“วิษณุ” แจง “พล.อ.ประวิตร” มีอำนาจเต็มโยกย้ายตำรวจ หลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งเพิกถอนประกาศสำนักนายกฯ เตรียมยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด
วันที่ 8 พ.ย. 2565 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งเพิกถอนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ตามมติของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2565 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธาน ว่า ไม่รู้เขาฟ้องร้องกันว่าอย่างไร แต่ทราบโดยย่อว่ามีเจ้าหน้าตำรวจที่ถูกโยกย้ายตอนนั้นเห็นว่าคนที่จะมานั่งเป็นประธาน ก.ตร. ต้องเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ พล.อ.ประวิตร เป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน คำตอบมีอยู่ว่าการปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี คือนายกรัฐมนตรีอยู่และมอบให้คนนั้นดูแล ซึ่งคนนั้นจะทำหน้าที่แทนใน ก.ตร. ไม่ได้
นายวิษณุ ระบุต่อไปว่า แต่หากนายกรัฐมนตรีไม่อยู่ ตาย ลาออก หรือไปต่างประเทศ ก็มีคนขึ้นมา อันนั้นไม่ใช่ปฏิบัติราชการแทน เป็นการรักษาราชการแทน เป็นนายกรัฐมนตรี ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังได้เลย นับประสาอะไรจะไปเป็นประธาน ก.ตร. ไม่ได้ เพราะฉะนั้น วันนั้นเป็นการใช้อำนาจคนละอย่างกัน และวันนี้สมมติว่านายกรัฐมนตรียังอยู่ แล้วนายกรัฐมนตรีประชุม ก.ตร. นายกรัฐมนตรีขี้เกียจไป แล้วมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร ถือว่าไม่ได้ แต่ถ้านายกรัฐมนตรีไปต่างประเทศและจำเป็นต้องประชุม ก.ตร. วันนั้นใครที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริง อย่างที่บอกแล้วว่าขนาดปรับ ครม. ยุบสภา ยังได้เลย
จากนั้นผู้สื่อข่าวถามต่อไป จากความเห็นของรัฐบาลแสดงว่าเรื่องนี้สามารถยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุดได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า ไม่ได้วิตกอะไร เรื่องนี้มีเจ้าหน้าที่ที่จะเตรียมอุทธรณ์อยู่แล้วภายใน 30 วัน ยืนยันว่า พล.อ.ประวิตร ในขณะนั้นมีอำนาจเต็ม ถ้าเขาฟ้องในประเด็นดังกล่าว
ส่วนคำถามถึงเรื่องที่ศาลปกครองระบุว่า ภายหลัง ครม. ได้มาแก้ไขคำสั่งในวันที่ 30 ก.ย. 2565 ให้ พล.อ.ประวิตร มีอำนาจเต็มถือว่าไม่ถูกต้องนั้น นายวิษณุ ให้คำตอบเรื่องนี้ว่า มีคำอธิบายว่าการแต่งตั้งในภายหลังเป็นคนละเรื่องกัน เป็นการมาแก้มติ ครม. สำหรับอำนาจของผู้ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี เดิมการปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีเขาให้ทำแทนได้หมด ยกเว้นการบริหารงานบุคคลและงบประมาณ คราวนี้เขาก็มายกเว้น แต่ไม่ได้ไปใช้กับกรณี ก.ตร. เขาใช้สำหรับเรื่องอื่น.