“สาทิตย์” ส.ส.ตรัง พรรค ปชป.โต้ เสี่ยหนู ใช่ รับงานประชาชนมา เหน็บ ไทยแดนกัญชาเสรีสุดขั้ว ชี้ อย่ากลบเกลื่อนขยายปมการเมือง ลั่น มารยาทพรรคร่วมรัฐบาล ต้องเตือนเมื่อผิด

เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 3 พ.ย. 2565 ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวหาว่าการออกมาคัดค้านร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. ... รับงานของใครมาหรือไม่ ว่า ตนแปลกใจกับท่าทีของนายอนุทินมาก แต่ย้ำจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ ว่ากัญชามีทั้งประโยชน์และโทษมหันต์ที่มีการนำไปใช้นันทนาการ เพราะขณะนี้สถานการณ์กัญชากลายเป็นกัญชาเสรีสุดขั้ว ที่มีการปลดล็อกออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 โดยไม่มีกฎหมายบังคับควบคุม จึงขอเรียกร้องให้มีกฎหมายที่ดีรองรับ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น แต่ปัญหาคือ กฎหมายที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) จัดทำนี้ ไม่เน้นเรื่องประโยชน์ทางการแพทย์ แต่เปิดช่องให้นำกัญชาไปใช้ด้านนันทนาการ และยังสามารถบิดเบือนไปใช้ในด้านอื่นๆ ได้อีกมาก สถานการณ์ขณะนี้นายอนุทินรู้ดี และต้องยอมรับว่ากัญชาเสรีสุดขั้วไปแล้ว เพราะสามารถซื้อได้ง่าย เราจึงเสนอให้นำกัญชากลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติด ดีหรือไม่ ในฐานะส.ส. เรามีหน้าที่ทำกฎหมาย และทำหน้าที่แทนประชาชนในการติดตามนโยบาย หากเห็นสิ่งใดไม่ถูกต้อง ก็ต้องช่วยกันติเตือน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด

“ส่วนที่บอกว่ารับงาน รับเงินใครมาล้มกฎหมายกัญชานี้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่ารับงานจากประชาชนที่มีลูกหลานติดกัญชา และพ่อแม่ผู้ปกครองที่วิตกกังวลเรื่องนี้ เพราะต้องยอมรับว่ากฎหมายที่อยู่ในสภาขณะนี้มีโอกาสที่จะพิจารณาเสร็จไม่ทันในยุครัฐบาลนี้ หากกฎหมายกัญชาผ่านในสัปดาห์ โดยรัฐธรรมนูญก็ต้องส่งไปให้วุฒิสภาพิจารณาซึ่งมีเวลาพิจารณาถึง 60 วัน หรือถึงช่วงเดือนธันวาคม กว่าจะกลับมาสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งก็จะตกในช่วงเดือนมกราคม 2566 และถ้าเกิดกรณีที่วุฒิสภาแก้ไขก็จะต้องตั้งกรรมาธิการร่วม หากไม่ทันอายุสภานี้ มีทางเดียวคือ การทำกฎหมายให้ดีที่สุด และปิดสุญญากาศการใช้กัญชา จึงขอให้นายอนุทินไปถามคนในกระทรวงสาธารณสุขดูว่า ที่กำลังหนักใจกับผู้ป่วยจิตเวชที่ติดยาเสพติดมีความรู้สึกอย่างไร เราอย่าทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องการเมืองแล้วมาทะเลาะกันเลย เมื่อเห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องผมจึงต้องพูด” นายสาทิตย์ กล่าว และว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้านโยบายจะเป็นเรื่องใหญ่และเป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคที่จะขับเคลื่อน หากร่างพ.ร.บ.กัญชาไม่เสร็จ ก็อาจจะนำไปสู่การจัดทำนโยบายที่จะใช้ในการเลือกตั้ง แต่พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า กัญชาต้องใช้เฉพาะในทางการแพทย์เท่านั้น เราไม่เห็นด้วยกับกัญชาเสรีสุดขั้ว

เมื่อถามถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยมองว่าพรรคประชาธิปัตย์พยายามทำประเด็นกัญชาให้เป็นปัญหาทางการเมือง นายสาทิตย์ กล่าวว่า กัญชามีปัญหาในตัวอยู่แล้ว เพราะมีทั้งประโยชน์และโทษ ขณะนี้เรากำลังหยิบปัญหาที่ไม่ถูกพูดถึงขึ้นมาพูด เราต้องใจกว้างและยอมรับว่า สิ่งที่ทำอยู่มีปัญหาและต้องหาทางแก้ไข อย่าไปกลบเกลื่อนเรื่องนี้ให้กลายเป็นความขัดแย้งทางการเมือง เพราะคนที่ต้องรับกรรมคือลูกหลานและพี่น้องประชาชน คนเป็นพ่อแม่ คนในครอบครัว เมื่อถามย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่า ไม่ใช่กัญชาเสรี แต่เป็นกัญชาเพื่อทางการแพทย์ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยหากใช้กัญชาเพื่อทางการแพทย์ แต่ขณะนี้ที่เป็นอยู่ มันไม่ใช่ เพราะกฎกระทรวงสาธารณสุขคุมไม่อยู่ และตำรวจจับไม่ได้ จึงขายกัญชากันเกลื่อนเมือง หาซื้อง่ายตามข้างถนนแหล่งท่องเที่ยวโดยไม่ต้องใช้บัตรประชาชน ริมถนนขายมวนเล็ก 100 มวนใหญ่ 150 บาทมีทั่ว

เมื่อถามอีกว่า นายอนุทิน ระบุว่า หลังจากการเลือกตั้งครั้งหน้าอาจมีการเปลี่ยนขั้ว ล้างไพ่ ไม่จับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไกลไปที่จะพูดถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะยังไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร ขณะนี้เอาปัญหาเฉพาะหน้าก่อน ส่วนที่บอกว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคารพมติคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) นั้น นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล ระบุว่า มติวิปรัฐบาลในเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน เพราะภายในวิปรัฐบาลก็ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาจึงขอว่า อย่าหยิบความเห็นไม่ตรงกันนี้ในสภาไปขยายผลให้เป็นความขัดแย้งทางการเมือง เพราะกัญชาเป็นปัญหาต่อสังคม ที่น่ากังวล เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทย ถามหามารยาททางการเมืองจากพรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ กล่าวว่า มารยาททางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาลคือ การเดินตามแนวทางที่ได้ร่วมตกลงกันไว้ และหากเห็นสิ่งไม่ถูกต้อง สิ่งที่เป็นโทษ และไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคมกับประชาชน ก็ต้องติเตือนและต้องฟังกันบ้าง