- "ทีมพลังประชารัฐ-ทีมป่ารอยต่อ" เริ่มเซตอัปทางการเมือง เตรียมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า พยายามยืนด้วยลำแข้งตัวเอง ไม่หวังพึ่งกระแส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ล่าสุด "พลังประชารัฐ" รุกหนักตั้ง 11 ลูกพรรค ขับเคลื่อน 3 พันธกิจหลัก พปชร.
- ส่องโปรไฟล์ "ชาญกฤช เดชวิทักษ์" ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีชื่อร่วมทีม 3 พันธกิจหลัก พปชร. มาดูเหตุกันว่าทำไม "บิ๊กป้อม" จึงเลือก
การเลือกตั้งครั้งหน้า ประชาชนต่างคาดหวังการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เห็นได้จากผลสำรวจความคิดเห็นจากโพลสำนักต่างๆ ที่อยากเห็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ ก้าวทันเศรษฐกิจยุคดิจิทัลมาผลิตนโยบายใหม่ๆ ให้กับพรรคการเมือง ที่จะถูกนำมาใช้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับประชาชน ทั้งระดับจุลภาคและมหภาค
ดังนั้นเมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังต้องการไปต่อ จึงจำเป็นต้องเซตขบวนกันใหม่ เพื่อขับเคลื่อน พปชร.ให้เป็นระบบและฟื้นกระแสกลับให้ได้โดยเร็ว ด้วยลำแข้งตัวเอง โดยไม่หวังพึ่งกระแส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีเสียงแว่วมาว่าจะหอบผลงานนโยบายประชานิยมไปปักหลักซบพรรคใหม่
...
ล่าสุด พล.อ.ประวิตร ได้วางนโยบายขับเคลื่อนและสานต่อ 3 พันธกิจหลัก หวังรีแบรนด์ พปชร. ชูนโยบาย "ลบจุดอ่อน" ทีมเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วย
- 1.สวัสดิการประชารัฐ ขจัดความเหลื่อมล้ำ
- 2.เศรษฐกิจประชารัฐ สร้างความสามารถและโอกาสที่เท่าเทียม
- 3.สังคมประชารัฐ สงบสุข เข้มแข็ง แบ่งปัน
นอกจากนี้ ยังลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อการขับเคลื่อน 3 พันธกิจหลักแก้ปัญหาให้ประชาชน ประกอบด้วย 1.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ 2.สุรสิทธิ นิธิวุฒิวรรักษ์ 3.สุรพร ดนัยตั้งตระกูล 4.พรชัย ตระกูลวรานนท์ 5.ชวน ชูจันทร์ 6.นัทธี ถิ่นสาคู 7.อรรถกร ศิริลัทธยากร 8.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ 9.ชาญกฤช เดชวิทักษ์ 10.สุรดา จุนทะสุตธนกุล และ 11.ปรมะ บุญเขื่อง
โดยแต่งตั้งคณะกรรมการแยกตามพันธกิจหลักของพรรค ดังนี้
- คณะกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการประชารัฐ ประกอบด้วย 1.สุรพร ดนัยตั้งตระกูล 2.นัทธี ถิ่นสาคู 3.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ และ 4.สุรดา จุนทะสุตธนกุล
- คณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประชารัฐ ประกอบด้วย 1.ชาญกฤช เดชวิทักษ์ 2.ชวน ชูจันทร์ 3.วีระกร คำประกอบ และ 4.ภาคิน สมมิตรธนกุล
- คณะกรรมการขับเคลื่อนสังคมประชารัฐ ประกอบด้วย 1.พรชัย ตระกูลวรานนท์ 2.ชวน ชูจันทร์ 3.สุทา ประทีป ณ ถลาง 4.อรรถกร ศิริลัทธยากร 5.พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา 6.อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ 7.กานต์ กิตติอำพน 8.ปรมะ บุญเขื่อง 9.เกณิกา อุ่นจิตร์ 10.รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ 11.แสนหล้า พันธุ์ราดล และ 12.นิธิวุฒิ โรจน์ประสิทธิ์พร
อย่างไรก็ตาม หากไล่เช็กลิสต์รายชื่อคณะกรรมการโปรเจกต์ใหม่ครั้งนี้ของ "บิ๊กบราเธอร์" แทบจะไม่เห็นรายชื่อแกนนำพลังประชารัฐจากสายอื่นเลย โดยเฉพาะ "ทีมลุงตู่" และ "กลุ่มสามมิตร" แต่ปรากฏชื่อ "ทีมป่ารอยต่อ" ที่นำโดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นประธานกรรมการ นอกจากนี้หลายฝ่ายยังจับตาไปที่ "รายชื่อคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประชารัฐ ซึ่งปรากฏชื่อ "นายชาญกฤช เดชวิทักษ์" ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประชารัฐ ซึ่งวันนี้ "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" จะพาไปส่องโปรไฟล์ด้านการทำงานของ นายชาญกฤช กันว่า ทำไม? จึงถูกเลือกร่วมทีมปั้นนโยบาย พปชร.
