรัฐมนตรียินดีที่จะตอบคำถามใช่หรือไม่แม้บางเรื่องจะซ้ำของเดิม โดย พล.อ.ประยุทธ์ ติงว่าสื่อถามกลับไปกลับมา

...

สำหรับกรณี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาตั้งข้อสังเกตเรื่องการจัดกิจกรรมของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายกรัฐมนตรี ตอบว่า เขาชี้แจงไปแล้ว ฝ่ายกฎหมาย ทาง กกต.เขาคงปรึกษากันแล้ว อะไรทำได้ ทำไม่ได้ ขณะเดียวกันเมื่อถามต่อว่าวันนี้ยังมั่นใจหรือไม่ว่าจะอยู่บริหารประเทศให้ครบเทอม พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า พูดไปแล้วไม่ใช่หรือ ขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจใช่ไหม ตนจะอยู่ต่อหรือไม่ เมื่อย้ำถามว่าหมายถึงการบริหารประเทศจะอยู่จนครบเทอมหรือไม่ ยังมีความตั้งใจแบบนั้นไหม พล.อ.ประยุทธ์ เผยว่า อยู่เพื่ออะไร ถ้าจำเป็นต้องอยู่ก็ต้องอยู่ให้ครบ

เมื่อถูกถามเพิ่มเติมว่า จะอยู่ให้ครบเทอมวันที่ 23 มี.ค.นี้ หรือจะยุบสภาก่อน พล.อ.ประยุทธ์ ถามกลับว่า คำถามแบบนี้ประชาชนได้อะไร ผู้สื่อข่าวจึงระบุไปว่าประชาชนรอเตรียมเลือกตั้ง จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวว่า เลือกตั้งคือเลือกตั้ง ว่ากันไปตามกระบวนการเลือกตั้งใช่ไหมเล่า สื่อมวลชนถามอีกว่า ส.ส. รอฟัง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า เป็นเรื่องของเขา ก็เห็นเป็นอย่างนี้มาตลอด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ส่วนคำถามว่า ส.ส.อยากเห็นความชัดเจนเนื่องจากมีกฎหมายเรื่องการสังกัดพรรคการเมือง นายกรัฐมนตรี บอกว่าก็ดูให้อยู่แล้ว วันเวลาที่เหมาะสม วันเวลาที่เขาไม่มีปัญหา ในเรื่องอะไรก็แล้วแต่ การเมืองก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่ใช่เป็นที่สมัยนี้เสียเมื่อไหร่ ผู้สื่อข่าวถามว่าหมายถึง ส.ส.จะสังกัดพรรคใหม่ได้ทันตามกรอบเวลาใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทันอยู่แล้ว จะไม่ทำให้เขาเสียหาย ทุกคนมีหลักการของตัวเองไม่ใช่หรือ

ขณะที่การทำกิจกรรมร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติจะเริ่มเมื่อไหร่ในเวลานอกราชการนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ทำสีหน้าเหมือนไม่อยากตอบคำถาม ก่อนจะกล่าวว่า “ผมก็ดูกฎหมายของผมอยู่แล้ว อย่าลืมว่าผมก็มีบทบาทของผมในการเป็นนายกฯ ก็ระมัดระวังอย่างที่สุดก็แล้วกัน อะไรที่เป็นเรื่องงานของรัฐบาล ของนายกฯ ผมก็ทำต่ออยู่แล้ว เรื่องของพรรคก็เป็นเรื่องของพรรค ซึ่งกรรมการบริหารพรรคเขาดำเนินการอยู่แล้ว ผมให้เครดิต”

ทางด้านกระแสตอบรับหลังจากเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องถามสื่อ จะมาถามอะไรตน เมื่อถามว่ามีฟีดแบ็ก (Feedback) กลับมาบ้างหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า ฟีดแบ็กอะไร ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่าในส่วนของนายกรัฐมนตรี ซึ่งคำถามนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ตนเองอ่านในโซเชียล ในสื่อ ก็พูดกันทุกวันอยู่แล้ว ท่านก็พูดกันทุกวันอยู่แล้วนิ ก็เรื่องของท่าน

ส่วนคำถามว่าเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแข่งกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หนักใจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ถามกลับว่า “แล้วเกี่ยวอะไรกับท่าน” ผู้สื่อข่าวได้ถามต่อไปว่า ถ้าจะต้องเป็นแคนดิเดตนายกฯ คู่กัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “อ้าว แล้วมันเป็นไร” เมื่อถามว่าอาจจะลำบากใจเพราะเป็นพี่น้องกันแล้วมาแข่งกันเองในทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า “ผมไม่เคยมีปัญหากันอยู่แล้ว หลายคนก็พูด ผมต้องมาเคลียร์ใจตอนเช้าก่อนเข้าห้อง ครม. ซึ่งห้องนั้นเป็นห้องก่อนประชุม ครม. ใครก็เข้ามาได้ ไม่ใช่ผมต้องไปเคลียร์อะไรหนักหนา คนเราถ้ามันมีความผูกพันก็อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องการเมืองก็อีกเรื่องหนึ่ง ท่านก็เข้าใจ ผมก็เข้าใจ ต่างคนต่างเข้าใจ ก็จะอะไรกันหนักหนา”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้กล่าวต่อไปว่าก่อนที่จะตัดสินใจไปพรรครวมไทยสร้างชาติจะมีการประเมินกันแล้ว ส.ส.ที่จะได้มาต้องถึง 25 คนในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในส่วนของพรรคตัวเองในสภาฯ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบกลับสื่อว่า “ก็รู้อยู่แล้วนิ ก็รู้ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ” หมายความว่านายกรัฐมนตรีมีความมั่นอกมั่นใจใช่หรือไม่ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะสามารถนำ ส.ส.เข้ามาได้ตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชน จะได้ 5 คน 10 คน 20 คน 25 คน เท่าไหร่ตนไม่รู้ จะไปรู้ใจประชาชนได้อย่างไร ต้องไปถามประชาชน ส่วนคำถามว่าได้คุยกับ พล.อ.ประวิตร แล้วหรือไม่ ได้คำตอบว่า ก็พูดไปแล้วว่าคุยกันแล้ว คุยกันทุกวันนั่นแหละ

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่าหลังเลือกตั้ง 2566 จะจับมือร่วมตั้งรัฐบาลกันหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้พูดถึงตรงนั้น วันหน้าค่อยว่ากันอีกที วันนี้เอาให้ผ่านพ้นไปก่อน ผู้สื่อข่าวถามในช่วงท้ายอีกว่าถ้าให้พูดในทางการเมืองตอนนี้อยากจะพูดอะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่อยากพูด” ส่วนเหตุผลที่ไม่อยากพูดเพราะเบื่อ สื่อมวลชนจึงถามย้ำว่าเบื่ออะไร นายกรัฐมนตรี ตอบว่า “เบื่อคำถามเธอไง”.