“ราเมศ” ลั่น ประชาธิปัตย์ ไม่หวั่น ทุกพรรคหาเสียงปักษ์ใต้ได้ ย้ำ คนที่ต่อสู้เพื่อชาวใต้มาตลอดคือ “ชวน” ตอกกลับ “ณัฐวุฒิ” แบบเจ็บๆ พูดเอาแต่สนุกปาก อัดรัฐบาล “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ทุจริต
วันที่ 13 ธ.ค. 2565 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ปราศรัยที่หอประชุมเมืองนครศรีธรรมราช ว่า โดยหลักการในระบอบประชาธิปไตยทุกพรรคการเมืองสามารถไปพบปะหาเสียงกับประชาชนได้ทั่วไปอยู่แล้ว และชาวปักษ์ใต้ก็ให้การต้อนรับในฐานะเจ้าบ้านที่ดี
แต่การที่นายณัฐวุฒิ ปราศรัยพาดพิงถึงบุคคลหนึ่งซึ่งทุกคนล้วนทราบดีว่าคนที่กล่าวก็คือ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร นายณัฐวุฒิ คงลืมไปว่าที่ผ่านมารัฐบาลของพวกคุณได้กลั่นแกล้งเลือกปฏิบัติต่อภาคใต้ไว้อย่างไรบ้าง จากนโยบายการเลือกปฏิบัติ จังหวัดไหนไม่เลือกเราก็ให้รอไปก่อน จะพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือก ส.ส.ของพรรคตัวเองเท่านั้น หลักฐานการพูดเช่นนี้มีชัดเจน และในภาคปฏิบัติก็มีการทำเช่นนั้นจริง รวมถึงการไม่ให้ความเป็นธรรมในการจัดสรรงบประมาณเพื่อการซ่อมแซมถนนถนนเพชรเกษมที่ได้น้อยกว่าทุกภาค เรื่องศูนย์ประชุมนานาชาติภูเก็ต ก็เป็นผลิตผลจากนโยบายเลือกปฏิบัติ ที่ให้ต้องรอก่อนเพราะถูกตัดงบประมาณเพียงเพราะคนภูเก็ตไม่เลือก
นายราเมศ กล่าวต่อไปว่า พี่น้องชาวใต้ต่างรู้ข้อมูลนี้เป็นอย่างดี ความไม่เป็นธรรมที่ได้มอบให้ กลายเป็นความเจ็บปวดตลอดเวลา และคนที่ต่อสู้เรื่องเหล่านี้ก็มีเพียง นายชวน คนเดียวที่เป็นปากเสียงให้กับประชาชนในภาคใต้ ตอนนั้นนายณัฐวุฒิ หายไปไหน ถึงได้ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ การที่มากล่าวหาว่าตลอดเวลา นายชวน ไม่ทำอะไรเลยจึงเป็นเพียงวาทกรรม ที่คนปักษ์ใต้รู้ดีถึงความจริงว่า ที่ผ่านมา นายชวน ทำเพื่อประชาชนมาโดยตลอด ตั้งแต่การวางโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคม รถไฟทางคู่ ถนนสี่ช่องจราจร พัฒนารายจังหวัดให้มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ประชาชนยังจำผลงานต่างๆ ที่ทำสิ่งดีๆ ให้มากมาย ลูกหลานไปโรงเรียนได้ดื่มนม มีอาหารกลางวัน ได้กู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ไปจนถึงเรื่องสาธารณสุข
...
“อยากถามว่าเมื่อครั้งที่รัฐบาลทักษิณ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เลือกปฏิบัติจนภาคใต้ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการจัดสรรงบประมาณ ก็มีแต่ นายชวน หลีกภัย ที่เป็นคนต่อสู้ ไหนจะเรื่องการไม่สร้างศูนย์ประชุมที่ภูเก็ต รวมทั้งเรื่องถนนหนทางไปภาคใต้ที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณที่เป็นธรรม ในตอนนั้นนายณัฐวุฒิไปอยู่ที่ไหน”
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้กล่าวถึงเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุด้วยว่า ที่มีหลายพรรคการเมืองนำไปใช้ขยายผลเพื่อหาเสียงเกทับเรื่องจำนวนเงินเบี้ยผู้สูงอายุอยู่นั้น เกิดขึ้นในสมัยที่ นายชวน เป็นรัฐบาล ที่เริ่มต้นจาก 200 บาท เป็น 300 บาท และเพิ่มขึ้นอีกครั้งในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็น 500 บาทต่อเดือน ส่วนสมัยที่ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นรัฐบาลถึง 5 ปี แต่ไม่เคยคิดเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุให้ นายณัฐวุฒิทราบข้อมูลนี้หรือไม่ และการที่นายณัฐวุฒิเป็นนักพูด จึงพูดเอาแต่สนุกปาก ปลุกระดม การที่มากล่าวหาว่าไม่ทำอะไรเลย และเป็นการเมืองแนวเก่าที่เลวร้ายที่สุดนั้น จึงไม่มีความน่าเชื่อถือ และพี่น้องประชาชนยังจดจำได้กับคำพูดที่เคยประกาศว่า “เผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง” จนถึงตอนนี้อยากถามว่าได้รับผิดชอบอะไรบ้าง
ในตอนท้าย นายราเมศ ระบุต่อไปว่า ในทางการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้กังวลถึงการลงพื้นที่ของแต่ละพรรค เพราะเป็นสิทธิที่สามารถทำได้เต็มที่ เพราะท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเอง ตนไม่อยากเห็นการกล่าวโจมตีด้วยข้อมูลหรือสร้างวาทกรรมที่บิดเบือน
“อยากให้นายณัฐวุฒิ เอาข้อเท็จจริงมาพูดดีกว่า อย่างเช่น มีคนที่ทำนายไว้อย่างแม่นยำว่า เจ้านายของคุณณัฐวุฒิจะไม่มีแผ่นดินอยู่ คดีทุจริตในรัฐบาลทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ มีทั้งหมดกี่คดี มีนักการเมืองในขณะนั้นต้องติดคุกไปแล้วทั้งหมดกี่คน และทุกคนล้วนติดคุกจากการทุจริตทั้งสิ้น ข้อมูลความจริงเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าจะนำมาพูดบนเวทีมากกว่า เพราะเชื่อว่ามีประชาชนอีกมากที่อยากรู้เรื่องเหล่านี้เช่นกัน”