“ตรีชฎา” รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แนะ "ประยุทธ์" ให้ของขวัญปีใหม่ 2566 ประชาชน เป็นการประกาศวางมือจากตำแหน่งนายกฯ เร่งยุบสภา สู่การเลือกตั้งโดยเร็ว
วันที่ 1 ม.ค. นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ปี 2566 ของขวัญที่ประชาชนอยากได้และอยากได้ยินจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คือการประกาศ ว่า "พอแล้ว" จากตัวอย่าง 1 ใน 3 ป. คือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ออกตัวว่า ไม่น่าเหมาะกับตำแหน่งนายกฯ ดังนั้น นับจากนี้ไปที่จะเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนจะครบวาระของสภา การใช้อำนาจในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องไม่เอื้อประโยชน์ใดต่อตนเองและพรรคที่จะไปร่วมด้วย ต้องไม่เกิดการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่ง อย่าโยกย้ายข้าราชการเพื่อหวังประโยชน์ทางการเมือง อย่าใช้งบประมาณไปในทิศทางที่แฝงผลประโยชน์ทางการเมือง หากมีการฝ่าฝืนนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังผิดจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมื่องอีกด้วย โดยเฉพาะในกรอบ 180 วัน ของ กกต.ก่อนถึงวันเลือกตั้ง
นางสาวตรีชฎา กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองหนึ่ง และประกาศจะเป็นแคนดิเดตนายกของอีกพรรคการเมืองหนึ่ง นอกจากจะสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ดี ฝืนหลักการประชาธิปไตยด้วยการแต่งตั้งหัวหน้าพรรคการเมืองนั้นขึ้นเป็นเลขานายกรัฐมนตรี เป็นการเอื้อประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ และขณะเป็นนายกรัฐมนตรี การหาเสียงก็ยังค้างอยู่และยังไม่ผลักดันตามนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ในการเลือกตั้งปี 2562 ได้สำเร็จ ทั้งเรื่องค่าแรง 400-425 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 20,000 บาท โครงการมารดาประชารัฐ ฯลฯ ประชาชนยังคงจดจำได้และยังคงทวงถามมาจนถึงทุกวันนี้
“เลือกตั้งปี 2562 พล.อ.ประยุทธ์ ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ จากพรรคพลังประชารัฐ เมื่อเลือกตั้งเสร็จก็อาศัยเสียง ส.ว. 249 คน ที่ พล.อ.ประยุทธ์ มีส่วนร่วมในการสรรหา โหวตให้เป็นนายกฯ ตั้งรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ การเลือกตั้งปี 2566 หาก พล.อ.ประยุทธ์ อยากจะเป็นนายกฯ อีก ก็ไม่ควรเอาเปรียบผู้ถูกเสนอชื่อคนอื่น ด้วยการอาศัยเสียง ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอีก จึงจะเป็นการแข่งขันภายใต้กติกาเดียวกัน” นางสาวตรีชฎา กล่าว...