• จับตาวันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังประชุมร่วมรัฐสภาล่ม พิจารณาสูตรหาร 500 ไม่ทัน เป็นอันต้องตกไป และต้องกลับไปใช้ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญการเลือกตั้ง ส.ส. ฉบับที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี โดยใช้สูตรคำนวณ ส.ส. แบบหาร 100 แทน
  • ประเด็นพิจารณา มีทั้งเรื่องกรอบเวลา และการคำนวณหา ส.ส.พึงมี แนวทางจะเป็นอย่างไรต่อ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดหรือไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
  • แม้มีการคิดทางออกไว้หลายทาง แต่ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย อย่างอาจารย์วิษณุ ระบุว่า ทุกทางออกที่คิดไว้จะต้องพยายามทำให้ทันการเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

ภายหลัง นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ส่งความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา รวม 105 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 132 ว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ…. มาตรา 25 และมาตรา 26 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 93 และมาตรา 94 หรือไม่ และตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ ต้องมารอลุ้นกันว่าเรื่องนี้จะไปจบที่ทางใด ซึ่งวันนี้ (30 พ.ย. 65) คือวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยเพื่อหาทางออกให้กับเรื่องนี้

...

เปิด 3 ปมร้อน ที่ ส.ส.-ส.ว. ยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อดูข้อกล่าวหา ที่ผู้ยื่น (ส.ส. และ ส.ว. รวม 105 คน) ยื่นเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ว่า ร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ขัดรัฐธรรมนูญ มี 2-3 ประเด็นคือ

1. การที่ร่างกฎหมายเลือกตั้งพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายใน 180 วัน มีเหตุควรสงสัยว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐ ใช้วิธีถ่วงเวลาประชุม จงใจให้กฎหมายไม่เสร็จในกรอบเวลา ซึ่งทั้งสองพรรคมีความได้เปรียบมีผลประโยชน์ร่วมกันจึงใช้เทคนิคทำให้องค์ประชุมไม่ครบ ขัดต่อเจตนารมณ์ของการกำหนดกรอบเวลาเพื่อให้รัฐสภาใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการพิจารณากฎหมาย ไม่ใช่ให้ใช้เทคนิคทำให้ร่างกฎหมายตกไป จึงไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา
2. กรณีหากต้องมีการเลือกตั้งใหม่บางเขตหรือบางหน่วยก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง ห้ามนำคะแนนการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตของเขตที่ต้องเลือกตั้งใหม่มาคำนวณหา ส.ส. ที่แต่ละพรรคพึงมี และจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองจะได้รับ โดยการแก้ไขครั้งนี้ ไม่ได้มีข้อห้ามดังกล่าว ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญที่กำหนดว่า ถ้าต้องเลือกตั้งใหม่ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง การคำนวณจำนวน ส.ส.พึงมี และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่แต่ละพรรคพึงได้รับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน พ.ร.บ.ประกอบการเลือกตั้ง ส.ส.
3. กรณีประเด็น ภายในหนึ่งปีหลังจากเลือกตั้งทั่วไป ถ้ามีผู้สมัคร ส.ส. ทุจริตการเลือกตั้ง หรือต้องมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.แบบแบ่งเขต เพราะการเลือกตั้งในเขตนั้นไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้คำนวณจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อใหม่ โดยห้ามนำคะแนนจากการเลือกตั้งครั้งที่ไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรมมาคำนวณรวมด้วย ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

แนวทางการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร?

1. หากศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าเนื้อหาในร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และกระบวนการตราเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแล้ว หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย นายกรัฐมนตรี สามารถนำร่างกฎหมายนั้นขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ใช้บังคับเป็นกฎหมาย เลือกตั้งครั้งหน้า และเดินหน้าตามกรอบเวลาไปสู่การเลือกตั้งได้

2. หากศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า ร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ก็จะทำให้ร่างกฎหมายดังกล่าว “ตกไปทั้งฉบับ” สูตรบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ กับ ส.ส. 500 คน คือ ส.ส.แบบแบ่งเขต 400 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ก็จะไม่ถูกใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ทางออกของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อหากร่างกฎหมายต้องตกไปทั้งฉบับ

มีการวางแนวทางออกไว้ 2 แนวทาง คือ

ทางออกที่ 1 คณะรัฐมนตรี หรือ ส.ส. อาจเสนอร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ฉบับใหม่ เข้าสู่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาแบบฉุกเฉิน และอาจใช้ร่างฉบับเดิมมาปรับแก้ไขส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเป็นปัญหา ขัดรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ทางออกที่ 2 ออกพระราชกำหนด คือหากเกิดกรณีที่ใกล้จะเข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขกฎหมายลูกให้สอดคล้องกับระบบเลือกตั้งใหม่ในรัฐธรรมนูญได้ และทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นว่า เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปสู่การเลือกตั้ง ก็สามารถใช้ทางนี้ได้

ทุกทางออกต้องให้ทันการเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

ทั้งนี้ทั้งนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย ระบุไว้ว่า แม้มีการคิดทางออกไว้หลายทาง แต่ยังไม่รู้จะลงท้ายอย่างไรเพราะคิดคนเดียวไม่ได้ต้องคิดกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกครั้ง และทุกทางออกที่คิดไว้จะต้องพยายามทำให้ทันการเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

ด้าน นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ตัวตั้งตัวตีในการยื่นร่างให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เปิดเผยว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ สามารถเป็นไปได้ทุกทาง แต่ไม่ว่าจะออกมาอย่างไร จะถือเป็นจุดเปลี่ยนการเมืองไทย
“หากผลการวินิจฉัยออกมาเป็นอย่างไร ตนพร้อมยอมรับคำวินิจฉัย และถือว่าเป็นที่สิ้นสุด ส่วนฝั่งตรงกันข้ามที่เห็นด้วยกับระบบหารด้วย 100 หากคำวินิจฉัยของศาลออกมาไม่ตรงกับสิ่งที่พวกพ้องตัวเองคิด ก็ขอให้ยอมรับคำวินิจฉัยดังกล่าวเหมือนผมด้วย” นพ.ระวี กล่าว

ต้องมาจับตากันต่อ วันนี้ใน เวลา 09.30 น. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะออกนั่งบัลลังก์วินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ว่าผลจะออกมาในทิศทางใด

ผู้เขียน : Supattra.l
กราฟิก : Sathit chuephanngam