“พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯ มา 8 ปี อยากแก้ปัญหาให้ทุกเรื่อง ดูแลประชาชนทั้งประเทศ หวังคนไทยรักสามัคคี พ้อ การเป็นผู้บังคับบัญชามันหนักใจ

วันที่ 6 มกราคม 2566 ภายหลัง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตรวจเยี่ยมพนังกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนน้ำตาล ระยะที่ 2 จากนั้นจึงเป็นประธานเปิดกิจกรรม ข้าวรักษ์โลก BCG Model (นาปรัง) ณ บริเวณพื้นที่นานำร่อง หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งเป็นการต่อยอดมาจากโครงการข้าวรักษ์โลกต้นแบบ ระยะที่ 1 ภายใต้เศรษฐกิจ BCG Model เกษตรมูลค่าสูง ในพื้นที่ 20 กองทุนหมู่บ้านของ 7 จังหวัด (เชียงราย มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์) ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ และประสบความสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยด้วยดี โดย นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อเดินทางถึงพื้นที่แปลงนา นายกรัฐมนตรีได้ขับรถดำนาปลูกข้าวร่วมกับชาวนา และปล่อยปลานิลลงร่วมกับเกษตรกร พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการ เช่น กระบวนการผลิตข้าวและการทำนารูปแบบ BCG การวางแผน การตรวจสอบ และประโยชน์ การสาธิตเทคโนโลยีทางการเกษตร เป็นต้น 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ขับรถดำนาปลูกข้าว รถดำนา Yanmar รุ่น 80D (YR80D) ปลูกได้ครั้งละ 8 แถว เป็นรถระบบดีเซล ซึ่งจังหวะขากลับที่นายกรัฐมนตรีจอดเทียบทางขึ้น ปรากฏว่ากะระยะไม่ถูกทำให้บันไดรถเกี่ยวกับทางขึ้นจนบิดงอ จากนั้นจึงปล่อยปลายี่สก ปลานิล ปลาตะเพียน รวมประมาณ 5,000 ตัว ร่วมกับเกษตรกร และปล่อยแหนแดง ปล่อยผำน้ำสำหรับเป็นอาหารของปลากินพืช ซึ่งเป็นอาหารธรรมชาติช่วยลดต้นทุนอาหารเคมีทั่วไป ทั้งนี้ภายในงานตัวแทนเกษตรกรยังสวมเสื้อหม้อห้อมปักข้อความ “ฅนศูนย์ข้าว” มาต้อนรับด้วยเช่นกัน

...

พลเอกประยุทธ์ กล่าวเปิดกิจกรรมข้าวรักษ์โลก ว่า ยินดีที่วันนี้ได้มาพบปะ ทุกครั้งที่มาดีใจ ชื่นใจ ที่ได้เห็นทุกคนอยู่ตรงนี้ นี่คือพ่อแม่พี่น้องเชื้อสายคนไทยด้วยกัน ล้วนแต่มีความรักความสามัคคีจนถึงวันนี้ และไปสู่ลูกหลานของเราในอนาคตด้วยความรักความสามัคคี ความเคารพในกติกาซึ่งกันและกันและเรามีแกนหลักคือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทำให้ยืนหยัดจนถึงทุกวันนี้ วันนี้ดีใจมาจังหวัดสิงห์บุรี คงไม่ต้องพูดว่ามีอะไรบ้าง มีทั้งการเกษตร ปลาช่อน และข้าวสายพันธุ์ต่างๆ

