“สมศักดิ์” เผย เตรียมฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้นักโทษ หลังกรมควบคุมโรคจ่อมอบล็อตใหญ่กว่า 200,000 โดส ชี้ ต้องถอดบทเรียนเหตุจลาจลเผาเรือนจำ ป้องกันอย่าให้เกิดซ้ำ พัฒนายกระดับเรือนจำให้ดียิ่งขึ้น

วันที่ 6 ธ.ค. 2565 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาตนเองและคณะได้เยี่ยมชมนิทรรศการของกรมราชทัณฑ์ กรณีถอดบทเรียนเหตุจลาจลและการเผาเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์และเรือนจำจังหวัดกระบี่ ซึ่งปัจจัยที่ก่อให้เกิดการก่อจลาจลของเรือนจำเพราะความแออัด รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้ต้องขังเกิดความตระหนก ตื่นกลัว และความเครียดของผู้ต้องขังที่กลัวการติดเชื้อ กลัวจะไม่ได้รับการรักษา และไม่มีการแยกพื้นที่ชัดเจนระหว่างผู้ต้องขังป่วยและผู้ต้องขังปกติ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคระบาด การป้องกัน และการปฏิบัติตน รวมทั้งยังขาดการสื่อสารทำความเข้าใจระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง ในเรื่องของการให้ความรู้ในขณะนั้น ซึ่งต่อมาทางกรมราชทัณฑ์ได้ถอดบทเรียนและดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ แล้ว เช่น การจัดทำมาตรฐานในการปฏิบัติงานด้านการควบคุมผู้ต้องขัง (SOPs) การสร้างระบบสืบสวนหาข่าวและเครือข่าย การซ้อมแผนเผชิญเหตุทุกไตรมาส

...

นายสมศักดิ์ ระบุต่อไปว่า กรมราชทัณฑ์ได้ตั้งคณะทำงานศึกษารูปแบบเรือนจำใหม่ที่สอดคล้องกับภารกิจงานราชทัณฑ์ในอนาคต โดยศึกษาจากรูปแบบเรือนจำของต่างประเทศและประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบทงานราชทัณฑ์ไทย แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

1. เรือนจำรูปแบบใหม่ เป็นเรือนจำรูปแบบวิทยาลัย ความมั่นคงปานกลาง ตอบสนองต่อภารกิจได้หลากหลาย

2. เรือนจำเฉพาะทาง เป็นเรือนจำที่ใช้แผนผังเรือนจำรูปแบบสนาม/ลานบ้าน ที่แยกพื้นที่ใช้สอยแต่ละแดนออกจากกันอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็มีพื้นที่ส่วนกลางที่ผู้ต้องขังสามารถสลับเวลาการเข้าใช้งานได้ พร้อมปรับเป็นเรือนจำเฉพาะทางต่างๆ ได้ อาทิ เรือนจำอุตสาหกรรม เรือนจำกีฬา เรือนจำการศึกษา 

ในช่วงท้าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม “แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 จะดีขึ้น แต่ผมก็ยังสั่งการให้กรมราชทัณฑ์ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หาทางป้องกัน อย่าหละหลวม อย่าให้เกิดปัญหาความวุ่นวายเหมือนอย่างเดิมจนนักโทษก่อการจลาจลอีก ยารักษาโรค ยาฟ้าทะลายโจรต้องเตรียมให้พร้อมอย่าให้ขาด และขณะนี้ได้รับการประสานจากกรมควบคุมโรคว่ามีวัคซีนโควิด-19 ประมาณ 200,000 กว่าโดสที่จะมอบให้ ดังนั้นจะให้กรมราชทัณฑ์ฉีดวัคซีนให้ผู้ต้องขังทุกเรือนจำ จากนี้ในเรื่องของมาตรฐานการทำงานในเรือนจำต้องปฏิบัติตามหลักสากล และพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมอีก ทุกอย่างต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้”.