นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล มอง "เดี่ยว 13" โน้ต อุดม คือ ฉันทามติ ลั่น ให้คะแนนรัฐบาลติดลบ 100 ฝันถึงระบบการเมือง ที่ไม่ต้องรอซูเปอร์แมน
วันที่ 19 ต.ค. ที่โรงแรม Nikko ทองหล่อ ไทยรัฐกรุ๊ป จัดงานเสวนา THAIRATH FORUM 2022 “ตื่น ฟื้น ฝัน” โดยเชิญวิทยากรผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นหลักในการขับเคลื่อนประเทศไทยมาร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ อาทิ นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ม.ล.ชโยทิต กฤดากร ที่ปรึกษานายกฯ ผู้แทนการค้าไทย (TTR) นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. เข้าร่วมการเสวนา
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวตอบคำถามในหัวข้อเสวนา “สังคมต้องตื่น เศรษฐกิจต้องฟื้น เพื่อการเมืองในฝัน” ตอนหนึ่ง ว่า สังคมตื่นในความหมายของตน คือ สังคมมีฉันทามติเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ตนว่า เดี่ยว 13 ของ "โน้ต อุดม" คือ ฉันทามติที่ชัดที่สุด ตอนที่เขาบอกว่า ทำใจ ทำใจ ทำใจ รำคาญ รำคาญ รำคาญ เป็นตัวสะท้อน แม้จะเป็นเรื่องเสียดสี เป็นเรื่องตลก แต่เราจะเห็นฉันทามติทั้งในเมือง ต่างจังหวัด ชนบทโซเชียลมีเดีย และพอเจอปัญหาโควิด-19 ก็ตื่นในเรื่องฉันทามติที่เชื่อว่ารัฐประหารไม่ใช่คำตอบ การเมืองประชาธิปไตยไม่มีทางลัด ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งไม่มีจริง ส่วนคำถามเรื่องการให้คะแนนรัฐบาลนั้น ทั้งในมุมการเมือง ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันในภาครัฐทั่วโลก รัฐบาลเข้ามา 8 ปี ตกไปแปดอันดับ จากอันดับ 102 ไปจนถึง อันดับ 110 เป็นต้น ทั้งนี้ ในมุมเศรษฐกิจก็ดี การเมืองก็ดี สังคมก็ดี และคิดกันอย่างมีวุฒิภาวะคำนวณคะแนนรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา คำนวณแล้วคะแนน ติดลบ 100 ฝันถึงระบบการเมืองที่ไม่ต้องรอซูเปอร์แมน
...
นายพิธา กล่าวว่า ส่วนคำถามตั้งเป้าไหม ว่า 5 ปี เศรษฐกิจไทยโตเท่าไหร่นั้น ตนเป็น ส.ส.เห็นงบอย่างละเอียด เห็นงบสนับสนุนทำหุ่นยนต์ 168 ล้านบาท งบดูแลเอสเอ็มอี 2 พันล้านบาท งบเรือดำน้ำยังสามหมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งปิศาจอยู่ในรายละเอียด เราพูดเรื่องอนาคต ทุกอย่างอยู่ที่การกระทำ อยู่ที่การจริงใจกับปัญหา รัฐบาลบอกจะไปซอฟต์พาวเวอร์ แต่งบวัฒนธรรม 80 ล้านบาท บอกว่าจะเอาให้เท่ากับเกาหลีใต้ เป็นต้น และในเชิงเป้าหมาย และตัวเลขจีดีพีโตเท่าไหร่ไม่มีค่า ถ้าความเหลื่อมล้ำมันเพิ่มขึ้น ถ้าจะให้โตต้องลดความเหลื่อมล้ำ จะมีประโยชน์อะไรถ้าคุณรวยล้นฟ้า แต่ยาเสพติดเต็มไปหมด ตนอยากเห็นการกระจายที่ดิน ความเติบโตทางด้านท่องเที่ยว การตั้งเป้าแบบนี้ต่างหาก ที่เป็นทางเดินที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวหน้า ก้าวไกล ทำให้ประเทศไทยโตได้ด้วย และลดความเหลื่อมล้ำไปในตัว ประเทศไทยอย่างนี้ต่างหากที่เราอยากเห็นใน 5 ปี
“เราฝันที่อยากจะเห็นการเมือง ไม่ใช่เป็นเรื่องบุคคลอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของระบบ ที่ไม่ใช่ว่าต้องการให้ซูเปอร์แมนเข้ามาคนเดียว แล้วพอซูเปอร์แมนไป ทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมหมด จะเห็นว่า ประเทศไทยที่ผ่านมา เหมือนเป็นดับเบิ้ลยูเชฟ ขึ้นๆ ลงๆ ในรอบยี่สิบปี เรากังวลว่าประเทศไทยจะเป็นเคเชฟ ยิ่งฟื้นตัว ยิ่งเหลื่อมล้ำ ผมฝันว่าประเทศไทยจะเป็นทีเชฟ ก้าวไปข้างหน้าด้วยกันพร้อมด้วยการเติบโต มีความเท่าเทียมในระบบการเข้าสู่อำนาจทางการเมือง ในเรื่องเศรษฐกิจและสังคมไปด้วยกัน อยากเห็นเศรษฐกิจกับสวัสดิการควบคู่ไปด้วยกันได้”