ผู้ประกอบการสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ บุกร้อง “บิ๊กตู่-รมว.ท่องเที่ยว” ขอขยายเวลาเปิดถึงตี 4 ขับเคลื่อนของธุรกิจการท่องเที่ยว วอนพิจารณายกเลิกกำหนดเวลาห้ามขายเหล้า-เบียร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 พ.ย. 2565) ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล น.ส.เขมิกา รัตนกุล นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABBA) เป็นตัวแทนเครือข่ายกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ร้านค้า ร้านอาหาร สถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมี นายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับเรื่อง

น.ส.เขมิกา เปิดเผยว่า ในครั้งนี้เครือข่ายกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ร้านค้า ร้านอาหาร สถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ ได้ร่วมกันยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี และ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อหวังให้รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งเสริมการขับเคลื่อนของธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ครบทุกมิติทั้งกลางวันและกลางคืน

...

โดยสนับสนุนการจัด Night Entertainment Zoning เน้นพื้นที่ซึ่งนักท่องเที่ยวรู้จักกันทั่วโลกอยู่แล้ว อาทิ หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต, เขาหลัก จ.พังงา, หาดเฉวง เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี, ถนนข้าวสาร หรือซอยคาวบอยพัฒน์พงษ์ กรุงเทพมหานคร เป็นต้น ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดของ Night Entertainment Zoning คือมาตรการในการควบคุม เพราะเป็นที่รู้กันว่ากฎหมายบังคับใช้ไม่ได้จริงในบางพื้นที่และมีการเปิดถึงเช้า การยื่นข้อเสนอครั้งนี้จะขอสนับสนุนให้เปิดบริการถึง 04.00 น.เท่านั้น ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต่างเห็นด้วย และยินดีปฏิบัติตามหากมีการประกาศมาตรการออกมาชัดเจน รวมถึงต้องมีการควบคุมด้านความปลอดภัย

“เราลำบากกันมาหลายปีแล้ว นาทีนี้ต้องร่วมด้วยช่วยกันผลักดันมาตรการให้มีการปลดล็อก อนุญาตให้ร้านอาหารและเครื่องดื่ม สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ นอกพื้นที่โซนนิ่งสามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึงตี 2 จากที่ปัจจุบันเปิดให้บริการได้ถึงแค่เที่ยงคืน เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคในปัจจุบัน ส่วนในพื้นที่พิเศษก็ขอให้ได้ขายถึงตี 4”

ขณะเดียวกันอยากให้พิจารณายกเลิกการกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างเวลา 14.00-17.00 น. เพราะการควบคุมเวลาไม่ได้ตอบโจทย์การป้องกันปัญหาสังคมและอุบัติเหตุ ส่วนผู้ประกอบการเองก็ต้องทำให้ถูกกฎหมาย และฝากถึงรัฐบาลเรื่องการปราบปรามผู้ประกอบการที่ดำเนินการเปิดสถานบันเทิงโดยผิดกฎหมายด้วย.