"บิ๊กป๊อก" ตอบกระทู้สด ส.ว.ปมอาวุธปืน ย้ำ ต้องมีมาตรการเข้มงวดมากขึ้น มีใบรับรองแพทย์ มีการรับรองพฤติกรรม หนุนเพิ่มโทษให้รุนแรงขึ้น ย้ำดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด เพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐไม่กล้าเพราะเป็นคดีอาญา
วันที่ 7 พ.ย. 65 ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามของ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ส.ว. เรื่องการก่อเหตุอาชญากรรมร้ายแรงหลายกรณีด้วยอาวุธปืน โดยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ชี้แจงว่า มาตรการควบคุมอาวุธปืนนั้น ตามกฎหมายต้องทำเรื่องขอซื้อกับเจ้าหน้าที่นายทะเบียน ซึ่งจะถูกตรวจสอบคุณสมบัติผู้ครอบครองว่า มีความครบถ้วนหรือไม่ เช่น ไม่ต้องโทษจำคุกตามกฎหมายอาญา เป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ ไม่มีการประพฤติชั่วร้ายแรง
“ผมมีแนวคิดที่จะปฏิบัติให้รัดกุมมากขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น ต้องมีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ใช่คนที่มีสติฟั่นเฟือน นอกจากนั้นอาจต้องมีการรับรองพฤติกรรมโดยบุคคล เช่น นายจ้าง, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้บังคับบัญชา และต้องมีการตรวจสอบเป็นระยะๆ เช่น 3-5 ปี เพราะคนที่ขออนุญาตซื้อและใช้อาวุธปืนนั้น นานวันอาจจะเปลี่ยนไป เพราะยุ่งเกี่ยวกับการพนัน ยาเสพติด อบายมุข ดื่มสุรา ขาดสติ ดังนั้นการขออนุญาตครั้งเดียวพิสูจน์ไม่ได้ จึงต้องมีการรับรองโดยบุคคล” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
รมว.มหาดไทย กล่าวอีกว่า สถิติการก่อเหตุอาชญากรรมจากอาวุธปืนปี 65 พบว่า เป็นปืนที่ไม่จดทะเบียนถึง 98.53% ดังนั้น ต้องเร่งแก้ปัญหาปืนเถื่อน อาทิ ปืนไทยประดิษฐ์ ปืนดัดแปลง ที่ถูกนำไปก่ออาชญากรรมมาก โดยพุ่งเป้าการแก้ปัญหาด้วยการนำปืนเถื่อนให้เข้าระบบ อาจจะออกกฎหมายให้นำมาคืนเหมือนที่เคยปฏิบัติ เช่นให้นำมาคืนโดยไม่มีความผิด หากสามารถจดทะเบียนได้จะอนุญาตให้ขึ้นทะเบียน ขณะเดียวกันต้องปรับปรุงบทลงโทษ รวมถึงตรวจสอบการขายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์ ตามกฎหมายไม่สามารถทำได้ หากไม่มีใบอนุญาต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อยู่ระหว่างการดำเนินการ
“ถ้าไม่มีโทษที่แรงพอ คนจะไม่ให้ความสำคัญ ดังนั้นต้องแรงกว่านี้ ปัจจุบันมีโทษปรับ 2,000-20,000 บาท จำคุก 1-10 ปี ต้องเพิ่มโทษให้แรงเพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐไม่กล้าเพราะเป็นคดีอาญา มีการลงโทษรุนแรง ส่วนคนที่พกปืนไปในสถานที่ต่างๆ นั้น ตามกฎหมายต้องได้รับอนุญาต ซึ่งการจะให้ใบพกปืนไปสถานที่ต่างๆ นั้นยากมาก หากพกปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตเจ้าหน้าที่รัฐต้องเข้มงวดดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือใคร” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว.