ฝ่ายค้านจัดเต็มกระทู้ “ขายชาติ” “สุทิน” ฉะรัฐบาลจนมุมแก้ ศก. ต้องเร่ขายที่ดินให้ต่างชาติ ห่วงคนไทยพร้อมเป็นนอมินี “พิธา” จวกวิธีคิดโบราณมาก คนไทย 1 ใน 3 ยังไม่มีที่อยู่ของตนเอง “บิ๊กป๊อก” แบะท่าพร้อมทบทวน หรือยกเลิกถ้าโดนต้านหนัก “สุพัฒนพงษ์” ฟุ้งต่างชาติมองไทยฐานลงทุนใหม่ “ศรีสุวรรณ” ร้องเพิกถอนมติ ครม.อัปยศ สภาฯเอกฉันท์ชง ครม.ทำประชามติแก้ รธน.ไปพร้อมเลือกตั้ง “ทิม” จี้ ส.ว.ไร้เหตุผลที่จะไม่โหวตหนุน ปชป.-ภท.ฟาดปากกันนัว “สาทิตย์” ย้ำจุดยืนต้านกัญชาเสรีสุดขั้ว “ศุภชัย” ฟาดกลับอวดรู้ แต่ไม่อ่าน ก.ม.ให้ดี “บิ๊กตู่” ไม่ยุ่ง เกมงัดข้อ พท.แถลงการณ์ผิดหวังสุราก้าวหน้าถูกคว่ำ ทสท.หวั่นรัฐบาลลอกการบ้านเพราะทำไม่เป็น “ประยุทธ์” มอบโล่ 25 หน่วยงานโปร่งใส “วัชรพล” ปัดคดี “ชนม์สวัสดิ์” ไม่เกี่ยวการเมือง ตีปี๊บใกล้ปิดหีบคดีใหญ่

วิบากกรรมรัฐบาลที่โดนข้อครหาขายชาติ หลัง ครม.เห็นชอบออกกฎกระทรวงมหาดไทย เปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาครอบครองกรรมสิทธิ์ซื้อที่ดินในไทยได้ ล่าสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ตอบกระทู้ถามฝ่ายค้านระบุรัฐบาลพร้อมนำกลับมาทบทวน หรืออาจจะล้มเลิกไปเลยถ้าประชาชนกังวลมาก

...

“สุทิน” ฉะจนมุมแก้ ศก.เร่ขายที่ดิน

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 3 พ.ย.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กรณี ครม.เห็นชอบออกกฎกระทรวง เปิดช่องให้คนต่างชาติที่นำเงินมาลงทุนในประเทศไทย 40 ล้านบาทขึ้นไป เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี สามารถซื้อที่ดินในประเทศไทยได้ 1 ไร่ ถึงขั้นถูกมองเป็นกฎหมายขายชาติ อยากทราบมีความจำเป็นอย่างไรต้องมีมตินี้ออกมา รัฐบาลก่อนที่ทำมาตรการนี้ เพราะมีความจำเป็นต้องทำ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขไอเอ็มเอฟปี 2542 ที่ไปกู้เงินไอเอ็มเอฟมา ทำให้รัฐบาลปี 2545 ออกมาตรการให้คนต่างชาติซื้อที่ดินได้ แต่เป็นการทำด้วยความรอบคอบมีมาตรฐาน ควบคุมได้ผล แต่ขณะนี้มีความจำเป็นอะไร ถ้าอ้างเรื่องปัญหาเศรษฐกิจแสดงว่ารัฐบาลจนมุมทางเศรษฐกิจ การเงินการคลังลำบาก ต้องพึ่งเงินต่างชาติ ปล่อยไปเกรงจะเกิดความไม่มั่นคงในชาติ เนื่องจากโครงสร้างเราอ่อนแอกว่าต่างประเทศ คนไทยยอมเป็นนอมินีให้ต่างชาติ

“ป๊อก” แบะท่ายกเลิกถ้าต้านหนัก

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรีว่า การออกมาตรการนี้มาจากคณะกรรมการเศรษฐกิจเชิงรุก เพราะวิกฤติเศรษฐกิจจากโควิด จำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงเปิดโอกาสให้คนต่างชาติมาลงทุนและมีเงื่อนไขรัดกุมกว่าเดิม ไม่มีเจตนาขายชาติ ที่เกรงว่าต่างชาติจะซื้อที่ดินจำนวนมากเป็นผืนใหญ่ จะออกกฎเกณฑ์ไม่ให้ซื้อที่ดินแปลงติดกัน อีกทั้งคณะกรรมการกฤษฎีกาต้องนำไปรับฟังความเห็นประชาชนก่อน เราอาจกำหนดให้เข้มงวดหรือยากกว่านี้ เช่น เพิ่ม การลงทุนเป็น 100 ล้านบาท หรือเพิ่มเวลาลงทุนจาก 3 ปี เป็น 10 ปี แล้วส่งให้ ครม.พิจารณาใหม่ หรืออาจจะล้มเลิกไปเลยถ้าประชาชนกังวลมาก ไม่ถือว่าเสียหน้า ส่วนที่มองเป็นการจนมุมทางเศรษฐกิจนั้น การแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ว่ารัฐบาลใด ไม่มีใครทำมาตรการเดียว ต้องทำทุกทาง ถ้าอยากได้นักท่องเที่ยว นักลงทุน ก็ต้องหาทางให้คนกลุ่มนี้เข้ามา ต้องใช้มาตรการผสมกันไปหลายอย่าง อย่าไปคิดเชิงกังวล ให้มองโลกแง่ดีบ้าง ส่วนเรื่องนอมินีไม่เกี่ยวกับการให้คนต่างชาติซื้อที่ดิน ต้องไปแก้กฎหมายอื่น

“พิธา” จวกวิธีคิดโบราณมาก

ต่อมานายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามสดเกี่ยวกับปัญหาทางเศรษฐกิจการออกกฎกระทรวงขายที่ดินให้ชาวต่างชาติว่า ดูไม่ออกเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร คำนึงเรื่องการฟอกเงินหรือเก็งกำไรหรือไม่ เข้ามาซื้อแล้วปล่อยเช่าให้คนไทยจะทำอย่างไร สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในหลายประเทศ เช่นอังกฤษเปิดให้คนต่างชาติมาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ราคาบ้านในอังกฤษสูงขึ้นทันที 19% และข้อมูลปี 2562 พบผู้มีรายได้น้อย 28% ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินของตนเอง หรือคน 1 ใน 3 ของประเทศยังไม่มีที่อยู่ แต่กลับไปขายที่ดินให้ต่างชาติ ขณะที่การให้คนชาติพันธุ์ที่อยู่เมืองไทยมานานครอบครองที่ดินมีเงื่อนไขเยอะแยะ แต่กรณีนี้มีเงื่อนไขไม่ถึง 5 บรรทัด มาตรการจูงใจนี้โบราณมาก ไม่เรียงลำดับความสำคัญการกระจายที่ดิน

“สุพัฒนพงษ์” โต้อย่าด้อยค่า

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน ชี้แจงว่า มีการตั้งเป้านักท่องเที่ยวที่จะมาอยู่เมืองไทยระยะยาว 1 ล้านคน จะสร้างรายได้ให้ประเทศไทย 1 ล้านล้านบาท แต่มาตรการนี้เป็นมาตรการเสริมให้คนที่รักและอยากมาอยู่จริงๆ เท่านั้น การแก้ไขกฎกระทรวงไม่ได้เพิ่มอะไรมาก การซื้อที่ดินต้องใช้เพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น หากใครทำผิดเงื่อนไขถูกยกเลิกสิทธิ์ได้ตลอดเวลา เราตึงมาก ถ้าจะมาซื้อที่ดินทำเป็นคอนโดให้เช่า ไม่สามารถทำได้ ส่วนที่กังวลจะใช้การซื้อที่ดินเป็นช่องทางฟอกเงินนั้น มีการคัดคุณสมบัติคนซื้อ ต้องทำอาชีพสุจริต ไม่ขัดกฎหมาย ทุกวันนี้นักลงทุนมองประเทศไทยน่าอยู่ เป็นฐานลงทุนใหม่ อย่ามองประเทศเชิงลบ

สภาฯชงทำประชามติแก้ รธน.

จากนั้น ประชุมสภาฯ พิจารณาญัตติด่วนที่เสนอโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกลและนายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอให้สภาฯพิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการตามที่สภาฯมีมติในการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับความเห็นของประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปพร้อมกับการเลือกตั้ง เป็นญัตติต่อเนื่องจากการค้างพิจารณามาเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่องค์ประชุมไม่ครบก่อนลงมติ ประธานฯจึงสั่งเลื่อนการลงมติออกไปก่อน จนกระทั่งมีการลงมติใหม่ในวันนี้ ผลปรากฏว่าที่ประชุมสภาฯ มีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ 323 ต่อ 0 งดออกเสียง 1 ไม่ออกเสียง 7 ขั้นตอนต่อไปต้องส่งเรื่องไปยังวุฒิสภา ให้ลงมติว่าเห็นชอบหรือไม่ จากนั้นส่งต่อให้ ครม.ดำเนินการต่อไป

