“บิ๊กป้อม” นั่งหัวโต๊ะประชุมเข้มแผนการรักษาความปลอดภัย-การจราจร เตรียมพร้อมรับการประชุมเอเปก 2022 พ.ย.นี้ มุ่งขับเคลื่อนงานให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดในฐานะที่ไทยเป็นเจ้าภาพ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ตุลาคม 2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจรเพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกและการประชุมที่เกี่ยวข้องในช่วงที่ไทยดำรงตำแหน่งประธานปี 2565 ครั้งที่ 3/2565 โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปลัดกระทรวงกลาโหม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
จากนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อให้คณะอนุกรรมการฯ รับทราบกำหนดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก และข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่ได้รับการยืนยันแล้วสรุปสถานการณ์ด้านการข่าว การนำเสนอแผนการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง และร่วมกันพิจารณาเรื่องสำคัญเพื่อมอบหมายให้กับหน่วยงานต่างๆ รับผิดชอบดำเนินการและเตรียมการในภารกิจที่เกี่ยวข้องต่อไป จึงขอให้คณะอนุกรรมการฯ ร่วมกันพิจารณาเพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดในฐานะที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีเรื่องเพื่อทราบ คำสั่งคณะอนุกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจรฯ ที่ 1/2565 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2565 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งคณะทำงานขับเคลื่อนการรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกการจราจรและพิธีการคนเข้าเมืองเพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจและการประชุมที่เกี่ยวข้อง รับทราบกำหนดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกและการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง
...
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร ยังได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขาฯ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามที่คณะอนุกรรมการอนุมัติให้ความเห็นชอบแล้ว และขับเคลื่อนการปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด ให้บังเกิดผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ขอให้ทุกหน่วยงานเตรียมการปฏิบัติตามที่ได้รับมอบหมายตามแผนการดำเนินงานของกองอำนวยการร่วมฯ และร่วมปฏิบัติงานในกองอำนวยการร่วมฯ ตามวันเวลาที่กำหนดต่อไป
รองนายกรัฐมนตรี ยังได้กำชับขอให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจรประสานการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด โดยเน้นย้ำต้องเฝ้าระวังไม่ประมาท และการปฏิบัติการทุกขั้นตอน ขอให้เป็นไปตามหลักสากล ตั้งแต่เตรียมการต่อเนื่องไปจนจบการประชุมและเดินทางกลับ ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติงานด้านการข่าว และการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชนให้มากขึ้น
พร้อมย้ำคำสั่งการให้คุมเข้มการรักษาความปลอดภัยทั้งบุคคลและสถานที่ รวมทั้งเส้นทางในทุกกลุ่มที่เข้าร่วมประชุม โดยให้มีมาตรการเชิงรุก ป้องปรามการก่อเหตุรุนแรง และแผนเผชิญเหตุรองรับในทุกเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศและความปลอดภัยของการประชุมในภาพรวม อีกทั้งขอให้มีการซักซ้อมความเข้าใจและการปฏิบัติร่วมกัน เพื่อให้การปฏิบัติในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อร่วมกันเป็นเจ้าภาพสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในโอกาสสำคัญนี้