"พิชัย" ขอประชาชนเชื่อมั่น นโยบายพรรคเพื่อไทย ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ทำได้จริงตามที่ประกาศแน่ หากพรรคได้เป็นรัฐบาล "จุฑาพร" ชี้ พร้อมยกระดับ 30 บาท รักษาทุกโรค ตรวจสุขภาพเชิงรุก บัตรประชาชนใบเดียว รักษาได้ทุกสถานพยาบาล
วันที่ 13 ธ.ค. 65 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ตามที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยได้ประกาศนโยบายของพรรคเพื่อไทยหลายด้าน โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ อยากให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทย สามารถทำได้จริง ตามที่ได้ประกาศอย่างแน่นอน และเป็นการคิดใหญ่ ทำเป็น เพราะเคยทำสำเร็จมาแล้วทุกนโยบายในอดีต เรียกได้ว่า พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคการเมืองเดียวที่ประกาศนโยบายแล้วทำได้จริง ไม่เหมือนหลายพรรคที่ประกาศนโยบายแต่ทำไม่ได้ หรือ ทำไม่เป็น เป็นต้น
ทั้งนี้ อยากตอกย้ำนโยบายที่สำคัญ เช่น การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยหากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะทำให้เศรษฐกิจขยายได้ เฉลี่ยปีละ 5% ซึ่งสามารถทำได้จริง และเป็นศักยภาพที่ประเทศไทย ควรจะขยายให้ได้อยู่แล้ว โดยทั้ง ธนาคารโลก ไอเอ็มเอฟ ต่างก็บอกตรงกันว่า ประเทศไทยขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพมาโดยตลอด อีกทั้งประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย จะต้องขยายตัวปีละ 5-6% เป็นอย่างน้อย เพื่อพัฒนาให้หลุดพ้นจากกับดักการเป็นประเทศรายได้ปานกลาง และจะเพิ่มการจ้างงาน และการหารายได้เพื่อใช้หนี้สาธารณะอีกด้วย โดยตลอดหลายปี เศรษฐกิจของประเทศไทยขยายตัวได้ต่ำมาก ขนาดในปีนี้ที่ประเทศต่างๆ ในอาเซียนขยายตัวได้สูง เช่น ใน 9 เดือนแรก มาเลเซีย ขยายได้ 9.36% เวียดนาม 8.8% ฟิลิปปินส์ 7.76% และอินโดนิเซีย 5.39% แต่ไทยกลับขยายตัวได้ต่ำมาก เพียง 3.1% เท่านั้น ดังนั้น การเร่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจจึงเป็นความจำเป็นระดับแรก ซึ่งจะต้องมีนโยบายหลายๆ ด้านออกมาพร้อมๆ กัน เช่น ในปี 2555 เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ถึง 7.2% เป็นต้น ดังนั้นการสร้างรายได้ใหม่ในหลายด้านและส่งเสริมให้มีการลงทุนจากในประเทศและจากต่างประเทศจะเป็นแนวทางที่จะเพิ่มจีดีพีให้ขยายตัวได้มากขึ้น รวมถึงการทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของอาเซียนให้คนฉลาดๆ และคนเก่งๆ มาอยู่ประเทศไทยและช่วยกันพัฒนาเศรษฐกิจไทย
...
ต่อมา นโยบายที่เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมาก คือ นโยบายค่าแรงขั้นต่ำวันละ 600 บาท ในปี 2570 หรือ อีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งสามารถทำได้จริง ถ้าประเทศไทยสามารถขยายเศรษฐกิจปีละ 5% ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ทั้งนี้ การขึ้นค่าแรงเป็นวันละ 600 บาทในอีก 5 ปีข้างหน้า จะทำให้ประเทศไทยมีการกระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ำ อีกทั้งจะผลักดันให้ประเทศไทยต้องปรับเปลี่ยนตัวเองให้พัฒนาสร้างงานและดึงดูดการลงทุนที่จะสามารถรับค่าแรงในระดับนั้นได้ และจะเร่งให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางเร็วขึ้น ทั้งนี้ในประเทศที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ค่าแรงจะสูงมาก เช่นที่สหรัฐฯ ค่าแรงในรัฐแคลิฟอร์เนียชั่วโมงละ $15.5 (540 บาท) เลย เป็นต้น แนวคิดในการบริหารประเทศคือ ความสำเร็จของรัฐบาลไม่ได้อยู่ที่ช่วยให้คนรวยเพิ่มขึ้นเท่าไร แต่อยู่ที่จะช่วยคนยากจนและคนลำบากให้มีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างไร และไม่ต้องกังวลว่าพรรคเพื่อไทยจะทำให้เศรษฐกิจหายนะเพราะเป็นไปไม่ได้ ทุกวันนี้ที่เศรษฐกิจย่ำแย่เพราะอะไร ทุกคนน่าจะทราบดี
อีกนโยบายที่มีความสำคัญและเป็นการลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนได้ทันทีคือ นโยบายที่จะลดราคา น้ำมัน ไฟฟ้า และ ก๊าซหุงต้ม ซึ่งสามารถทำได้ทันที โดยเข้าไปปรับเปลี่ยนแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงาน ซึ่งคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้ชี้แจงมาตลอดและจะสามารถเข้าไปแก้ไขและลดราคาน้ำมัน ไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม ได้ทันที เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล และส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในระดับครัวเรือน ซึ่งเป็นทิศทางของโลก โดยเฉพาะปัจจุบันที่ค่าไฟฟ้าจะขึ้นอีก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการแข่งขันของไทยอย่างมาก
