เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ มองข้าม 25 เสียง คิดแตะ 100 หวัง “บิ๊กตู่” มีส่วนร่วมขับเคลื่อนพรรค เวลา 2 ปีนายกฯ ไม่เป็นปัญหา มุ่งแก้กติกาสร้างความเท่าเทียม ไม่ปิดทางร่วมงานกับทุกพรรค
วันที่ 24 ธ.ค. 2565 นายเอกนัฐ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์เพจเดอะรูม 44 กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ประกาศเข้าร่วมพรรค ทำให้มีนักการเมืองจำนวนมากไหลเข้าสู่พรรคจะจัดสรรอย่างไรว่า ไม่เป็นปัญหา ปกติพรรคตั้งใหม่สิ่งที่น่ากลัวคือคนไม่มา มาเยอะไม่เป็นไร มีวิธีจัดการให้ทุกคนมีบทบาทในพื้นที่ได้แน่นอน มามากขนาดไหนรับได้แน่นอน และที่ผ่านมามีการพูดคุยกับ ส.ส.บิ๊กเนมแต่ละพื้นที่มาจำนวนหนึ่งอยู่แล้ว เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ชัดเจนจะมีคนไหลเข้ามาจำนวนหนึ่ง และตามข่าวที่มีการพูดกันว่าจะมีส.ส.เข้ามาร่วมประมาณ 40 คน ซึ่งคิดว่าไม่ได้คลาดเคลื่อนมาก แต่อาจจะมากขึ้นก็ได้ อีกทั้งยังมีบิ๊กเนม ที่ไม่ได้เป็นส.ส. เช่นนายกฯ อบจ. หรือนักการเมืองท้องถิ่นที่มีแสงในตัวในจังหวัดต่างๆ ซึ่งมีโอกาสดีกว่าส.ส.ปัจจุบันเสียอีก ซึ่งจำนวนมีเกิน 100 คน ขณะนี้เรามีผู้สมัครที่สู้ได้ในทุกภาค เมื่อถามว่ามีคนเข้ามาเช่นนี้แล้วได้ประเมินหรือไม่ว่าจะได้ส.ส.ประมาณเท่าไร นายเอกนัฐ ตอบว่า มีคนเคยถามว่าจะได้ส.ส.เกิน 25 เสียงหรือไม่ ตนยืนยันว่าเกินแน่นอน เพราะจากผลสำรวจแค่ภาคเดียวก็เกินแล้ว ใจตนหากได้แตะ 100 ก็เป็นเรื่องดีจะเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุด จะได้มีกำลังผลักดันสิ่งที่เราบอกประชาชนไว้ และสิ่งสำคัญกว่าการเป็นพรรคใหญ่คือมาแล้วต้องทำประโยชน์ให้ประเทศ เป็นสถาบันการเมือง ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจแบบนั้นเราก็ไม่เอา
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าหลังการเลือกตั้งจะได้เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายเอกนัฏ กล่าวว่า การจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต้องดูผลการเลือกตั้งก่อน แต่ถ้าวิเคราะห์จากสิ่งที่เกิดขึ้นหลังพล.อ.ประยุทธ์ ประกาศตัวชัดเจนและดูว่าที่ผู้สมัครทั่วประเทศ ถ้าทุกอย่างเป็นตามที่คาดการเราจะได้ส.ส.ไม่น้อย มีโอกาสร่วมกับพรรคการเมืองอื่นจัดตั้งรัฐบาลได้ เมื่อถามถึงบทบาทของพล.อ.ประยุทธ์ หลังจากเข้าพรรคมาจะมีตำแหน่งอะไรนั้น เราคงต้องดำเนินการตามขั้นตอนก่อน คงเริ่มจากชวนพล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นสมาชิกพรรค เพราะใจตนอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นสมาชิกพรรค เพื่อให้เกิดความชัดเจน จะได้ร่วมแคมเปญหาเสียงไม่ใช่เป็นแคนดิเดตลอยๆ ที่ผ่านมาเห็นข้อจำกัดระหว่างพล.อ.ประยุทธ์กับพรรค ครั้งนี้อยากให้ชัดเจน
...
