“แรมโบ้อีสาน” เผย ประชุมใหญ่พรรคเทิดไท 26 พ.ย.นี้ เปิดตัวแกนนำคนสำคัญ หนุน “ลุงตู่” เป็นนายกฯ ต่ออีก 2 ปี เพื่อสานต่อนโยบายที่ยังค้างให้เสร็จสมบูรณ์
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน ว่าที่หัวหน้าพรรคเทิดไท เปิดเผยว่าในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 น. พรรคเทิดไทจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยมีวาระสำคัญ เช่น การเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ทั้งหมด รวมถึงปรับเปลี่ยนโลโก้พรรคใหม่ ภายใต้สโลแกน “รวมกันเป็นหนึ่ง เป็นที่พึ่ง ของลูกหลานไทย”
นายเสกสกล เปิดเผยต่อไปว่า การประชุมใหญ่ครั้งนี้จะมีการเปิดตัวแกนนำพรรคที่เป็นอดีต ส.ส.หลายสมัย นายสุชาติ บรรดาศักดิ์ อดีต ส.ส.นนทบุรี นายอานนท์ แสนน่าน ข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และประธานหมู่บ้านเทิดไท้องค์ราชันแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเทิดไท พร้อมกับอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงทั้ง 4 ภาค มาร่วมทำงานให้กับพรรคเพื่อรับใช้ประชาชนพร้อมย้ำว่า พรรคเทิดไทมีจุดยืนที่ชัดเจน คือ ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นคนซื่อสัตย์ สุจริต ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี อีกสมัยในวาระ 2 ปีที่เหลือ เพื่อสานต่อนโยบายที่ทำค้างไว้บางโครงการให้เสร็จสมบูรณ์ รวมถึงการทำงานเพื่อประชาชนทุกกลุ่มในสังคมไทย ยืนยันว่าพรรคจะส่งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ครบทั้ง 400 เขต รวมถึงบัญชีรายชื่อครบ 100 คน
“ผมเชื่อมั่นว่าพรรคเทิดไทจะได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน โดยมีทุนเดิมอยู่แล้วจากหมู่บ้านเสื้อแดงทั้งประเทศไทย ที่ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชน และเชื่อว่าน่าจะมาจากกลุ่มคนเสื้อเหลือง และกลุ่มคนรักสถาบัน ตลอดจนอดีตผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) และกลุ่มสมาชิกเกษตรกรเครือข่ายต่างๆ อีกมากมายที่ผมเคยทำงาน ประสานงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจนประสบความสำเร็จในหลายๆ กลุ่ม”
...
นายเสกสกล ระบุทิ้งท้าย ไม่ว่าการเลือกตั้งจะออกมาสูตรไหน หารเท่าไร พรรคเทิดไทแม้จะเป็นพรรคเกิดใหม่ แต่ก็พร้อมจะลงสนามเลือกตั้ง ยืนยันว่าพรรคเทิดไทเป็นพันธมิตรได้กับทุกพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ยกเว้นพรรคที่คิดจะแก้ไขมาตรา 112 หรือปฏิรูปสถาบัน พรรคเทิดไทขอประกาศจุดยืนจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับพรรคเหล่านี้เด็ดขาด ต้องเป็นศัตรูกับพรรคเทิดไทตลอดไป พรรคเทิดไทจะยึดมั่นในการปกป้องสถาบันด้วยชีวิต เพราะจุดยืนของสมาชิกพรรค อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี”