“ชัยชนะ เดชเดโช” ลั่น ปชป.อยู่ตราบชั่วฟ้าดินสลาย ไม่ลดเป้าหมายเก้าอี้ ส.ส.ครั้งหน้า แม้มีคนออก ย้ำ ต้องมากกว่า 52 เสียง อวยพรให้คนไปโชคดี เตรียมพร้อมถ่ายเลือดใหม่แทนคนเก่า

วันที่ 11 พ.ย. 2565 นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราชและรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์จะย้ายพรรคอีกว่า ยอมรับว่าช่วงใกล้ถึงการเลือกตั้ง และสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันจะมีเหตุพลิกผันได้ทุกเมื่อ แม้รัฐบาลจะตั้งใจทำงานให้ครบวาระ จึงทำให้นักการเมืองแต่ละคนก็ต้องรีบตัดสินใจทางการเมือง เพื่อที่จะได้เร่งรีบประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในเขตเลือกตั้งรับทราบ ส่วนที่มีข่าวว่า ส.ส.ของพรรคจะไหลออกอีกจำนวนมากนั้น ตนไม่อยากให้ใครลาออกแม้แต่คนเดียว เพราะทุกคนล้วนมีศักยภาพสูง ทำงานให้กับพรรคมานาน เป็นพี่เพื่อนน้องที่ร่วมลงสนามเลือกตั้งกับพรรคประชาธิปัตย์ในหลายๆ ครั้ง อยากให้อยู่กับพรรคไปนานๆ เพราะเชื่อมั่นว่าไม่ว่าจะสถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไร จะมีการตั้งพรรคเพื่อหนุนคนอีกร้อยพรรค พันพรรค พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังคงอยู่ทำงานรับใช้ประชาชนต่อไปตราบชั่วฟ้าดินสลาย

อย่างไรก็ตามเมื่อได้ตัดสินใจไปแล้วเราต้องยอมรับและเดินหน้าหาคนใหม่ที่มีใจและอุดมการณ์เดียวกับพรรค เพราะยังมีคนที่มีความตั้งใจอยากทำงานกับพรรคอีกจำนวนมาก ก็ทยอยเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค และมีศักยภาพพอที่จะเป็นตัวเลือกของพี่น้องประชาชนต่อไป ดังนั้นการที่มีบุคคลระดับแกนหลักและแม่เหล็กในพื้นที่ของพรรคลาออกเพื่อตั้งพรรคใหม่ หรือย้ายไปพรรคการเมืองอื่น ทุกคนในพรรคต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยเฉพาะตัวบุคคลที่จะต้องชนกับ ส.ส.คนเดิมที่ย้ายออกไป เพื่อที่จะให้ได้ตามเป้าหมายที่พรรคประชาธิปัตย์วางไว้ว่า จะต้องได้ ส.ส.มากกว่าคราวที่แล้ว คือเกิน 52 คนขึ้นไป
          
“ผมเสียดายที่หลายๆ คนออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งแต่ละคนก็มีเหตุผลแตกต่างกันไป ซึ่งอยากบอกว่า หลายพรรคที่ย้ายไปอยู่ บางพรรคก็ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนให้คนคนหนึ่งมีอำนาจ พอหมดอำนาจก็หมดจุดขาย บางพรรคก็รู้กันดีว่าถูกครอบงำให้ต้องทำตามคนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่ยังบงการอยู่ต่างประเทศ บางพรรคที่ย้ายไปก็อาจจะคิดว่าอยู่พรรคนี้แล้วตัวเองจะไม่เป็นฝ่ายค้านแน่ๆ  เป็นต้น จึงขอให้โชคดีในสิ่งที่ได้เลือกในเส้นทางการเมืองข้างหน้า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เราก็ต้องมีการส่งเสริมคนใหม่ๆ ให้ได้รับเลือกตั้งแทนคนเก่าที่ออกไป ส่วนการที่ประชาชนและสื่อมวลชนกังวลว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์มีเลือดไหลออกไม่หยุด โดยเฉพาะแกนนำสำคัญ หรือ ส.ส.ที่การันตีคะแนนเสียงให้กับพรรคออกไปแล้ว พรรคจะไม่สามารถอยู่เป็นพรรคการเมืองหลักได้นั้น เป็นการยึดในตัวบุคคลที่เป็นผู้นำพรรค จนลืมไปว่าพรรคการเมืองที่ดีจะต้องมีความต่อเนื่องในการทำงานให้กับประชาชน ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นการเปิดโอกาสให้มีการถ่ายเลือดใหม่เพื่อทดแทนเลือดเก่าที่ออกไป ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์คุ้นเคยอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มากเท่ากับที่เกิดขึ้น จนนำมาซึ่งความวิตกกังวลของประชาชนและสื่อมวลชนที่ตั้งข้อสังเกตในเวลานี้” นายชัยชนะ กล่าว.