ทั้งนี้หากพิจารณาในภาพรวมจะพบว่านโยบายต่างๆ ของพรรคเพื่อไทยจะร้อยเรียงสอดประสานเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้สูงอย่างยั่งยืนและยังคำนึงถึงการกระจายรายได้เพื่อให้ประชาชนทุกระดับชั้นได้รับประโยชน์จากนโยบายของพรรคเพื่อไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชาชน เพิ่มกำลังซื้อ สร้างเศรษฐกิจให้หมุนเวียน เพื่อให้ประเทศไทยกลับไปสู่การเป็นประเทศผู้นำของอาเซียน และ มีอิทธิพลต่อประชาคมโลกอีกครั้งหนึ่ง หลังจากหายไปหลายปี
จุฑาพร เกตุราทร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต บางรัก สาทร ปทุมวัน และ โฆษกคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่คุณแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานด้านนวัตกรรมและการมีส่วนร่วม พรรคเพื่อไทย ได้ประกาศนโยบายของพรรคเพื่อไทยหลายด้าน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ ทางด้านการบริการสาธารณสุขสำหรับประชาชน ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญมาก ส่งผลโดยตรงต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในแต่ละวัน พรรคเพื่อไทยพร้อมยกระดับโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาท รักษาทุกโรค มีบริการสาธารณสุขเชิงรุก อาทิ เช่น การให้บริการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรีในเด็กหญิงอายุ 9-11 ปี เป็นวัยที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี และมีประสิทธิภาพสูงสุด และฉีดวัคซีนให้ผู้หญิงที่ยังไม่ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV : Human Papilloma Virus) อีกทั้งยังจะมีการตรวจและรักษาไวรัสตับอักเสบ-ซี ซึ่งโรคดังกล่าวจะเป็นการป้องกันมะเร็งตับที่เป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของมะเร็งในผู้ชาย ซึ่งปัจจุบันวัคซีนมะเร็งปากมดลูก มีราคาที่ค่อนข้างสูงมาก การฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกนั้น สามารถป้องการมะเร็งได้หลายชนิด นอกจากนี้ ยังควรรณรงค์ให้มีการฉีดวัคซีน HPV ในผู้ชายด้วย เพราะผู้ชาย และเพศทางเลือกเองก็มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส และก่อให้เกิดมะเร็งชนิดอื่นๆ ได้เหมือนกัน
ทั้งนี้ ภายในปี 2570 ประชาชนสามารถใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว เข้ารับการรักษาได้ทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยจะถูกจัดเก็บไว้บนศูนย์ข้อมูล หรือ Cloud เมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาล สามารถยื่นบัตรประชาชนแล้วอนุญาตให้แพทย์ผู้รักษาเข้าถึงข้อมูลการรักษาได้ทันที สำหรับผู้ป่วยจิตเวช ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่ยังเข้าไม่ถึงการรักษาอย่างถูกต้องในปัจจุบัน ตลอดจน ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย สามารถรับการรักษา ผ่านระบบแพทย์ทางไกล หรือ telemedicine ได้ โดยจะเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพื่อให้สามารถเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่เกิดประโยชน์กว่าการนั่งรอพบแพทย์ หรือสามารถขอคำปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางได้รับการรักษาที่ศูนย์สาธารณสุขหรือโรงพยาบาลใกล้บ้านได้ การจองคิวพบแพทย์จะทำผ่านระบบแอปพลิเคชันออนไลน์ ลดระยะเวลาในการรอพบแพทย์ที่มีระยะเวลานานในปัจจุบัน
ในอนาคต โรงพยาบาลของรัฐจะถูกกระจายอำนาจในรูปแบบองค์การมหาชนที่ระดับท้องถิ่น สนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารโรงพยาบาล มีการจัดสรรบุคลากรทางการแพทย์ให้เหมาะสมตามปริมาณงาน และการลงทุนเพื่อพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ให้ทันสมัยในทุกระดับตั้งแต่ระดับตำบลถึงมหานคร ไปจนถึงการฝึก อสม. ให้เป็นพยาบาลระดับต้น ช่วยดูแลผู้ป่วยประจำทุกหมู่บ้าน ส่วนในกรุงเทพมหานคร มีโรงพยาบาลประจำเขตทั้ง 50 เขต เพื่อช่วยลดภาระประชาชนในการเดินทาง ให้เข้ารับการรักษาพยาบาลได้อย่างสะดวกที่สุด
คุณภาพชีวิตที่ดีเริ่มต้นจากการมีสุขภาพที่ดี หากพรรคเพื่อไทย ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน พร้อมเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาปากท้อง วิกฤติข้าวของแพง เศรษฐกิจย่ำแย่ในขณะนี้ และพร้อมยกระดับการให้บริการทางสาธารณสุข ให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี ลดภาระรายจ่ายจากการรักษาพยาบาล เพื่อให้ประชาชนเป็นกำลังสำคัญในการช่วยกันพัฒนาประเทศต่อไป.