ทำความรู้จัก-ส่องโปรไฟล์การทำงาน
นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ หรือ ดร.อั๋น เป็นบุตรชาย นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติ หรือ สนช. นับเป็นหนึ่งในนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองคนหนึ่งในสายงานอุตสาหกรรม เมื่อปี 2559 เคยดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรม จ.สมุทรปราการ ต่อมาปี 2561 เป็นประธานสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ในช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับความไว้วางใจให้เป็นหนึ่งในทีมงานที่ดูแลเรื่องระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัด ภาคตะวันออก ได้แก่ จ.ระยอง จ.ชลบุรี และ จ.ฉะเชิงเทรา ทำให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ ทั้งทางกายภาพและทางสังคม เพื่อเป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จนกระทั่งผันตัวมาเป็นส่วนหนึ่งของพรรคพลังประชารัฐ โดยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค
ส่วนในแวดวงธุรกิจนั้น เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ (TMILL) ซึ่งเป็นโรงงานโม่แป้งสาลีรายใหญ่ และมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยที่สุดในประเทศ เป็นโรงงานโม่แป้งสาลีเพียงโรงเดียว ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และมีส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศราว 1 ใน 3 ดังนั้น ด้วยลักษณะของธุรกิจซึ่งต้องนำเข้าข้าวสาลีจากทั่วโลก จึงทำให้เข้าใจกลไกราคาของสินค้าเกษตร โดยเฉพาะ "ราคาข้าว" เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ยังเป็นอดีตนายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ มีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนานโยบายต่างๆ อีกทั้งยังมีความเข้าใจบริบทของตลาดเงินและตลาดทุนเป็นอย่างดีอีกด้วย
ประสบการณ์ 3 ปีเศษ ร่วมงาน รบ. กับ 4 นโยบายสำคัญ
จากการบริหารงานภาคธุรกิจ นายชาญกฤช ได้นำประสบการณ์มาต่อยอดในโครงการต่างๆ ช่วงที่ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ทำให้ตลอด 3 ปี ช่วงที่ดำรงตำแหน่งในกระทรวงการคลัง ก็เป็นหนึ่งในทีมขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ อย่าง ชิม ช้อป ใช้, บ้านในฝัน รับปีใหม่, และเราไม่ทิ้งกัน
ก่อนจะฮือฮาบนหน้าสื่ออีกครั้งในตำแหน่ง "ประธานคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา" ที่รุกคืบแก้ปัญหาหวยแพง รวมถึงหวยใต้ดิน ด้วยการประกาศออกผลิตภัณฑ์ใหม่ "สลากตัวเลข 3 หลัก" ซึ่งกำลังจะนำเข้าสู่วาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าด้วยความรู้เกี่ยวกับกลไกราคาของสินค้าเกษตร กับความเข้าใจในผู้ประกอบการภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผู้ประกอบการเพื่อสังคม และผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ รวมถึงมีความสัมพันธ์อันดีกับคณะผู้บริหารในแวดวงตลาดเงินและตลาดทุน ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งหมดคงเป็นคำตอบได้ว่าทำไม "พลังประชารัฐ" จึงเลือกเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจประชารัฐ เพื่อจัดทำนโยบายออกมาแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน
ดังนั้นต่อจากนี้ เราต้องมาจับตาดูกันว่า "ทีมนโยบายชุดนี้" จะเข้ามาขับเคลื่อนและคิดนโยบายด้านเศรษฐกิจให้ พปชร. เตรียมการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าได้ดีแค่ไหน???
กราฟิก : Jutaphun Sooksamphun