“วิญญัติ” ทนายความ แจงขั้นตอนกฎหมายคดีย้ายถวิล “ยิ่งลักษณ์” ยังไม่มีความผิด เตรียมยื่นพยานหลักฐานหักล้าง ย้ำ การแต่งตั้งโยกย้ายทำทุกรัฐบาล ผ่านครม. แต่ ป.ป.ช.เลือกชี้มูลความผิดคนเดียว
วันที่ 22 พ.ย. 65 นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก นางสาวยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ออกหมายจับ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คดีสั่งย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี ว่า สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาต่อหน้าจำเลย เป็นสิทธิในการต่อสู้คดีอาญาของจำเลย สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง ค.ศ.1996 (ICCPR) แต่ปัจจุบันสิทธิดังกล่าวถูกฝ่าฝืนโดยรัฐ มีการออกกฎหมาย หรือแก้ไขกฎหมายให้เป็นข้อยกเว้นหลักการนี้ โดยให้มีการพิจารณาลับหลังจำเลยได้ นั่นคือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 28 ซึ่งส่วนตัวมองว่าขัดต่อสิทธิของจำเลยในคดีอาญาที่จะได้รับการพิจารณาต่อหน้าจำเลย ซึ่งกฎหมายเช่นนี้ออกมาภายหลังมีการยึดอำนาจทำรัฐประหารของ คสช. บางคนอาจมองว่าเป็นการรับรองหลักให้พิจารณาคดีลับหลังเป็นการเฉพาะหรือไม่ก็ได้ แม้จะบอกว่านำมาใช้กับระบบไต่สวนที่ใช้ในศาลฎีกาคดีการเมืองเท่านั้นก็ตาม แต่ระบบไต่สวนและระบบกล่าวหามีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาความจริงในคดี จึงต้องอยู่บนพื้นฐานของการประกันสิทธิเสรีภาพของผู้กล่าวหาและเปิดโอกาสให้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตามส่วนการออกหมายจับจำเลยที่ไม่มาศาล นายวิญญัติ กล่าวว่า ถือเป็นกระบวนการของวิธีพิจารณาความอาญาฯ คดีนักการเมือง อันเป็นกระบวนการปกติตามกฎหมายดังกล่าว แต่ก็มิได้หมายความว่าศาลออกหมายจับเพราะตัดสินแล้วว่าจำเลยได้กระทำความผิด ดังนั้นคดีนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงยังถือว่าไม่มีความผิดตามฟ้อง เป็น “หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์” จำเลยก็มีสิทธิที่จะแต่งตั้งทนายความเข้าไปต่อสู้คดี โดยทีมทนายได้ขอยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 60 วัน และจะได้ระบุพยานเอกสารและพยานบุคคลเข้าไปหักล้างพยานตามสำนวนที่ได้จากการไต่สวนของ ป.ป.ช. ว่า การโยกย้ายเป็นกระบวนการของมติ ครม. และการย้ายข้าราชการในตำแหน่งนี้ รัฐบาลอื่นๆ ก็ทำกันมาตลอด ส่วนตัวขอตั้งข้อสังเกตถึงการไต่สวนของ ป.ป.ช.ที่ชี้มูลความผิด เพียง นางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นายกรัฐมนตรีคนเดียวนั้น มีความชอบธรรมหรือไม่ และเป็นดุลพินิจที่ไม่เป็นธรรมกับท่านอดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่
...
“ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้ต่อสู้ข้อกล่าวหานี้มาในชั้นไต่สวนข้อเท็จจริง และในชั้นศาลฎีกาฯ จะนำข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่ากรณีที่เกี่ยวกับการโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี มิใช่เจตนาให้นายถวิลได้รับความเสียหาย และความเป็นนายถวิลที่มีทัศนคติทางการเมืองเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และเป็นกรรมการ ศอฉ.เข้าใช้อำนาจสั่งการให้กองทัพใช้อาวุธสงครามกระสุนจริงปราบปรามประชาชนที่ชุมนุมทางการเมือง ย่อมเป็นสิ่งที่รัฐบาลได้คำนึงถึงความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร” นายวิญญัติ กล่าว.