สภาประชาชน ผนึกกำลังพิทักษ์สิทธิประชาชนต้องได้ปลูกกัญชา หวังสภาผู้แทนราษฎรจะไม่ล่มอีก ประกาศจัดเวทีเสวนาคู่ขนานสภาใหญ่ มั่นใจ “ประธานชวน” เอาอยู่ ด้าน "หมอนิรันดร์" โดดร่วมสู้เพื่อความมั่นคงทางยา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก เครือข่ายประชาชนเพื่อการมีกฎหมายควบคุมกัญชาในประเทศไทย เข้ายื่นจดหมายถึงพรรคการเมือง 3 พรรค ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคที่มีแนวคิดที่จะให้กัญชากลับไปเป็นอยู่ภายใต้กฎหมายยาเสพติดแล้ว เครือข่ายประชาชนฯ นำโดย สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย, เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนกัญชาทั่วประเทศ, กลุ่มหมอยาพื้นบ้าน ฯลฯ ได้มีการติดตามการอภิปรายอย่างใกล้ชิด
โดย ดร.พิพัฒน์ นนทนาธรณ์ นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ทำความเข้าใจกฎหมายทั้งฉบับก่อนมีอภิปราย แต่เป็นการอภิปรายเพื่อสร้างความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ สุดท้ายแล้ว ส.ส.ไม่ทำหน้าที่ ทำให้สภาล่ม องค์ประชุมไม่ครบ ไม่อาจลงมติในมาตรา 7 ได้ทั้งที่มีกฎหมายรอการพิจารณาอีกจำนวนมาก ทำให้ทางสมาคมฯ ยิ่งตระหนักถึงการนำความรู้ ความจริงสู่สังคม และขอเตือนการเมืองอย่าใช้กัญชาเป็นเกมด้วยการไม่ผ่าน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ออกมาในสภาชุดนี้ เพราะจะยิ่งทำให้พรรคที่สนับสนุนมีเรื่องนำไปหาเสียงได้อีก ขอให้คิดสองชั้น อย่าคิดชั้นเดียว
...
ดร.พิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนนักวิชาการก็ขอให้เอาข้อมมูลจริงๆ มาช่วยกันออกแบบระบบและให้ความรู้แก่สังคม การให้ข้อมูลเพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่างจะทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม เอารายละเอียดมาเผยแพร่สู่สังคมเพราะความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นทั้งหมด ทุกอย่างมีข้อดีข้อเสีย อย่ามุ่งเน้นทำลายกัญชาอย่างเดียว กระท่อมเองถ้าใช้เกินขนาดโดยการดองเหล้า หรือสกัดแบบเข้มข้นมีโอกาสกดการหายใจซึ่งต้องระวัง ทั้งเหล้าและกัญชาเองมีข้อเสียคล้ายกันคือเวลาไปขับรถจะควบคุมกลไกการสั่งงานของกล้ามเนื้อไม่ได้ มีอาการเมาได้เช่นกัน ก็ต้องขอร้องกันว่าเทศกาลปีใหม่นี้ก็ขอให้ผู้ที่ขับขี่ยวดยานต้องไม่กินเหล้าและกัญชา และขอให้คนไทยทั้งสังคมควรช่วยกันปกปักรักษาสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการรับรู้ เข้าถึงข้อมูลที่เป็นจริงอันนี้ของตนไว้ให้ดีที่สุด ไม่ให้กลุ่มผลประโยชน์ใช้ข้อมูลเท็จมาบิดเบือน แล้วออกกฎหมายเพื่อประโยชน์ของคนส่วนน้อย
“ทางสมาคมฯ จึงจัดเวทีสภาประชาชนครั้งที่ 2 และคิดว่าจะจัดคู่ขนานไปอย่างต่อเนื่องจนกว่า พ.ร.บ.จะออกมา มั่นใจว่า ท่านชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จะสามารถควบคุมการประชุมไม่ให้สภาล่มได้ ขอเน้นย้ำว่าสมาคมนักวิจัยฯ เป็นองค์กรที่มุ่งสร้าง ความรู้ ความจริง ให้กับสังคมในทุกมิติ กัญชาเป็นสมุนไพรที่ทางสมาคมให้ความสำคัญ เพราะเห็นว่าเป็นสมุนไพรที่คนไทยมีภูมิปัญญาในการใช้เพื่อการดูแลสุขภาพมาอย่างยาวนาน และปัจจุบันมีข้อมูลวิจัยใหม่ออกมาตลอดเวลา ดังนั้นเราต้องตามให้ทันและพัฒนาไปให้ไกลกว่าเขา ก่อนอื่นเลยเราต้องมาวางกลไกที่นำกัญชามาใช้ประโยชน์โดยมีการควบคุมในระดับที่เหมาะสมตามธรรมชาติจริงๆ ของกัญชาไม่ใช้อคติ” นายกสมาคมวิจัยฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเสวนาสภาประชาชนครั้งนี้ ทางเครือข่ายภาคประชาชนฯ จะเสวนาในหัวข้อ “กำหนดกลไกแค่ไหนกัญชาจึงจะเกิดสมดุล” โดยมีผู้เชี่ยวชาญที่มีฐานของความรู้ ความจริงและหัวใจที่ทำงานเพื่อสังคม ประกอบด้วย รศ.ดร.นพ.ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์ หน่วยเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะผู้เชี่ยวชาญกัญชาศาสตร์ ติดตามงานวิจัยและความเคลื่อนไหวในต่างประเทศมานับสิบปี จะพูดในประเด็น “บทเรียนมาตรการในต่างประเทศ”, นายอัครเดช ฉากจินดา ผู้ประสานงานเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย จะพูดในประเด็น “ประสบการณ์ 30 ปี กัญชาควรคุมแค่ไหนจึงเกิดสมดุล”
อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กัญชา กัญชง พ.ศ. … สภาผู้แทนราษฎร จะพูดในประเด็น “กลไกใน พรบ.กัญชา เปรียบเทียบกับกลไกต่างประเทศ”, พ.ต.ท.ณิชาลักษ์ ณรงค์วิทย์ พยาบาลวิชาชีพผู้ร่วมทำงาน คณะทำงานภาคีเครือข่ายกัญชาเพื่อประชาชน หนึ่งในสมาชิกของสมาคมนักวิจัย จะพูดในประเด็น “งานวิจัยกับการสร้างการเรียนรู้ของประชาชนในการใช้กัญชา” ขณะที่ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ หมอผู้ทำงานด้านสิทธิมนุษย์ชน อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชุดที่สอง และอดีตคณบดีวิทยาลัยการแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เข้าร่วมเป็นกำลังเสริมที่สำคัญ จะพูดในประเด็น “กัญชากับการฟื้นคืน ระบบการดูแลสุขภาพและความมั่นคงทางยาของประชาชน” โดยมี ผศ.ดร.ญาณกร โท้ประยูร เป็นผู้ดำเนินรายการ
สำหรับการเสวนาเสวนาครั้งนี้จะจัดขึ้นที่ห้องประชุม ดร.บุญนาค อาคาร วช.3 ชั้น 1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ในวันพุธที่ 28 ธันวาคม 2565 เวลา 13.00-16.00 น. ถ่ายทอดสดผ่านทางเพจ GUNJA TV
ดร.พิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากเสวนามสมาคมฯ จะนำเสนอเนื้อหา ข้อเสนอแนะต่อสาธารณะ ด้วยหวังอย่างยิ่งว่าสภาจะลงมติตามความรู้และความจริง พร้อมรับฟังข้อเสนอของภาคประชาสังคม และสภาไม่ล่ม.