'นิติพล' ก้าวไกล วอน 'วราวุธ' รมว.ทส.จัดการกรณีกอริลลา "บัวน้อย" ด้วยความรู้ ชี้ ไม่ควรเอาชีวิต "กอริลลา" มาเสี่ยง ไม่ควรเรียกดราม่า ขอซื้อกลับให้ไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่ "เยอรมนี" จนเกิดข่าว เจ้าของเสนอขายในราคา 30 ล้าน
วันที่ 22 ต.ค. จากกรณีที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า มีโครงการจะช่วย "บัวน้อย" ลิงกอริลลา ที่อยู่ในสวนสัตว์ห้างสรรพสินค้าพาต้า โดยเสนอขอซื้อเพื่อนำกลับไปใช้ชีวิตในบั้นปลายที่บ้านเกิดประเทศเยอรมนี แต่เมื่อติดต่อไปปรากฏว่า เจ้าของเสนอขายในราคา 30 ล้านบาทนั้น
นายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ สัดส่วนสิ่งแวดล้อม พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ตนจะไม่ขอแสดงความเห็นในเรื่องราคาการซื้อกลับเนื่องจากทางพาต้าได้ชี้แจงแล้วว่า ไม่เคยมีการประสานงานมาจาก ทส.ในเรื่องนี้แต่อย่างใด แต่ขอสะท้อนถึงความความกังวลต่อแนวทางของนายวราวุธ ที่ไม่ควรนำเรื่องนี้มาเรียกดราม่าเพื่อสร้างผลงานโดยอาจทำให้ชีวิตของ "กอริลลาบัวน้อย" มีความเสี่ยงมากขึ้น
"ก่อนอื่น ผมต้องยืนยันว่าในฐานะนักกฎหมายสิทธิสัตว์และด้วยความรักในทุกชีวิต ผมไม่เห็นด้วยกับการนำสัตว์ป่ามากักขังอยู่แล้ว แต่กรณีของ "บัวน้อย" เป็นเรื่องของการหาจุดขายทางการค้าที่เกิดขึ้นมานานมาก ตั้งแต่เรายังไม่มีกฎหมายหรือมีความเข้าใจเกี่ยวกับการนำสัตว์ป่ามาเลี้ยงหรือเป็นสัตว์แสดงเลย
"บัวน้อย จึงถูกนำเข้ามาแสดงตั้งแต่เด็ก อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบปิด และอยู่ในสถานที่นั้นมาอย่างยาวนานจนถึงช่วงบั้นปลายของชีวิต ดังนั้น ไม่ว่าการเคลื่อนย้าย หรือการปรับเปลี่ยนสภาพที่อยู่อาจทำให้เกิดทั้งความเครียด ปรับตัวไม่ได้ และภัยคุกคามจากเชื้อโรค ซึ่งเรื่อง "บัวน้อย" เคยมีประเด็นมาตลอด แต่อย่าว่าไปเยอรมันซึ่งมีสภาพอากาศไม่เหมือนไทยเลย แค่การย้ายไปอยู่ในพื้นที่ใหม่ในไทย อาจเป็นป่าหรือที่เปิดโล่งก็อาจนำไปสู่การเสียชีวิตเพราะการปรับตัวไม่ได้ รวมถึงเรื่องของเชื้อโรคต่างๆ เพราะ "บัวน้อย" อยู่ในพื้นที่ปิดมาตลอด จึงอาจมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติที่น้อยกว่าสัตว์ในธรรมชาติทั่วไป ปัจจัยเหล่านี้ในฐานะรัฐมนตรี จึงควรต้องจัดการด้วยความรู้ให้มากกว่าการดึงดราม่าสร้างผลงานให้ตัวเอง"
นายนิติพล ยังกล่าวด้วยว่า ด้วยความเปราะบางของบัวน้อย จึงไม่อาจจัดการด้วยวิธีทั่วไปได้ สิ่งที่ควรทำคือการสร้างความร่วมมือกันระหว่างรัฐกับเอกชนในการจัดการดูแลแบบประคับประคองในช่วงบั้นปลายของบัวน้อยให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี และสนับสนุนการดูแลรักษาเพิ่มเติมซึ่งงบประมาณส่วนนี้คงน้อยกว่าการย้ายบัวน้อยไปเยอรมันแน่ และต่อให้เจอกันในฝูงกอริลลาก็ไม่ได้หมายความว่า บัวน้อยจะปรับตัวเข้ากับฝูงหรืออยู่อย่างมีความสุขได้
"เรื่องของบัวน้อยเป็นกรณีที่เกิดขึ้นมานาน ต้องจัดการอีกแบบหนึ่งและต้องแยกออกจากการดูแลไม่ให้เกิดการค้าและนำสัตว์ป่ามาขังหรือเป็นสัตว์โชว์ในปัจจุบัน รวมถึงการจัดการสวนสัตว์ไม่ว่าของรัฐหรือเอกชน จะต้องคำนึงถึงสิทธิและสวัสดิภาพของสัตว์เป็นสำคัญ เพราะแน่นอนว่า สวนสัตว์ด้านหนึ่งเป็นการกักขัง แต่ในอีกด้านหนึ่งต้องยอมรับว่า สวนสัตว์หลายแห่งในปัจจุบันก็มีบทบาทในการศึกษาและเพาะพันธุ์สัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์ให้กลับคืนสู่ป่าได้เช่นกัน ตรงนี้ต้องวางสมดุลการบริหารจัดการให้ดี ซึ่งจะเป็นงานที่รัฐมนตรีควรให้ความสำคัญที่สุด" นายนิติพล กล่าว...
...