จี้ ส.ว.ไร้เหตุผลที่จะไม่โหวตหนุน

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงว่า หวังว่า ส.ว.จะร่วมเห็นชอบกับแนวทางของพรรคก้าวไกล ด้วยการโหวตให้เกินครึ่ง เพราะเมื่อเดือน พ.ย.2563 สภาฯเคยมีญัตติโหวตให้มี ส.ส.ร. จากนั้นเดือน มี.ค.2564 ส.ว.โหวตคว่ำญัตติดังกล่าว โดยหยิบยกเหตุผลว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องจัดประชามติก่อน ดังนั้นครั้งนี้ ส.ว.คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เห็นชอบกับเรื่องนี้

“ศรีฯ” ร้องถอนมติ ครม.อัปยศ

ช่วงสายที่ศาลปกครองสูงสุด นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นฟ้องคณะรัฐมนตรีทั้งคณะต่อศาลปกครองสูงสุด ขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนร่างกฎกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ ครม. มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอเมื่อวันที่ 25 ต.ค. และขอให้ศาลมีคำสั่งให้ชะลอหรือระงับการดำเนินการใดๆไว้เป็นการชั่วคราวก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา เนื่องจากเห็นว่ามติ ครม.เป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 178 มาตรา 77 ประกอบมาตรา 25 มาตรา 26 ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งรัฐบาลควรใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 166 จัดทำประชามติเพื่อขอฉันทามติก่อน ถือเป็นมติอัปยศที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสิ้นไร้ความสามารถที่จะแสวงหารายได้เข้าแผ่นดินไม่คำนึงผลกระทบต่อคนไทยส่วนใหญ่ในระยะยาว

ย้ำจุดยืนต้านกัญชาเสรีสุดขั้ว

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวหาว่ารับงานหลังออกมาคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชงว่า ขณะนี้สถานการณ์กัญชากลายเป็นกัญชาเสรีสุดขั้ว จึงขอเรียกร้องให้มีกฎหมายที่ดีรองรับ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น แต่ปัญหาคือกฎหมายที่จัดทำนี้ไม่เน้นเรื่องประโยชน์ทางการแพทย์ แต่เปิดช่องให้นำไปใช้ด้านนันทนาการและยังบิดเบือนไปใช้ในด้านอื่นได้อีกมาก สถานการณ์ขณะนี้นายอนุทินรู้ดี ในฐานะ ส.ส.เรามีหน้าที่ทำกฎหมาย และทำหน้าที่แทนประชาชนในการติดตามนโยบาย หากเห็นสิ่งใดไม่ถูกต้อง ต้องช่วยกันติเตือน ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด

สารภาพรับงานจากประชาชน

นายสาทิตย์กล่าวว่า ที่บอกว่ารับงานรับเงินใครมาล้มนั้น ต้องบอกว่ารับงานจากประชาชนที่มีลูกหลานติดกัญชา จากพ่อแม่ผู้ปกครองที่วิตกกังวลเรื่องนี้ มีโอกาสที่กฎหมายฉบับนี้จะพิจารณาเสร็จไม่ทันในรัฐบาลนี้ มีทางเดียวคือปิดสุญญากาศการใช้กัญชา ขอให้นายอนุทินไปถามคนในกระทรวงสาธารณสุขดูว่าที่กำลังหนักใจกับผู้ป่วยจิตเวชที่ติดยาเสพติดมีความรู้สึกอย่างไร เราอย่าทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องการเมืองแล้วมาทะเลาะกันเลย เมื่อเห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องต้องพูด การเลือกตั้งครั้งหน้านโยบายเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคจะขับเคลื่อน เราต้องใจกว้างและยอมรับว่าสิ่งที่ทำอยู่มีปัญหา อย่าไปกลบเกลื่อนให้กลายเป็นความขัดแย้งทางการเมือง

มารยาทพรรคร่วมต้องติเพื่อก่อ

เมื่อถามย้ำว่านายอนุทินระบุว่าหลังเลือกตั้งครั้งหน้าอาจมีการเปลี่ยนขั้ว ล้างไพ่ ไม่จับมือกับประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ตอบว่าไกลไปที่จะพูดถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า เอาปัญหาเฉพาะหน้าก่อน เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยถามหามารยาทการเมืองจากประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ตอบว่า มารยาททางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาล คือการเดินตามแนวทางที่ร่วมตกลงกันไว้ หากเห็นสิ่งไม่ถูกต้อง สิ่งที่เป็นโทษ และไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคมกับประชาชน ต้องติเตือนและต้องฟังกันบ้าง

ภท.ฟาดกลับอวดรู้ไม่อ่าน ก.ม.

นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า นายสาทิตย์ไม่เข้าใจกฎหมาย ไม่อ่านร่างกฎหมายครบถ้วน แต่อวดรู้ถ้าพูดถึงการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยพร้อมสู้เต็มที่ จ.พังงา กระบี่ จะยกจังหวัด และอาจได้เขตนายสาทิตย์เพิ่มอีกอยากให้นายสาทิตย์เปิดหัวใจ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ทำกฎหมายนี้ล้มประเทศจะไม่มีกฎหมายคุ้มครองกัญชา จะเกิดการขายกัญชาทุกหย่อมหญ้า จำเป็นต้องเร่งให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาโดยเร็ว หากไม่ลงมติเห็นชอบต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ ต้องถามกลับรับแผนใครมา หากต้องการให้สังคมปลอดภัยต้องช่วยรับกฎหมายฉบับนี้ แต่ถ้าไม่ได้ห่วงเยาวชน จงล้มกฎหมายฉบับนี้

“บิ๊กตู่” ไม่ยุ่งปม ปชป.–ภท.งัดข้อ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย กรณีร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ต้องหย่าศึกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์เลี่ยงตอบว่า “เป็นเรื่องของสภานะจ๊ะ” ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าแต่เป็นปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบและเดินออกไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และยังกล่าวทักทายผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดี “สวัสดีจ้ะ”

พท.ผิดหวังสุราก้าวหน้าถูกคว่ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยออกคำ แถลงการณ์ กรณีสภาผู้แทนราษฎรโหวตไม่ผ่านร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ระบุว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยร่วมโหวตสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว แต่แพ้โหวตไป 2 คะแนน พรรคผิดหวังกับผลโหวตดังกล่าว แต่จะเดินหน้าผลักดันนโยบาย “สุราประชาชน” ผ่านกฎหมายให้ประชาชนสามารถต้มหรือผลิตสุราในท้องถิ่นเพื่อจำหน่ายได้ แนวนโยบายนี้เคยมีมาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยแล้ว แต่ถูกรัฐประหาร ดังนั้นจะเดินหน้านโยบายนี้เพื่อหยุดการผูกขาด ปลดปล่อยศักยภาพชุมชน ธุรกิจเอสเอ็มอี สร้างรายได้ ขยายโอกาสนำรายได้เข้าประเทศ โดยมีมาตรฐานความปลอดภัยและการคุ้มครองเยาวชน เชื่อมั่นว่าวาระเร่งด่วนของประเทศคือการขจัดความยากจน สร้างรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยการสร้างโอกาส นโยบายสุราประชาชนจึงเป็นหนึ่งในอีกหลายนโยบายที่พรรคจะเสนอผ่านการเลือกตั้ง เดินหน้าเพื่อไทยแลนด์สไลด์ เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน

“นิพนธ์” ตอก “นิพิฏฐ์” บิดเบือน

ขณะที่ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีถูกนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย พาดพิงเรื่องขายที่ดินให้ต่างชาติว่าแปลกใจกับท่าทีนายนิพิฏฐ์ที่ใช้ทุกโอกาสทำให้พรรคเสียหาย การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอนุญาตให้คนต่างด้าวซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ไม่เกิน 1 ไร่ เมื่อปี 2542 เพราะเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ประเทศต้องการเงินตราต่างประเทศ และนับแต่ปี 2545 มีคนต่างด้าวใช้สิทธิไป 11 ราย ปัจจุบันขายต่อ 1 ราย และ 1 รายแปลงสัญชาติเป็นไทยแล้ว คงเหลือ 8 ราย มาปี 2563 เกิดวิกฤติโควิด เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ศบศ.จึงเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน ดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่ประเทศไทย ขั้นตอนจากนี้กรมที่ดินต้องนำไปรับฟังความคิดเห็นประชาชน ก่อนประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไปนายนิพิฏฐ์เปลี่ยนไปมากจากที่เคยรู้จัก นึกไม่ถึงว่าจะกล้าบิดเบือนข้อมูลขนาดนี้ และคนที่จะตัดสินใจเดินหน้าเรื่องนี้ต่อหรือไม่ เป็นอำนาจนายกฯ อย่าใช้เรื่องนี้ทำลายคนและพรรคที่เคยให้โอกาสได้เป็นรัฐมนตรี

