“ไพจิต ศรีวรขาน” โต้ข่าวจ่อย้ายซบภูมิใจไทย ลั่น ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ยึดมั่นอุดมการณ์ เชื่อเลือกตั้งหน้าคว้าชัย ขอชาวนครพนมมั่นใจว่าไม่ใช่คนหักหลังประชาชน

วันที่ 23 ตุลาคม 2565 นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม เขต 3 พรรคเพื่อไทย ปัจจุบันอายุ 75 ปี ชี้แจงถึงกรณีมีกระแสข่าวการย้ายพรรคไปซบพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งสมัยหน้านั้น ขอยืนยันจุดยืนว่าตลอดการทำงานการเมืองมากว่า 32 ปี มาถึงวันนี้ไม่เคยมีความเปลี่ยนแปลงในอุดมการณ์ทางการเมือง เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยยังเป็นความหวังของพี่น้องประชาชน ที่เข้าใจความทุกข์ยากความเป็นอยู่ของประชาชนที่มาจากการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลปัจจุบัน

นายไพจิต ระบุต่อไปว่า ตนเองได้รับความไว้วางใจจากชาวนครพนม จนชนะการเลือกตั้งถึง 11 สมัย ถือว่าเป็นสิ่งที่ประชาชนในพื้นที่เชื่อมั่นให้เป็นผู้แทนทำงานเพื่อประชาชน ทั้งในสภาและนอกสภา แม้แต่ในช่วงมีการยึดอำนาจ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ เพราะเชื่อว่าประชาธิปไตยคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับประชาชน ฉะนั้นในการจะเปลี่ยนแปลงย้ายพรรคไปสังกัดพรรคอื่น จึงไม่เป็นความจริง มีสื่อบางสำนักนำเสนอบิดเบือน สร้างความเข้าใจผิด ขอร้องอย่านำข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงไปสร้างกระแส เพราะไม่เคยมีความคิดดังกล่าว ยังต้องการที่จะขับเคลื่อนสนับสนุนพรรคเพื่อไทย พัฒนาร่วมกับชาวนครพนม ที่ให้ความไว้วางใจตลอดมา ถึงแม้จะเป็นฝ่ายค้าน แต่ยังทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประชาชนมากที่สุด ไม่เคยที่จะคิดหนีจากพรรคเพื่อไทย เพราะเชื่อว่าคือพรรคที่เป็นความหวังของประชาชนในเส้นทางการเมืองยุคต่อไป

...

สำหรับข่าวลือจะย้ายไปซบพรรคภูมิใจไทย นายไพจิต ระบุว่าเนื่องจากเมื่อเช้าวันนี้ตนเองได้มีโอกาสไปร่วมทำบุญที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่เขตเลือกตั้งของตน แต่บังเอิญไปพบเจอกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เดินทางมาทำบุญที่วัดพร้อมกับ นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือ ครูแก้ว ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กับทีมงาน จึงได้ทักทาย เชิญถ่ายรูปร่วมกันในฐานะคนรู้จัก และเป็นผู้ใหญ่ในแวดวงการเมือง แต่สุดท้ายกลับถูกนำเสนอข่าวในเชิงบิดเบือน ซึ่งเชื่อว่าเป็นการหวังดิสเครดิตของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และสร้างความแตกแยกให้กับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยรู้ดีว่าตนซื่อสัตย์กับพรรคขนาดไหน ขณะที่การเลือกตั้งสมัยหน้าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ยังยืนยันจะทำงานกับพรรคเพื่อไทย ไม่เกี่ยวกับการเมืองท้องถิ่นที่ผ่านมา ต้องแยกให้ออก ในท้ายที่สุดเชื่อว่าการเลือกตั้งสมัยหน้า พรรคเพื่อไทยจะต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน และชนะการเลือกตั้งอย่างแน่นอน ขอให้มั่นใจว่าตนไม่ใช่คนหักหลังประชาชน.