รัฐบาลสมัยที่ตนบริหารสามารถทำได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามจะทำต่อไป แต่จะทำทีเดียวคงไม่ได้ โดยจะมุ่งเน้นในจุดที่เดือดร้อนมากที่สุด มากบ้างน้อยบ้าง จัดลำดับเพื่อจัดสรรงบประมาณรายปีลงไป จะเห็นได้ว่ารัฐบาลพยายามทำทุกอย่างถ้ามองด้วยความเป็นธรรมจะเห็นว่าหลายอย่างเปลี่ยนไปเยอะ การพัฒนาบางทีเรากินเราอยู่เราใช้จนชินตาโดยไม่ย้อนกลับไปว่าก่อนหน้านี้ 5 ปี 10 ปีเป็นอย่างไร ถึงวันนี้ลองมองกลับไปดูว่าอะไรดีขึ้นบ้าง อะไรยังไม่ดีก็พร้อมที่จะรับฟังจากบรรดา ส.ส. และรัฐมนตรีของพวกท่าน ตนเรียนรู้ตลอดเวลาจากการทำงานของท่าน จากปัญหาของท่าน ตนเกิดแนวคิดว่าในเมื่อเราเคยมีการประกาศที่จะเป็นแหล่งอาหารโลก เราจะเดินหน้าไปสู่ตรงนั้นได้อย่างไรถ้าชาวไร่ชาวนายังไม่มีรายได้เพียงพอทางด้านการเกษตร จึงต้องนำมาคิดเป็นโจทย์ เรามีโอกาส แต่เราก็มีวิกฤติเสมอ วิกฤติสภาพภูมิอากาศสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ฉะนั้นจะต้องปรับตัวอย่างไร ตรงนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องหาทางให้เกิดความสมดุลให้ได้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจความร่วมมือร่วมกันแก้ปัญหา

ในส่วนของปัญหาทุกปัญหาแก้ได้ แต่ใจเราสำคัญที่สุดว่าเราจะแก้กันอย่างไร อันไหนจะเร็วจะช้า สนับสนุนปลายทางอย่างเดียวก็จะอยู่อย่างนี้ ทำอย่างไรให้มีรายได้ต้องไปดูที่ต้นทุนการผลิต ถ้าร่วมมือกันเราจะเดินหน้าไป วันนี้คิดว่าเดินมาครึ่งทางแล้ว ของเก่าเดินแล้ว แต่เดินแล้วเซบ้างอะไรบ้าง ตอนนี้ให้มันตรงแล้วก้าวให้เร็วที่สุดด้วยกลไกในลักษณะนี้ วันนี้จะต้องเพิ่มผลผลิตในไร่ให้ได้ ลดการใช้แรงงานโดยหาวิธีการที่เหมาะสม การเช่าจะราคาถูกได้หรือไม่ตรงนี้ต้องคิดต่อ แค่ตนนั่งรถดำนาวน 3 รอบก็ร้อนหัวพอสมควร พยายามนึกถ้าเป็นตัวเอง ยิ่งสงสารยิ่งเห็นใจ เพราะนี่คือสิ่งที่ท่านเจอกันทุกวัน อยู่กลางแดด น้ำไม่มี หรือน้ำท่วมท่านลำบากกว่าตนเยอะ แต่ในฐานะที่นายกรัฐมนตรีมาอยู่ตรงนี้ก็ต้องแก้ปัญหาให้ วันนี้จะทำให้ทุกคนในประเทศไทยอยู่รอดปลอดภัยและไปสู่ความพอเพียงและมั่นคงยั่งยืน ทุกอย่างต้องเดินอย่างนี้ เดินตามวิสัยทัศน์ ตามยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดไว้ ถ้าไม่เดินแบบนี้เดี๋ยวก็เลิกหมด โครงการรักษ์โลกอะไรต่างๆกลับมาที่เก่าแล้วจะไหวหรือไม่

ขณะเดียวกัน วันนี้เราต้องเจรจาช่องทางการซื้อ เราต้องแข่งกับเขาให้ได้ นี่คือการทำเพื่อวันนี้และอนาคตทำอย่างไรชาวชาวไร่ จะมีส่วนต่างระหว่างราคาขาย รวมแล้วในวันนี้มันยังสูงอยู่ หากลดลงได้ ตนไม่ได้ขัดแย้งกับใคร แต่ถ้าจะทำตรงนี้นำพาการเกษตรของเราไปสู่การเป็นแหล่งอาหารโลกให้ได้ คำว่าแหล่งอาหารโลกไม่ใช่ทั้งโลกมาเอาสินค้าจากเรา แต่หมายความว่าหลายประเทศกินข้าวจากหลายประเภทของเรา โดยเฉพาะวันนี้ที่ขายดีที่สุดในโลกที่คู่แข่งเราขายอยู่คือ ข้าวพื้นนุ่ม ซึ่งเรามีการพัฒนาพันธุ์ นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปอีกว่า แค่พูดก็เหนื่อย สมองวันๆ คิดเขียนเยอะ เรื่องนี้ปัญหานั้น อันนี้โซเชียล อันนั้นร้องทุกข์ วันหนึ่งคิดหลายเรื่องแล้วเอามาแยกว่าแต่ละเรื่องแก้อย่างไร ถ้าไม่ได้ก็ต้องบอกว่าไม่ได้ เพราะอะไร ถ้าได้แล้วได้แค่ไหน ซึ่งบ้านเราต้องมีกติกา

“นายกฯ ดูเรื่องงบประมาณทุกวัน ขอยืนยันว่าเป็นนายกรัฐมนตรีมา 8 ปี ไม่สนใจว่าพื้นที่ไหนจะเป็นของใคร ทุกจังหวัดคือคนไทย ผมต้องดูแลคนไทยทั้งประเทศ มากน้อยบ้างก็เป็นไปตามแผนงาน โดยมีการตรวจสอบคัดกรอง ซึ่งจังหวัดสิงห์บุรีหลายหมื่นล้านที่นำลงมา มากกว่าที่ผ่านมาเยอะ เพราะตนไม่เลือกปฏิบัติ ขึ้นอยู่กับความต้องการของท่านเร่งด่วนแค่ไหน ทำแล้วเกิดประโยชน์แค่ไหน กับคนเท่าไร หากจำเป็นก็ต้องทำ อันไหนที่ด้อยมากก็ต้องเติม

ขออย่างเดียวอย่าทุจริต ขอย้ำเตือนอีกครั้งอย่าทุจริต ผมมีหน้าที่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีในการกำกับดูแลติดตามอนุมัติ อนุญาต แต่ผมจะสั่งเสมอว่าจะต้องโปร่งใส สุจริต และเป็นธรรม ตรวจสอบได้ ถ้าตรวจสอบแล้วพบ ร้องเรียนมาเลย จะตรวจสอบหมดตามกฎหมาย เพราะนายกฯ ไม่สามารถที่จะลงไปถึงคนข้างล่างได้ ซึ่งนายกฯ ได้สั่งการไปแล้วนำเข้า ครม. โดยงบประมาณทุกอย่างถ้านายกฯ ไม่อนุมัติเห็นชอบเข้า ครม. ก็จะไม่เกิดทั้งประเทศ อันไหนเร่งด่วนมากน้อยถ้าไม่ทำตอนนี้แล้วจะเสียหาย หรือทำในปีหน้าได้ก็ต้องคิดแบบนี้”

พร้อมกันนี้ พลเอกประยุทธ์ ยังขอให้เห็นใจที่เรากำลังนำภาษีจากหลายทางมาใช้ ฉะนั้นต้องบริหารภาษีเหล่านี้ให้เป็นธรรม ต้องนึกว่าเขาเสียมากควรจะต้องทำอะไรให้บ้าง ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาเพื่อมีกำลังที่จะเสียภาษีมากขึ้นต่อไปในอนาคต ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ฉะนั้นนายกรัฐมนตรีจะใช้ให้ดีที่สุด ขณะเดียวกัน คนทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ทุกอายุ คือพลังของแผ่นดิน จะทำอย่างไรให้คนทุกรุ่นมีความรัก ความสามัคคี เข้าใจซึ่งกันและกัน เดินหน้าไปสู่อนาคตพร้อมกัน ไม่มีอะไรจะเปลี่ยนได้ภายในวันเดียวหรือปีเดียว ตนอยู่มา 8 ปียังเปลี่ยนได้ไม่หมด ทั้งที่อยากจะเปลี่ยนเป็นร้อยเรื่อง ไม่ใช่ไม่อยากทำ ไม่ใช่ไม่กล้าทำ แต่เราคือประชาธิปไตย จะทำอะไรต่างๆ ก็ต้องฟังความเห็นจากประชาชน ถ้าไม่เห็นชอบก็ทำไม่ได้ ขอให้ช่วยกันคิด

“วันนี้อาจจะพูดเยอะนิดนึง เพราะปีใหม่ไม่ได้เจอกัน นายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้หยุด ก็ทำงานอยู่ ติดตามสถานการณ์ การเป็นผู้บังคับบัญชามันหนักใจ ไอ้นั่นจะเสร็จหรือไม่ ไอ้นี่จะเสียชีวิตหรือเปล่า ชายแดนเป็นอย่างไร เมื่อวานก็ต้องเสียใจ การกู้ระเบิดมีความเสี่ยงและเสียชีวิต แต่มันก็ต้องทำ ฉะนั้นจะบอกว่าฝ่ายไหนไม่มีประโยชน์มันไม่ได้ มีประโยชน์ทุกคน แต่จะทำอย่างไร และความสามัคคีเกลียดชังกันเองตรงนั้นไม่ใช่ประเทศไทย ถ้าทำแบบนี้ต่อไปรักษ์โลกก็ไม่เกิด จะทำอย่างไรให้รักษ์โลก เป็นทีมที่จะกำหนดว่าเราจะเดินอย่างนี้ ขอฝากไว้ด้วย”

จากนั้นนายกรัฐมนตรีถามประชาชนที่มาต้อนรับว่าเบื่อหรือยัง แต่นายกรัฐมนตรีมีงาน ต้องขอบคุณในการต้อนรับ รอยยิ้มทุกคน อย่างไรก็ตามวันนี้มาดีใจ เพราะเป็นการมาเยี่ยมต่างจังหวัดครั้งแรกหลังปีใหม่ ขอให้กำลังใจทุกคน รู้ว่าลำบาก นายกรัฐมนตรีไม่เคยหยุดคิด เหนื่อยก็ต้องทน แผ่นดินนี้เป็นของเรา ช่วยกันรักษาแผ่นดินนี้ให้งดงามต่อไป ก่อนจะเดินพบปะเกษตรกร สอบถามความเป็นอยู่ พร้อมกล่าวว่า “ให้กำลังใจทุกคน รู้ทุกคนลำบาก ไม่รักประชาชนแล้วจะไปรักใคร รับรู้ถึงหัวอกพวกเราและความยากลำบาก” ขณะที่ชาวบ้าน เกษตรกร ให้กำลังใจว่า “นายกฯ สู้ๆ” พร้อมขอถ่ายรูปและขอสวมกอด รวมถึงชมว่า “นายกฯ หล่อ”

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม นายกรัฐมนตรีได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกับรัฐมนตรีและตัวแทนชาวนา ที่บริเวณพื้นที่จัดงาน โดยนั่งเก้าอี้กองฟางและโต๊ะรับประทานอาหารเป็นแคร่ไม้ไผ่ สำหรับเมนูอาหารได้แก่ แกงเผ็ดไก่ใส่หน่อไม้ ไข่พะโล้ ปลาช่อนแดดเดียวทอด กุนเชียงทอด ส้มตำ ไก่ย่าง ของหวานขนมบ้าบิ่น ครองแครง ไอศกรีมกะทิ ทั้งนี้ เมนูอาหารดังกล่าว นางภรณี มารดาของนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้ดูแลจัดเตรียม