“บิ๊กป้อม” ตั้งทีมลุย 3 พันธกิจ

วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จากที่พรรควางนโยบายขับเคลื่อนและสานต่อ 3 พันธกิจหลัก คือ 1.สวัสดิการประชารัฐ ขจัดความเหลื่อมล้ำ 2.เศรษฐกิจประชารัฐ สร้างความสามารถและโอกาสที่เท่าเทียม และ 3.สังคมประชารัฐ สงบสุข เข้มแข็ง แบ่งปัน เป็นนโยบายที่จะใช้ในการเลือกตั้ง ล่าสุดพรรคได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน 3 พันธกิจ ได้แก่ คณะกรรมการด้านสวัสดิการประชารัฐ คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจประชารัฐ และคณะกรรมการด้านสังคมประชารัฐ เพื่อสานต่อนโยบายที่จะช่วยเหลือประชาชนคนไทยให้ครอบคลุมได้มากที่สุด เพื่อให้นโยบายตอบโจทย์ประชาชนในแต่ละพื้นที่ จึงเปิดให้ ส.ส.ทุกคนที่เป็นตัวแทนแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนานโยบาย 3 พันธกิจหลักนี้

“ตุ๋ย” อุบไต๋ “บิ๊กตู่” ปักหมุด รทสช.

นายพีระพันธุ์ สารีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีที่นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกฯ ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะมาร่วมงานกับพรรคว่า ยังไม่ได้เจอพูดคุยกับนายไตรรงค์ข่าวก็เขียนกันไปตนยังไม่รู้เรื่อง เมื่อถามว่ามีกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม จะมาร่วมงานกับพรรค นายพีระพันธุ์ ตอบว่า เป็นเพียงกระแสข่าว ความจริงยังไม่มี อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์พิจารณา แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ชักชวนไม่ได้พูดคุยกันเลย ส่วนแคนดิเดตนายกฯของพรรคยังไม่ได้เลือกต้องรอให้ใกล้เลือกตั้งก่อน เมื่อถามว่า ขณะนี้ห่วง พล.อ.ประยุทธ์ เรื่องอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายพีระพันธุ์ตอบว่า ไม่มี กรณีมติ ครม.ขายที่ดินดึงนักลงทุนต่างชาติที่ถูกโจมตี มองว่าสามารถทำความเข้าใจได้

พท.เปิดตัว 43 ขุนพลชิง ส.ส.ใต้

ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค พท.และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรค พท.ร่วมกันแถลงเปิดตัว ผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ภาคใต้ รวม 43 คน จากทั้งหมด 58 เขต โดย นพ.ชลน่านกล่าวว่า พรรคประกาศขออำนาจประชาชนเข้าไปนำพาคืนอำนาจอธิปไตย คืนความกินดีอยู่ดี ออกจากวิกฤติประเทศ ตามเป้าหมายแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดินให้ได้ ส.ส.มากกว่า 250 ที่นั่งยืนยันว่านโยบายพรรคทำได้ ทำจริง จับต้องได้ และทำต่อไป ขณะที่นายประเสริฐกล่าวว่า ผลสำรวจนิด้าโพล พรรค พท.ได้รับความนิยมในพื้นที่ภาคใต้ดีขึ้นเป็นระยะ เราอยากได้ ส.ส.ภาคใต้มากที่สุด มุ่งมั่นส่งผู้สมัครครบทั้ง 58 เขต

ทสท.ชูกองทุนเงินด่วนแก้หนี้

ที่ตลาดสี่แยกบางนา นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ลงพื้นที่พบปะประชาชน และทำแฟลชโพลสำรวจปัญหาหนี้ของประชาชนในพื้นที่ โดยพบว่า พ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายที่ตลาดสี่แยกบางนา เป็นหนี้มากกว่า 80% ส่วนใหญ่เป็นหนี้นอกระบบ จากนั้นได้เปิดเวทีปราศรัย ชี้แจงนโยบายกองทุนเครดิตประชาชนเพื่อคนตัวเล็ก หรือกองทุนเงินด่วนประชาชน ให้กู้ได้ 5,000-50,000 บาท ผ่อนเป็นรายวันดอกเบี้ยต่ำเพื่อปลดล็อกหนี้นอกระบบ และนโยบายกองทุนฟื้นฟูหนี้เสีย ช่วยชำระดอกเบี้ยให้แก่คนที่เกิดหนี้เสียขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิด ปลดล็อกเครดิตบูโรให้โอกาสประชาชนได้รีไฟแนนซ์หนี้ใหม่ ซื้อขายหนี้ เปลี่ยนเจ้าหนี้ได้ และกู้เพิ่มได้

