“ศุภชัย โพธิ์สุ” พนมมือกราบขอโทษกลางสภา ยอมรับพลาดพลั้ง อาจจะเพลินไปหน่อยบนเวทีปราศรัยที่นครพนม ยัน ไม่ได้ว่าคนสกลนครโง่
เมื่อเวลาประมาณ 15.15 น. วันที่ 7 ธ.ค. 2565 นายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาฯ ว่า มีรองประธานสภาผู้แทนราษฎรบางคน ที่ควบตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทำให้สภาฯ เสื่อมเสียเกียรติภูมิ ให้สรรพนามบอกว่าเป็นคนโง่ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ทำให้เสื่อมเสีย สภาฯ ต้องให้ความสำคัญ เพราะบางครั้งก็นั่งเป็นประธานบนบัลลังก์ด้วย
ทางด้าน นายชวน ระบุว่าตนเองก็ทราบเรื่องจากข่าว ซึ่งเป็นเรื่องนอกห้องประชุมสภาฯ และไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนไปพูดในลักษณะลดความสำคัญของพรรคการเมืองอื่น คนอื่น แต่ถ้าเป็นกรณีที่อยู่ในสภาฯ ก็เป็นหน้าที่สภาฯ ที่จะต้องถกกัน แต่ถ้าเป็นเรื่องภายนอกก็ต้องจัดการไปตามภาระของแต่ละฝ่าย คือว่ากันตามสิทธิของแต่ละฝ่าย ถ้านำเรื่องภายนอกมาใช้เวลาของสภาฯ จะสูญเสียเวลาและไม่ถูกแนวทางที่ควรจะปฏิบัติ
...
อีกทั้งทราบดีว่าบุคคลที่พูดหมายถึง นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ในฐานะความเป็นรองประธานสภาฯ ทำให้มีภาระที่หนักกว่า ส.ส.ธรรมดา การประพฤติปฏิบัติต้องอยู่ในกรอบที่ระเบียบกำหนดไว้ จึงได้อนุญาตให้ นายพัฒนา และ นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ที่ขอเข้ามาได้พูดสั้นๆ เพราะ นายศุภชัย เองก็บอกว่าอยากจะขอหารือประธานเพื่อขออภัยและขอโทษสมาชิก จึงบอกไปว่าเป็นเรื่องภายนอก การขอโทษทำได้แต่ไม่ควรนำเข้ามาวิจารณ์ในสภาฯ เพราะจะไม่จบสิ้นและจะทำงานกันไม่ได้ ถ้าเป็นอะไรที่ผิดจริยธรรมก็ร้องไปด้านนั้นได้ หรือผิดกฎหมายหมิ่นประมาทก็ดำเนินการได้ และให้โอกาสพอสมควรแล้ว
ต่อมา นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นกล่าวเป็นรายต่อไป ถึงศักดิ์ศรีของคนสกลนคร ที่รองประธานสภาฯ บอกว่าโง่ อยากให้ นายศุภชัย ขึ้นมาฟังด้วย ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้สภาฯ เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ แต่นี่คือความเสียหายของคนสกลนคร ตนเองเป็น ส.ส. ก็ต้องมาพูด และสกลนครไม่ใช่คนโง่อย่างที่หลายคนเข้าใจ จากนั้น นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่าต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในวาระ ซึ่ง นายชวน บอกว่าเรื่องที่หารือนี้เป็นคนอนุญาตเอง
ก่อนที่จะเปิดโอกาสให้ นายศุภชัย กล่าว โดยเจ้าตัวระบุขอใช้เวลาสั้นๆ ยอมรับว่าวันที่ 4 ธ.ค. 2565 ที่ผ่านมา มีโอกาสปราศรัยหาเสียงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่นครพนม และเป็นคนขึ้นปราศรัยหาเสียงด้วย “แต่ในขณะที่ปราศรัยอยู่นั้น ผมต้องยอมรับตรงๆ ครับว่าผมอาจจะเพลินไปหน่อย ท่ามกลางบรรยากาศที่พี่น้องมากมาย ก็คงจะยืนยันกับท่านประธานและท่านสมาชิกว่า คำพูดที่ท่านสมาชิกทั้ง 2 ท่านได้พูดถึงนั้น ยอมรับในสภาฯ ครับว่าผมได้พูดจริง แต่ผมไม่ได้หมายถึงว่าเป็นการกล่าวหาพี่น้อง จ.สกลนคร โง่ อยากจะให้ทั้ง 2 ท่านไปเปิดคลิปดูใหม่ก็ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าในวันนั้นผมปราศรัยกับพี่น้องประชาชนในฐานะที่เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้ปราศรัยในฐานะที่เป็น ส.ส. หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ในเมื่อตัวผมได้พูดออกไปแล้ว พลาดพลั้งไปแล้ว หรือผิดไปแล้ว ผมยอมรับกับท่านประธาน ฝากไปถึงท่านสมาชิกของ 12 ท่าน และทุกๆ ท่านที่เกี่ยวข้องด้วยว่า ผมขอกราบขออภัยในสิ่งที่ผมพูดขึ้นมา และกราบขอโทษเพื่อนๆ ขอกราบขอโทษครับ” โดยนายศุภชัย ได้ยกมือขึ้นพนมมือพร้อมกับกล่าวคำขอโทษด้วย.