เมื่อถามว่า การเป็นนายกฯ ได้แค่อีก 2 ปี จะมีปัญหาในการหาเสียงหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่าไม่เป็นปัญหาเลย คนดี 1 ปี 2 ปี มีค่าเท่ากันและถ้าดูตามหลักวิทยาศาสตร์คำนวณแล้วพล.อ.ประยุทธ์ จะเหลือเกินเวลา 2 ปีครึ่ง น่าจะเกินค่าเฉลี่ยรัฐบาลที่ผ่านๆ มาของประเทศแล้ว และหากไปถึงจุดนั้นก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีส่วนขับเคลื่อนประเทศ ท่านยังเป็นกำลังสำคัญได้อยู่ ส่วนตำแหน่งนายกฯ ก็มีกลไก ถึงวันนั้นค่อยไปดูว่าใครเหมาะสมไม่มีปัญหาถ้าไม่พอใจปรับใหม่หมดจะยุบสภาฯ ก็ทำได้ เวลา 2 ปีกว่าจะ 3 ปี ถือว่ามากเกินพอที่พล.อ.ประยุทธ์ จะสานต่อภารกิจที่ค้างคาและต่อยอดวางรากฐานสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
เมื่อถามถึงจุดเด่นของพรรครวมไทยสร้างชาติ นายเอกนัฐ กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญที่เราจะพลิกโฉมประเทศด้วยการสังคายนากฎระเบียบ กติกา กฎหมายต่างๆ เพราะที่ผ่านมาทุกรัฐบาลแข่งเอาเงินงบประมาณไปใช้แต่ประเทศดีขึ้นจากหลังมือเป็นหน้ามือหรือยัง ตนคิดว่าตอนนี้เป็นโอกาสที่เราต้องมาทบทวนเรื่องกติกาต่างๆ ปัญหาทุกอย่างจะโยงมาที่กติกากฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา เราต้องแก้ไขเพื่อให้ประเทศได้เก็บเกี่ยวพัฒนาต่อยอดโดยให้สังคมมีความเท่าเทียม
เมื่อถามอีกว่า หลังเลือกตั้ง รวมไทยสร้างชาติกับพลังประชารัฐ จะจับมือร่วมกันทำงานได้หรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร เวลานี้แต่ละพรรคต้องเร่งแสดงจุดยืนของตัวเองแล้วไปแข่งขันในสนามเลือกตั้ง ได้ส.ส.เท่าไร ก็เป็นเรื่องที่ต้องเจรจาในการจัดตั้งรัฐบาล ว่าจำนวนเป็นอย่างไร จุดยืนตรงกันหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องว่าหลังเลือกตั้ง เมื่อถามอีกว่าจุดยืนของรวมไทยสร้างชาติ ถ้าจำเป็นจริงๆ สามารถทำงานร่วมกับฝ่ายค้านในปัจจุบันได้หรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า คนมองว่าเราเป็นพันธมิตร เป็นกปปส. แต่ปัจจุบันมี คนเสื้อแดงมาร่วมงานกับรวมไทยสร้างชาติจำนวนมาก เราไม่ยึดติดความขัดแย้งในอดีต เราคิดว่าทุกคนที่มีแนวคิดตรงกันอยากเข้ามาทำการเมืองเพื่อส่วนรวม อยากทำการเมืองอย่างสุจริตสร้างพรรคการเมืองเป็นที่พึ่งของประชาชน ยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ ถ้าคิดแบบนี้ไปกันได้ แต่ถึงเวลานั้นก็ต้องมาทบทวนอีกทีว่าพรรคไหนคิดเหมือนเราหรือไม่ เมื่อถามย้ำว่า ไม่ปิดทางร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคอื่นๆ ใช่หรือไม่ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ตอบว่า “มันจะไปปิดทางในเร็ววันแบบนี้ไม่ได้ ผมไม่อยากพูดไปเดี๋ยวหาว่าเราปฏิเสธคนนั้นคนนี้ วนเวียนอยู่กับความขัดแย้งอีก วันนี้เราต้องเดินไปข้างหน้า”