หวั่นรัฐบาลลอกการบ้านทำไม่เป็น

นายสุพันธุ์กล่าวว่า ไม่สนใจว่านโยบายพรรคที่ออกมาโดนลอกไปกี่นโยบาย แม้แต่สโลแกนแก้หนี้เติมทุน ที่เคยออกไปโดนรัฐบาลนำไปใช้ว่า แก้หนี้เพิ่มทุน ก็ไม่กังวล เพราะถือว่าอย่างน้อยประชาชนได้ประโยชน์ ขอเพียงแต่ว่า ทำให้ได้จริง และทำให้เป็น แต่อยากตั้งคำถามว่า ทำเป็นหรือไม่เพราะแม้แต่สโลแกนยังคิดเองไม่ได้ แล้วจะมีความสามารถพอที่จะนำนโยบายของพรรคไปปรับใช้ ได้หรือไม่ ลอกแก้หนี้เติมทุนไม่เป็นไรถ้าประชาชนดีขึ้น เราเป็นพรรคที่ออกนโยบายเยอะที่สุด แม้โดนลอกตลอด เพราะเราต้องการให้เศรษฐกิจดีขึ้น

คนตัวเล็กได้ประโยชน์

มอบโล่ 25 หน่วยงานโปร่งใสเวลา 14.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำคณะผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่ได้รับโล่เกียรติยศรางวัลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment : ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 รวม 25 รางวัล เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม โดยมี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. นายภักดี โพธิศิริ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ พร้อมคณะผู้บริหาร ป.ป.ช.เข้าร่วม สำหรับหน่วยงานที่ได้รับรางวัล ประกอบด้วย 1.หน่วยงานที่มีผลการประเมินฯสูงที่สุด 11 รางวัล อาทิ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กรมการปกครอง ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ สำนักงาน กสทช. 2.หน่วยงานที่มีพัฒนา การสูงสุด 10 รางวัล อาทิ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา กรมการขนส่งทางราง องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย 3.จังหวัดที่มีการขับเคลื่อนการประเมิน ITA บรรลุเป้าหมายสูงสุด 4 รางวัล ได้แก่ นครสวรรค์ บึงกาฬ สิงห์บุรี และภูเก็ต

คุยวางตัวเป็นแบบอย่างที่ดี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมร่วมมือกับ ป.ป.ช. แก้ไขปัญหาทุจริตที่เรียกว่าวาระของชาติ ส่งเสริมหน่วยงานรัฐให้มีคุณธรรม ความโปร่งใส ระมัดระวังตนเองอย่างเต็มที่ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่เข้าไปก้าวล่วง ยืนยันดำเนินการอย่างนี้มาตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลพยายามทำทุกเรื่อง ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ขอให้ดำเนินงานทุกอย่างด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบเยอะมากในปัจจุบัน ฝาก ป.ป.ช.ด้วยว่า จะทำอย่างไรให้เกิดการยอมรับ ให้เป็นกลไกและหน่วยงานองค์การอิสระที่ได้รับความเชื่อมั่นและน่าเชื่อถือ อยากทำให้ทุกหน่วยงานภาครัฐดีขึ้นเรื่อยๆเพื่อประเทศ จะพยายามทำอย่างยิ่งยวด ทำให้ทุกหน่วยงานโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีประสิทธิภาพ ใช้งบประมาณประหยัด คุ้มค่า ป.ป.ช.ต้องรักษามาตรฐานการปฏิบัติงาน เพื่อให้เป็นภาพลักษณ์ที่ดี หลังเสร็จงาน พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้ขบวนรถวนผ่านหน้าตึกไทยคู่ฟ้ามาออกประตู 1 เพื่อทักทายคณะผู้มารับรางวัล โดยลดกระจกรถยิ้มโบกมือทักทาย และส่งสัญลักษณ์ไอเลิฟยูอย่างอารมณ์ดี

ปัดคดี “ชนม์สวัสดิ์” ไม่ใช่การเมือง

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม แกนนำกลุ่มปากน้ำ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สมุทรปราการ คดีทุจริตการจัดสรรเงินอุดหนุนแก่วัดใน จ.สมุทรปราการ จนมีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมจึงมาพิจารณาในช่วงนี้ว่า เรื่องนี้ไต่สวนมาเป็นเวลานาน ตอนนี้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว เรื่องกำลังรอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบกฎหมาย เมื่อถามว่าถูกวิพากษ์วิจารณ์มาทำช่วงใกล้เลือกตั้ง

พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า ยืนยันว่าไม่ใช่ กรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาไปตามพยานหลักฐาน ผู้วินิจฉัยต้องสามารถเปิดเผยและรับผิดชอบในสิ่งที่วินิจฉัย หัวใจสำคัญคือความครบถ้วนในพยานหลักฐานมีกรอบระยะเวลาตามกฎหมาย หากเราไปดึงเขาก็จะมาร้องเรา ระบบถูกตรวจสอบกันเองอยู่แล้ว

ตีปี๊บใกล้จะปิดหีบคดีใหญ่แล้ว

เมื่อถามว่ายังมีคดีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองพิจารณาอีกหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า มีเรื่องสำคัญที่รอเข้าที่ประชุม ป.ป.ช. อยู่ 3-5 เรื่อง เป็นเรื่องใหญ่ คดีสำคัญ น่าจะเข้าภายในสิ้นเดือน พ.ย.นี้ เมื่อถามว่าเป็นระดับ ส.ส.หรือรัฐมนตรีใช่หรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า เป็นระดับนักการเมืองสำคัญเป็นคดีสำคัญ แต่ยังไม่ขอเปิดเผย เมื่อถามย้ำว่ามีของอดีตรัฐมนตรีหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า ส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ เมื่อถามว่าหากเปิดคดีออกมาอีกจะถูกกล่าวหาว่ามีการเมืองเอี่ยวหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า ถูกถามเป็นของธรรมดา เราก็ตอบไป ป.ป.ช.เป็นอย่างนี้ ไปซ้ายก็โดนไปขวาก็โดน อยู่เฉยๆก็โดน เรายิ่งต้องระวังตัว และต้องทำ ต้องหนักแน่น ทุกอย่างตอบได้

“ลุงป้อม” ขันนอตแก้ค้ามนุษย์

ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสาน และกำกับการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปกค.) และคณะกรรมการป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยที่ประชุม ปกค.รับทราบความก้าวหน้าการจัดตั้งศูนย์คัดแยกผู้เสียหาย (ดอนเมือง) และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจกำกับ และติดตามการดำเนินงานช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ มี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เป็นประธาน โดย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทุกหน่วยงานต้องทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง หากมีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือสมประโยชน์ ต้องถูกดำเนินคดีทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด

บัวแก้วเปิดผังรับผู้นำเอเปก

อีกเรื่อง นายภควัต ตันสกุล อธิบดีกรมพิธีการทูต กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ว่า การเดินทางเยือนของผู้นำหรือผู้แทนเขตเศรษฐกิจ เพื่อร่วมประชุมเอเปก ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย. จะใช้ท่าอากาศยานกองบิน 6 (บน.6) ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต้อนรับคณะผู้นำ ใช้ท่าอากาศยานอู่ตะเภา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เสริมเพื่อจอดเครื่องบิน พิธีต้อนรับผู้นำที่ท่าอากาศยานจะเป็นไปอย่างเรียบง่าย มีรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นตัวแทนรัฐบาลให้การต้อนรับ ส่วนโรงแรมที่พักของผู้นำมี 20 แห่งในใจกลาง กทม. ส่วนพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จะมีในวันที่ 18 พ.ย. เริ่มเวลา 08.45 น. โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ให้การต้อนรับและสัมผัสมือผู้นำ ทั้งนี้มีผู้นำ 9 ประเทศ ที่พาคู่สมรสมาด้วย ภารกิจของคู่สมรสผู้นำจะเริ่มในวันที่ 18 พ.ย.เช่นกัน โดยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกฯ นำเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ภายในศูนย์ศิลปาชีพ จ.พระนครศรีอยุธยา และเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน

18 พ.ย.ผู้นำเข้าเฝ้าฯในหลวง

นายภควัตกล่าวว่า วันที่ 18 พ.ย.เวลา 17.30 น. คณะผู้นำเขตเศรษฐกิจพร้อมคู่สมรส มีกำหนดการเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานของที่ระลึกแก่คณะผู้นำและคู่สมรส ได้แก่ กรอบรูปถมเงินที่จะใส่รูปผู้นำขณะเข้าเฝ้าฯที่จะมอบให้ภายหลัง และกล่องลิเภาเลี่ยมขอบเงิน จากนั้นเวลา 20.30 น. บรรดาผู้นำเอเปกจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ที่นายกฯเป็นเจ้าภาพ ที่หอประชุมกองทัพเรือ ส่วนของที่ระลึกสำหรับผู้นำ ประกอบด้วย ภาพดุนโลหะจากชุมชนวัดศรีสุพรรณ จ.เชียงใหม่, กล่องใส่เครื่องประดับตกแต่งด้วยภาพดุนโลหะจากชุมชนวัดศรีสุพรรณทำจากวัสดุรีไซเคิล, เนกไท ผ้าคลุมไหล่ ผ้า เช็ดหน้า หน้ากากผ้า ที่เป็นผลิตภัณฑ์ผ้าไหมทอมือย้อมสีธรรมชาติ จาก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พิมพ์ลายตราสัญลักษณ์ชะลอมวางเป็นรูปลายประจำยาม, สมุดรายนามผู้ผลิตผ้าไหม และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก

แจ้งปิดถนนซักซ้อมขบวนรถ

นายภควัตกล่าวอีกว่า สำหรับการซ้อมใหญ่การเดินทางของขบวนรถผู้นำเอเปก กรมพิธีการทูตและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จัดซ้อม 2 ครั้ง คือ วันที่ 6 พ.ย. เริ่มปิดถนนเวลาประมาณ 19.00 น. เส้นทางตั้งแต่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไปยังโรงแรมที่พัก 20 แห่ง, พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท, หอประชุมกองทัพเรือ แล้วกลับมายังศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และวันที่ 12 พ.ย. ปิดถนนเวลาประมาณ 19.00 น. เส้นทางจากศูนย์ประชุมฯ ไปท่าอากาศยาน บน.6, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปโรงแรมที่พักแล้วกลับมาที่ศูนย์ประชุมฯ ทั้งนี้ การซ้อมใหญ่จะปิดถนนหลายสายและทางด่วน

จี้แก้กฎ กกต.มัดมือเท้า 180 วัน

เมื่อเวลา 13.30 น.ที่ประชุมสภาฯ พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา 6 ฉบับ ของ ส.ส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เพื่อให้สภาฯ หาแนวทางแก้ปัญหาอุทกภัย และกรณีโศกนาฏกรรมกราดยิง จ.หนองบัวลำภู เสนอไปยังรัฐบาล มี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เสนอญัตติด้วยวาจาว่า น้ำท่วมเพราะระบบเตือนภัยมีปัญหา รวมถึงผลพวงจากระเบียบกกต. ที่ออกข้อปฏิบัติห้ามนักการเมืองแจกของช่วยเหลือประชาชนทุกกรณี ก่อนรัฐบาลครบวาระ 180 วัน ส.ส.ได้แค่มองให้กำลังใจ สภาฯต้องร่วมกันแก้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ เพราะนักการเมืองถูกมัดมือมัดเท้าห้ามช่วยประชาชน แต่หน่วยงานรัฐทำได้ แล้วใช้โอกาสนี้ไปแสวงหาความนิยมให้รัฐบาล จะหาเสียงก็ไม่ว่า แต่ต้องให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือทันท่วงที

“โรม” ขยี้ตั๋วต้นตอปัญหาสังคม

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า แนวทางป้องกันเหตุในลักษณะกราดยิงที่หนองบัวลำภู คือต้องปฏิรูประบบราชการ ก่อนหน้านี้มีเหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา สาเหตุมาจากความไม่เป็นธรรมในระบบกองทัพ หักหัวคิวจ่าคลุ้มคลั่ง ระบบราชการ ทหาร ตำรวจจุดวิกฤติมีปัจจัย คือ 1.ปืน 2.ยาเสพติด 3.โครงสร้างระบบราชการตำรวจที่ทำให้คนเป็นบ้า 4.ปัญหาสุขภาวะทางจิตผู้ปฏิบัติหน้าที่เครียดสะสม ปัญหาใหญ่คือเรื่องตั๋ว ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ประกาศกับสังคมเมื่อปี 2562 ว่าปัญหาตั๋วจะหมดไป แต่วันนี้ยังมีอยู่ อาทิ ตำรวจปล้นปืนโรงพัก 100 กระบอก เรื่องบริจาคเงินให้พรรครัฐบาล 3 ล้านบาท เมื่อไหร่ที่มีตั๋วมันต้องซื้อ มันราคาแพง เงินเดือนปกติไม่มีทางพอ ต้องทำธุรกิจเทาๆ มีบ่อนเต็มบ้านเต็มเมือง ผับเปิดเกินเวลาได้ และยาเสพติดราคาถูก ต้องทำลายตั๋ว กระดุมเม็ดแรกในการแก้ปัญหา

วัยรุ่นติดบุหรี่ไฟฟ้าพุ่งกระฉูด

อีกเรื่อง นายพิสิฐ ลี้อาธรรม รองประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร พร้อม ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมแถลงข่าวผลการประชุมเรื่องการบังคับใช้โครงสร้างภาษีบุหรี่และยาสูบใหม่ ผลกระทบต่อรายได้ของรัฐและการลดผู้สูบบุหรี่ ยาสูบ และบุหรี่ไฟฟ้าของคนไทย นายพิสิฐกล่าวว่า มีข้อมูลน่าตกใจคือรอบ 5 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่เยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี ด้าน นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยเสียชีวิต จากโรค NCDs เพิ่มขึ้น และ 3 ใน 4 ของการสูญเสียมาจากบุหรี่ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเหล่านี้ กลุ่มเป้าหมายที่ต้องให้ความสำคัญพิเศษคือเด็กและเยาวชน